วันจันทร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2558

พระปิดตาหลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์ จ.ชลบุรี

พระปิดตาหลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์ จ.ชลบุรี


ผู้สร้าง "พระปิดตาหลวงพ่อแก้ว" ก็คือ หลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์ จ.ชลบุรี อัตโนประวัติโดยย่อของหลวงพ่อแก้ว ท่านถือกำเนิดจากครอบครัวชาวประมงจังหวัดเพชรบุรี ในราวปลายรัชกาลที่ 2 บางตำราก็ระบุว่า ท่านเป็นคนบ้านบางแก้ว อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี ได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุที่วัดพระทรง จ.เพชรบุรี ก่อนที่จะธุดงค์ไปบูรณะวัดเครือวัลย์ แขวงบางปลาสร้อย จ.ชลบุรี ซึ่งที่นั่นเองเป็นจุดกำเนิดของสุดยอดพระปิดตาอันดับหนึ่งของประเทศไทยพระปิดตาหลวงพ่อแก้ว เนื้อผงคลุกรัก สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 พิมพ์ คือ 1) พิมพ์ใหญ่ ให้สังเกตจะเห็นกำไลข้อพระบาทและส้นพระบาท พระนาภีจะนูนขึ้นมาเล็กน้อย พิมพ์ด้านหลัง มีทั้งหลังแบบ คือ ด้านหลังเป็นรูปองค์พระเหมือนด้านหน้ากดเว้าลึกลงไป พระเศียรด้านหลังที่เว้าลึกจะไม่ลึกมาก และจะรีคล้ายไข่เป็ด สำหรับองค์ที่ติดชัดจะเห็นนิ้วขึ้นเป็นไรๆ บริเวณพระหัตถ์ทั้งสองข้าง หลังเรียบ และหลังยันต์ (อุทับถม) ซึ่งพบน้อยมาก 2) พิมพ์กลาง หลังแบบ หลังเรียบ หลังยันต์ และ 3) พิมพ์เล็ก

เนื้อของพระปิดตาหลวงพ่อแก้ว ส่วนมากจะพบเป็นเนื้อละเอียด และมักปรากฏเม็ดสีน้ำตาล สีแดง ซึ่งเกิดจาก "ว่าน" ขึ้นประปราย ถ้าหากลึกเนื้อในจะละเอียดเป็นสีน้ำตาลอมดำ คนโบราณเรียกหลวงพ่อแก้วเนื้อกะลา เพราะจะเห็นเป็นจุดเล็กๆ คล้ายกะลาเก่าขัดมัน บางองค์มีการปิดทอง ซึ่งต้องพิจารณาทองเก่าให้เป็น เพราะทองเก่าเนื้อจะออกสีแดงอมเหลืองและด้าน ไม่เหมือนกับทองใหม่ซึ่งจะเป็นมันวาว






