เปิดตำนาน “พระกริ่งหลักชัย” หรือ "พระกริ่งอุบาเก็ง" วัดสุทัศนเทพวราราม ปี 2487 สุดยอดมวลสารแห่งสายตักศิลา
เปิดตำนาน “พระกริ่งหลักชัย”
หรือ "พระกริ่งอุบาเก็ง" รุ่น 1 ปี 2487 วัดสุทัศนเทพวราราม
สุดยอดมวลสารแห่งสายตักศิลาเมืองไทย
📑 สารบัญเนื้อหา
⛰️ 1. ปฐมบทแห่ง “พระกริ่งอุบาเก็ง” จากยอดเขาศักดิ์สิทธิ์สู่สยามประเทศ
หากจะกล่าวถึงต้นตำรับแห่ง “พระกริ่ง” อันดับหนึ่งของเมืองไทย นามของ สำนักตักศิลาวัดสุทัศนเทพวราราม ย่อมเป็นที่หนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์อย่างไร้ข้อกังขา และหนึ่งในเพชรน้ำเอกที่ทรงคุณค่าและหาชมได้ยากยิ่งในปัจจุบันคือ "พระกริ่งหลักชัย" หรือที่วงการพระเครื่องมักขนานนามว่า "พระกริ่งอุบาเก็ง รุ่นที่ 1 ปี พ.ศ. 2487" ย้อนกลับไปในอดีต “พระกริ่งอุบาเก็ง” คือรูปแบบพระกริ่งโบราณที่ถูกค้นพบ ณ เขาพนมบาเก็ง ในประเทศกัมพูชา ทว่าพุทธศิลป์ที่ปรากฏกลับไม่ใช่งานช่างของขอมโบราณ แต่กลับมีกลิ่นอายของศิลปะจีน (มหายาน) อย่างชัดเจน จึงเป็นที่เชื่อถือกันสืบมาว่า คหบดีหรือช่างชั้นครูชาวจีนในอดีตกาลเป็นผู้สร้างสรรค์และนำไปบรรจุไว้บนยอดเขาศักดิ์สิทธิ์แห่งนั้น เพื่อเป็นพุทธบูชา แม้ในประเทศไทยจะมีการค้นพบพระพิมพ์นี้อยู่บ้างประปราย แต่ก็นับว่ามีจำนวนน้อยนิดและเป็นของหวงแหนยิ่งนักของผู้ที่ได้ครอบครอง
📜 2. มูลเหตุแห่งการจัดสร้าง "พระกริ่งหลักชัย"
ในปี พ.ศ. 2487 ท่านเจ้าคุณศรี (สนธิ์) ยติธโร แห่งวัดสุทัศนเทพวราราม พระเถราจารย์ผู้สืบทอดสรรพวิชาการสร้างพระกริ่งและเนื้อนวโลหะสายวัดสุทัศน์ฯ อย่างแตกฉาน ได้บังเกิดปณิธานแรงกล้าที่จะจัดสร้างพระกริ่งรูปแบบแปลกใหม่ที่มีความสำคัญและเป็นมงคลยิ่ง ท่านจึงได้นำความขึ้นกราบทูลขอประทานอนุญาตจากองค์พระอุปัชฌาย์ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (แพ ติสฺสเทโว) เพื่อจำลองรูปแบบจาก “พระกริ่งอุบาเก็ง” โบราณ พร้อมทั้งทูลอาราธนาสมเด็จพระสังฆราช (แพ) เสด็จเป็นองค์ประธานในพิธีอันศักดิ์สิทธิ์นี้
ในการจัดสร้าง ท่านเจ้าคุณศรี (สนธิ์) ได้ขอยืมพระกริ่งอุบาเก็งโบราณองค์ครูจากข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง (ซึ่งหวงแหนมาก) มาเป็นต้นแบบให้ นายช่างหรัส พัฒนางกูร ยอดช่างหล่อคู่บารมีแห่งวัดสุทัศน์ฯ (ผู้สืบทอดวิชาช่างหล่อบ้านช่างหล่อ) ทำการถอดแม่พิมพ์และปรับแต่งพุทธศิลป์ให้มีความงดงามลงตัวยิ่งขึ้น คมชัดกว่าองค์ต้นฉบับ พร้อมทั้งถวายนามอันเป็นมงคลยิ่งว่า “พระกริ่งหลักชัย” เพื่อเป็นนิมิตหมายแห่งความสำเร็จและความมั่นคงในชีวิตของผู้บูชา
⏳ 3. ฤกษ์ผานาที และสุดยอดมวลสารนวโลหะ
พิธีเททองหล่อพระกริ่งหลักชัย รุ่นที่ 1 อุบัติขึ้นเมื่อ วันเสาร์ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2487 ณ บริเวณมณฑลพิธีหน้าพระอุโบสถ วัดสุทัศนเทพวราราม ภายใต้ฤกษ์ยามที่คำนวณมาอย่างดีเลิศ โดยมีจำนวนการสร้างในวาระแรกนี้ เพียง 162 องค์ เท่านั้น พุทธลักษณะเป็นพระกริ่งประทับนั่งขัดสมาธิเพชร (วัชรอาสน์) บนฐานบัวคว่ำบัวหงาย 2 ชั้น กลีบบัวมีลักษณะคล้ายเลข 8 อารบิก ปางมารวิชัย พระหัตถ์ซ้ายทรงวชิราวุธ พระพักตร์ถอดแบบมาจากกริ่งอุบาเก็งโบราณ การบรรจุกริ่งเป็นการเจาะอุดรูใต้ฐาน 2 รู ตามตำรับโบราณ
