พระเครื่องพลาซ่า

วันจันทร์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

บ้านดำนางแล เชียงราย พิพิธภัณฑ์ศิลปะที่มีค่ายิ่ง

บ้านทุกหลังทาสีดำ จึงถูกเรียกว่า บ้านดำ ส่วนคำว่า นางแล นั้น เป็นตำบลแห่งหนึ่งของจังหวัดเชียงราย เจ้าของบ้านดำแล คือ คุณ ถวัลย์ ดัชนี ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลปะ ที่ชอบเรียกตัวเองว่านักวาดรูปทั้งๆที่เป็นศิลปินระดับโลก ที่มีวุฒิถึงระดับดอกเตอร์
บ้านดำนางแลประกอบไปด้วยบ้านขนาด และรูปทรงต่างๆกว่าสามสิบหลัง มีอยู่หลังหนึ่งเป็นศาลาใหญ่มาก จนถูกเรียกว่า มหาวิหาร บ้านดำนางแล นอกจากเป็นบ้านพักของศิลปินใหญ่ถวัลย์ ดัชนี แล้ว ยังเป็นที่ทำงานและแสดงภาพของเจ้าของบ้านด้วย
ซึ่งผลงานศิลปะแต่ละชิ้นราคาหลายล้านบาท โดยใช้เวลาวาดไม่กี่นาที บ้านทุกหลังเจ้าของบ้านเป็นผู้ออกแบบเองทั้งสิ้น จึงเป็นรูปแบบที่แปลกและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แค่ได้เห็นรูปแบบอาคารและการจัดวางหินก้อนน้อยใหญ่ก็น่าดูแล้ว หากเข้าไปดูภายในบ้านแต่ละหลังก็จะได้เห็นอะไรต่ออะไรมากมาย ที่เจ้าของบ้านเก็บสะสมไว้ เช่น เครื่องประดับที่ทำด้วยเงิน หนังสัตว์ กระดูกสัตว์ และเขาสัตว์แทบทุกชนิด มากที่สุดก็คือเขาควาย
แล้วยังมีเครื่องใช้ที่ทำด้วยโลหะประเภท ดาบ กระบี่ มีด ที่มีรูปร่างแปลกตาที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ประเภทไม้แกะสลักเป็นรูปช้าง และสัตว์ชนิดอื่นก็มีไม่น้อย ถึงแม้ของทุกชิ้นที่ศิลปินเอกท่านนี้สะสมไว้มีจำนวนมากก็จริง แต่ได้จัดวางไว้อย่างมีศิลปะ จึงทำให้น่าดูไม่รก ไม่เพียงน่าดูเท่านั้น ยังทำให้มีจิตนาการไปกับสิ่งที่ได้เห็นด้วย
บ้านดำนางแลจึงเหมือนเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะ ประเพณีไทย ที่มีค่ายิ่ง แล้วยังมีแห่งเดียวที่ไม่เหมือนบ้านของผู้ใดในโลกนี้
การเดินทาง บ้านดำนางแลอยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงรายไปตามถนนสู่อำเภอแม่สายประมาณ 10 กิโลเมตร ตั้งอยู่ในซอย 1 บ้านแม่ปูคา หมู่ 13 ตำบลนางแล อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย
ที่มาข้อมูล:มหัศจรรย์เมืองสยาม

วันเสาร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2555

พระพุทธ ๕ พระองค์ วัดตรีจินดาฯ จ.สมุทรสงคราม


หลวงพ่อจวน วัดหนองสุ่ม จ.สิงห์บุรี
เหรียญหลวงพ่อจวนหรือท่านพระครูสุจิตตานุรักษ์ที่เห็นเห็นอยู่นี้เป็นเหรียญรุ่นแรก ที่มีลักษณะเป็นเหรียญรูปใบโพธิ์ขนาดเล็กกว้างประมาณ ๒ ซ.ม. สร้างและปลุกเสกเมื่อปี พ.ศ.2501-2503 เรียกกันว่า เหรียญรุ่นสร้างศาลาการเปรียญ เพราะท่านสร้างเพื่อแจกผู้มาร่วมทำบุญสร้างศาลาการเปรียญ บรรดาลูกศิษย์ต่างให้ความเคารพศรัทธาต่อเหรียญรุ่นนี้มากกว่ารุ่นอื่นๆปัจจุบันพระเครื่องรุ่นนี้ค่อนข้างจะหายากเพราะสร้างจำนวนน้อย สนมราคาสูงพอสมควร
พระพุทธ ๕ พระองค์ วัดตรีจินดาฯ จ.สมุทรสงคราม
เหรียญพระพุทธ ๕ พระองค์ เป็นเหรียญรุ่นเก่าที่หายาก สร้างขึ้นในปี พ.ศ.๒๕๐๐ เนื่องในงานปิดทองฝังลูกนิมิตและฉลองอุโบสถของวัดตรีจินดาวัฒนารามโดยจัดสร้างเป็นเหรียญแบบสี่เหลี่ยมแจกผู้ที่เป็นชายด้านบนลงด้วยอักขระขอมอ่านว่า อิสวาสุ ด้านข้างขวา - ซ้ายลงด้วยคาถา นะโมพุทธายะ ถัดลงมาเป็นรูปยันต์พระเจ้า ๕ พระองค์ ใต้ลงมามีรูปนกคุ้มกันไฟ 2 ตัว เป็นตัวผู้กับตัวเมีย ลงด้วยหัวใจนกคุ้มจะพะกะสะ ส่วนด้านหลังบรรจุอักขระคาถาหัวใจพระเจ้าสิบหกพระองค์ นะต่างๆ
หลวงพ่อฟัก วัดทำเลไทย จ.อยุธยา
ท่านพระครูพิศาลสรกิจหรือหลวงพ่อฟัก ท่านเป็นพระมีจริยวัตรงดงามปฎิบัติเคร่งในพระธรมวินัย มีกิตติคุณในด้านความขลังและมีวาจาศักดิ์สิทธิ์มาก เมื่อท่านมรณภาพคณะศิษย์ได้ร่วมกันจัดสร้างพระเครื่องรูปหล่อและเหรียญ ๒ หน้าๆ แรกเป็นพระพุทธรูป ส่วนอีกด้านหนึ่งเป็นพระสงฆ์ บอกนามว่าหลวงพ่อฟัก วัดทำเลไทย ๒๔๙๕ และได้นำเข้าพิธีปลุกเสกหลายครั้ง นับเป็นเหรียญเก่า แม้สนมราคาไม่สูงนักแต่มีประสบการณ์ดี