วันจันทร์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

บ้านดำนางแล เชียงราย พิพิธภัณฑ์ศิลปะที่มีค่ายิ่ง

บ้านทุกหลังทาสีดำ จึงถูกเรียกว่า บ้านดำ ส่วนคำว่า นางแล นั้น เป็นตำบลแห่งหนึ่งของจังหวัดเชียงราย เจ้าของบ้านดำแล คือ คุณ ถวัลย์ ดัชนี ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลปะ ที่ชอบเรียกตัวเองว่านักวาดรูปทั้งๆที่เป็นศิลปินระดับโลก ที่มีวุฒิถึงระดับดอกเตอร์
บ้านดำนางแลประกอบไปด้วยบ้านขนาด และรูปทรงต่างๆกว่าสามสิบหลัง มีอยู่หลังหนึ่งเป็นศาลาใหญ่มาก จนถูกเรียกว่า มหาวิหาร บ้านดำนางแล นอกจากเป็นบ้านพักของศิลปินใหญ่ถวัลย์ ดัชนี แล้ว ยังเป็นที่ทำงานและแสดงภาพของเจ้าของบ้านด้วย
ซึ่งผลงานศิลปะแต่ละชิ้นราคาหลายล้านบาท โดยใช้เวลาวาดไม่กี่นาที บ้านทุกหลังเจ้าของบ้านเป็นผู้ออกแบบเองทั้งสิ้น จึงเป็นรูปแบบที่แปลกและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แค่ได้เห็นรูปแบบอาคารและการจัดวางหินก้อนน้อยใหญ่ก็น่าดูแล้ว หากเข้าไปดูภายในบ้านแต่ละหลังก็จะได้เห็นอะไรต่ออะไรมากมาย ที่เจ้าของบ้านเก็บสะสมไว้ เช่น เครื่องประดับที่ทำด้วยเงิน หนังสัตว์ กระดูกสัตว์ และเขาสัตว์แทบทุกชนิด มากที่สุดก็คือเขาควาย
แล้วยังมีเครื่องใช้ที่ทำด้วยโลหะประเภท ดาบ กระบี่ มีด ที่มีรูปร่างแปลกตาที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ประเภทไม้แกะสลักเป็นรูปช้าง และสัตว์ชนิดอื่นก็มีไม่น้อย ถึงแม้ของทุกชิ้นที่ศิลปินเอกท่านนี้สะสมไว้มีจำนวนมากก็จริง แต่ได้จัดวางไว้อย่างมีศิลปะ จึงทำให้น่าดูไม่รก ไม่เพียงน่าดูเท่านั้น ยังทำให้มีจิตนาการไปกับสิ่งที่ได้เห็นด้วย
บ้านดำนางแลจึงเหมือนเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะ ประเพณีไทย ที่มีค่ายิ่ง แล้วยังมีแห่งเดียวที่ไม่เหมือนบ้านของผู้ใดในโลกนี้
การเดินทาง บ้านดำนางแลอยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงรายไปตามถนนสู่อำเภอแม่สายประมาณ 10 กิโลเมตร ตั้งอยู่ในซอย 1 บ้านแม่ปูคา หมู่ 13 ตำบลนางแล อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย
ที่มาข้อมูล:มหัศจรรย์เมืองสยาม

วันเสาร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2555

พระพุทธ ๕ พระองค์ วัดตรีจินดาฯ จ.สมุทรสงคราม


หลวงพ่อจวน วัดหนองสุ่ม จ.สิงห์บุรี
เหรียญหลวงพ่อจวนหรือท่านพระครูสุจิตตานุรักษ์ที่เห็นเห็นอยู่นี้เป็นเหรียญรุ่นแรก ที่มีลักษณะเป็นเหรียญรูปใบโพธิ์ขนาดเล็กกว้างประมาณ ๒ ซ.ม. สร้างและปลุกเสกเมื่อปี พ.ศ.2501-2503 เรียกกันว่า เหรียญรุ่นสร้างศาลาการเปรียญ เพราะท่านสร้างเพื่อแจกผู้มาร่วมทำบุญสร้างศาลาการเปรียญ บรรดาลูกศิษย์ต่างให้ความเคารพศรัทธาต่อเหรียญรุ่นนี้มากกว่ารุ่นอื่นๆปัจจุบันพระเครื่องรุ่นนี้ค่อนข้างจะหายากเพราะสร้างจำนวนน้อย สนมราคาสูงพอสมควร
พระพุทธ ๕ พระองค์ วัดตรีจินดาฯ จ.สมุทรสงคราม
เหรียญพระพุทธ ๕ พระองค์ เป็นเหรียญรุ่นเก่าที่หายาก สร้างขึ้นในปี พ.ศ.๒๕๐๐ เนื่องในงานปิดทองฝังลูกนิมิตและฉลองอุโบสถของวัดตรีจินดาวัฒนารามโดยจัดสร้างเป็นเหรียญแบบสี่เหลี่ยมแจกผู้ที่เป็นชายด้านบนลงด้วยอักขระขอมอ่านว่า อิสวาสุ ด้านข้างขวา - ซ้ายลงด้วยคาถา นะโมพุทธายะ ถัดลงมาเป็นรูปยันต์พระเจ้า ๕ พระองค์ ใต้ลงมามีรูปนกคุ้มกันไฟ 2 ตัว เป็นตัวผู้กับตัวเมีย ลงด้วยหัวใจนกคุ้มจะพะกะสะ ส่วนด้านหลังบรรจุอักขระคาถาหัวใจพระเจ้าสิบหกพระองค์ นะต่างๆ
หลวงพ่อฟัก วัดทำเลไทย จ.อยุธยา
ท่านพระครูพิศาลสรกิจหรือหลวงพ่อฟัก ท่านเป็นพระมีจริยวัตรงดงามปฎิบัติเคร่งในพระธรมวินัย มีกิตติคุณในด้านความขลังและมีวาจาศักดิ์สิทธิ์มาก เมื่อท่านมรณภาพคณะศิษย์ได้ร่วมกันจัดสร้างพระเครื่องรูปหล่อและเหรียญ ๒ หน้าๆ แรกเป็นพระพุทธรูป ส่วนอีกด้านหนึ่งเป็นพระสงฆ์ บอกนามว่าหลวงพ่อฟัก วัดทำเลไทย ๒๔๙๕ และได้นำเข้าพิธีปลุกเสกหลายครั้ง นับเป็นเหรียญเก่า แม้สนมราคาไม่สูงนักแต่มีประสบการณ์ดี