ชนวนมวลสาร นับเป็นสุดยอดแห่งความเข้มขลัง ถือเป็นไฮไลท์สำคัญของพระกริ่งรุ่นนี้ โดยใช้โลหะชนวนพระกริ่งรุ่นเก่าๆ ของวัดสุทัศน์ฯ (ตั้งแต่สมัยสมเด็จพระสังฆราชแพ) ผสมผสานกับ "เงินพดด้วง" หรือ "เงินกลม" (เงินตราบัวยันต์โบราณ) ในอัตราส่วนที่พอเหมาะ ทำให้วรรณะ (สี) ของเนื้อโลหะมีความพิเศษสุดล้ำลึก คือ เนื้อในเมื่อหล่อเสร็จใหม่ๆ จะมีสีแดงอมชมพูดั่งนาก แต่เมื่อสัมผัสอากาศและเหงื่อ (กลับดำ) จะออกสีเทาอมประกายเงินเงางาม หากนำมาถูกับผิวหนังหรือใช้สำลีเช็ด จะปรากฏกระแสสีแดงเรื่อๆ ปนอยู่ และจะค่อยๆ กลับเป็นสีเทาประกายเงินตามเดิมในเวลาต่อมา ซึ่งเป็นอัศจรรย์แห่งโลหะวิทยาและเป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่นของ เนื้อนวโลหะสายวัดสุทัศน์ฯ อย่างแท้จริง
🖋️ 4. รอยจารแห่งความขลัง และ วัตถุมงคลร่วมพิธี
พระกริ่งรุ่นนี้ แบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ คือ แบบที่ผ่านการแต่งผิว ด้วยตะไบให้มีความคมชัดสวยงาม และ แบบหล่อโบราณไม่แต่งผิว (คงคราบเบ้าและดินขี้วัวไว้) บริเวณใต้ฐานมีทั้งแบบตอกโค้ด "มีไส้" และโค้ด "ไม่มีไส้" ที่สำคัญที่สุดคือ ท่านเจ้าคุณศรี (สนธิ์) ได้เมตตา ลงเหล็กจารด้วยลายมือของท่านเอง ที่บริเวณใต้ฐานองค์พระกริ่ง เพื่อเพิ่มพูนความศักดิ์สิทธิ์และกำกับอักขระคาถาให้ครบถ้วน เล่ากันว่าความศักดิ์สิทธิ์นี้โด่งดังไปไกล จนมีชาวพม่าที่ทราบถึงกิตติศัพท์ ได้ดั้นด้นเดินทางมาขอรับอาราธนาพระกริ่งรุ่นนี้กลับไปยังประเทศพม่าถึง 1 องค์
ในวาระมหามงคลเดียวกันนี้ (29 มกราคม 2487) วัดสุทัศน์ฯ ยังได้มีการจัดสร้างวัตถุมงคลรูปแบบอื่นร่วมพิธีเททองในเตาเดียวกันด้วย ได้แก่:
- พระกริ่งประภามณฑล รุ่น 5 เนื้อเงิน (สุดยอดความหายาก มีจำนวนเพียง 5 องค์)
- พระพุทธชินราช มีเรือนแก้ว หน้าตัก 3 นิ้ว (พระบูชา จำนวน 10 องค์)
- พระชัยวัฒน์ ขนาดเล็กกะทัดรัด (จำนวน 1,600 องค์)
- พระสุนทรีวาณี หน้าตัก 5 นิ้ว (พระบูชาเทพแห่งปัญญา สร้างเพียง 1 องค์)
ต่อมาด้วยความนิยมอย่างสูง ในวันที่ 9 พฤษภาคม ปี พ.ศ. 2487 ท่านเจ้าคุณศรีฯ ทรงได้จัดสร้างพระกริ่งอุบาเก็งพิมพ์เดียวกันนี้ขึ้นอีกครั้ง จำนวน 202 องค์ (รุ่น 2) และยังมีการสร้างต่อเนื่องพิมพ์ทรงคล้ายกันในกาลต่อมาอีกหลายรุ่น
✨ 5. บทสรุป: สมบัติล้ำค่าที่คู่ควรแก่นักสะสม
พระกริ่งหลักชัย หรือ พระกริ่งอุบาเก็ง วัดสุทัศน์ฯ ปี 2487 ถือเป็นพระกริ่งที่มีขนาดเล็กกะทัดรัด (เล็กกว่าพระกริ่งทั่วไปเล็กน้อย) พิมพ์ทรงมีเอกลักษณ์งดงาม คลาสสิก เปี่ยมล้นไปด้วยมวลสารศักดิ์สิทธิ์ระดับตำนาน และพลังจิตตานุภาพจากยอดเกจิอาจารย์แห่งยุค ภายใต้การนำของสมเด็จพระสังฆราช (แพ) และท่านเจ้าคุณศรี (สนธิ์) ผู้ที่ได้ครอบครองบูชาต่างประจักษ์ถึงพุทธคุณอันยอดเยี่ยม ทั้งด้าน แคล้วคลาด ปลอดภัย คงกระพันชาตรี และยังโดดเด่นด้าน เมตตามหานิยม ความเจริญก้าวหน้า (สมดังชื่อหลักชัย) ถือเป็นสมบัติล้ำค่าที่หาได้ยากยิ่งในปัจจุบัน และคู่ควรแก่นักสะสมผู้มีบุญวาสนาอย่างแท้จริง
- รับลิงก์
- X
- อีเมล
- แอปอื่นๆ
- รับลิงก์
- X
- อีเมล
- แอปอื่นๆ
ความคิดเห็น