วันอังคารที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

วัตถุมงคล ท่านเจ้ามา วัดสามปลื้ม


พระชัยวัฒน์ ท่านเจ้ามา วัดสามปลื้ม

ท่านเจ้ามา วัดสามปลื้ม เปรียบเหมือนอาจารย์ ของ สมเด็จแพ วัดสุทัศน์ พร้อมทั้ง หลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว เพราะท่านเจ้ามา เป็นผู้ถ่ายทอดพร้อมทั้งมอบตำราความรู้การสร้างพระกริ่งพร้อมกับชัยวัฒน์ แก่สมเด็จสังฆราชแพ แห่งวัดสุทัศน์ พร้อมกับเข้าใจว่าได้ถ่ายทอดการสร้างพระชัยวัฒน์ให้แก่หลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้วด้วย เพราะ พระหลายพิมพ์ของปู่บุญ เป็นพระพิมพ์ที่ราวกับและในประเภทเดียวกับเจ้ามา สมเด็จสังฆราชแพ ท่านเจ้ามาพร้อมด้วย ปู่บุญ  มีความใกล้ชิดกันในทางธรรมวินัยมาก ทำให้ การสร้างพระกริ่ง และ ชัยวัฒน์ของสามท่านนี้ เกี่ยวเนื่องด้วยตำราเดียวกันทุกประการ และ เป็นที่นิยมในวงการพระเครื่องอย่างสูงยิ่ง

พระกริ่งพระชัยวัฒน์ของท่านเจ้ามา วัดสามปลื้ม หรือ วัดจักรวรรดิราชาวาส นับว่าเป็นพระชัยวัฒน์ที่มีความนิยมสูงสุดในวงการพระเครื่อง
พระกริ่งพระชัยวัฒน์
ภาพประกอบบทความ:คุณเก่งปากน้ำ

พิธีพุทธาพิเศกปลุกเสก พระชัยวัฒน์ ท่านเจ้ามา วัดสามปลื้ม

ท่านเจ้ามาได้ปลุกเสกเดี่ยวด้วยตัวของท่านเอง พุทธคุณมีคนนำไปใช้พบกับคุณวิเศษนานับประการ ทั้งในด้านคงกะพันชาตรี {พร้อมทั้ง} เมตตามหานิยม จนเป็นที่เลื่องลือกันทั่วไปอย่างมาก
ขนาดพ่อของท่านเจ้าคุณนร สมัยที่เป็นนายอำเภอที่บางปลาม้า สุพรรณบุรี มีพระท่านเจ้ามาติดตัวองค์เดียว ถูกเสือร้ายชื่อดังยิงด้วยปืน แต่ปืนไม่ลั่น เสียงดังแชะๆ เรื่องนี้ ท่านเจ้าคุณนรเป็นผู้เล่าให้บรรดาศิษย์ฟังครับ ลองคิดดูกันแล้วกันครับ ว่าถ้าพอมีกำลังควรหามาติดกายบูชาสักองค์หนึ่งไหม

ท่านสร้างพระชัยวัฒน์ ด้วยโลหะผสม มีหลายเนื้อ เช่น เนื้อทองผสม บางองค์ออกทองเหลืองประแจจีน ออกแดง ขันลงหิน เนื้อกลับดำ ประกายเงินในแบบนวโลหะ แก่ทองคำ แต่โดยทั่วไป เนื้อพระของท่านจะหนักไปทางทองเหลืองหรือทองแดง เพราะ ท่านมีเศษพระบูชาและ พวกโลหะทองเหลือง ทองแดงมากมายที่ได้จากการบูรณะรอยพระพุทธบาทที่สระบุรี