วันอังคารที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

วัตถุมงคล ท่านเจ้ามา วัดสามปลื้ม


พระชัยวัฒน์ ท่านเจ้ามา วัดสามปลื้ม
ท่านเจ้ามา วัดสามปลื้ม เปรียบเหมือนอาจารย์ ของ สมเด็จแพ วัดสุทัศน์ พร้อมทั้ง หลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว เพราะท่านเจ้ามา เป็นผู้ถ่ายทอดพร้อมทั้งมอบตำราความรู้การสร้างพระกริ่งพร้อมกับชัยวัฒน์ แก่สมเด็จสังฆราชแพ แห่งวัดสุทัศน์ พร้อมกับเข้าใจว่าได้ถ่ายทอดการสร้างพระชัยวัฒน์ให้แก่หลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้วด้วย เพราะ พระหลายพิมพ์ของปู่บุญ เป็นพระพิมพ์ที่ราวกับและในประเภทเดียวกับเจ้ามา สมเด็จสังฆราชแพ ท่านเจ้ามาพร้อมด้วย ปู่บุญ  มีความใกล้ชิดกันในทางธรรมวินัยมาก ทำให้ การสร้างพระกริ่ง และ ชัยวัฒน์ของสามท่านนี้ เกี่ยวเนื่องด้วยตำราเดียวกันทุกประการ และ เป็นที่นิยมในวงการพระเครื่องอย่างสูงยิ่ง
พระกริ่งพระชัยวัฒน์ของท่านเจ้ามา วัดสามปลื้ม หรือ วัดจักรวรรดิราชาวาส นับว่าเป็นพระชัยวัฒน์ที่มีความนิยมสูงสุดในวงการพระเครื่อง

พิธีพุทธาพิเศกปลุกเสก พระชัยวัฒน์ ท่านเจ้ามา วัดสามปลื้ม
ท่านเจ้ามาได้ปลุกเสกเดี่ยวด้วยตัวของท่านเอง พุทธคุณมีคนนำไปใช้พบกับคุณวิเศษนานับประการ ทั้งในด้านคงกะพันชาตรี {พร้อมทั้ง} เมตตามหานิยม จนเป็นที่เลื่องลือกันทั่วไปอย่างมาก
ขนาดพ่อของท่านเจ้าคุณนร สมัยที่เป็นนายอำเภอที่บางปลาม้า สุพรรณบุรี มีพระท่านเจ้ามาติดตัวองค์เดียว ถูกเสือร้ายชื่อดังยิงด้วยปืน แต่ปืนไม่ลั่น เสียงดังแชะๆ เรื่องนี้ ท่านเจ้าคุณนรเป็นผู้เล่าให้บรรดาศิษย์ฟังครับ ลองคิดดูกันแล้วกันครับ ว่าถ้าพอมีกำลังควรหามาติดกายบูชาสักองค์หนึ่งไหม

ท่านสร้างพระชัยวัฒน์ ด้วยโลหะผสม มีหลายเนื้อ เช่น เนื้อทองผสม บางองค์ออกทองเหลืองประแจจีน ออกแดง ขันลงหิน เนื้อกลับดำ ประกายเงินในแบบนวโลหะ แก่ทองคำ แต่โดยทั่วไป เนื้อพระของท่านจะหนักไปทางทองเหลืองหรือทองแดง เพราะ ท่านมีเศษพระบูชาและ พวกโลหะทองเหลือง ทองแดงมากมายที่ได้จากการบูรณะรอยพระพุทธบาทที่สระบุรี


วันศุกร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ตำนานพระกริ่งนเรศวรเมืองงาย


ตำนานพระกริ่งนเรศวรเมืองงาย


พระกริ่งชาติไทยได้ดำรงความเป็นอิสระเสรีจนกระทั่งปัจจุบัน โดยมีวีรชนผู้กล้าเสียสละเลือดเนื้อเป็นชาติพลี เพื่อลูกหลานและชนรุ่นหลังโดยตลอดมา บรรดาวีรชนที่นับว่าได้เสียสละ ไม่มีใครจะประกอบวีรกรรมอันสูงส่งเทียบเท่าสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และผุ้ร่วมพระหฤทัย เช่น สมเด็จพระเอกาทศรถ บรรดาแม่ทัพนายกอง และนักรบผู้กล้าหาญของชาวไทย ชาวเชียงใหม่ได้ระลึกอยุ่เสมอว่า ที่การพวกเราได้อยู่อย่างเป็นสุขสบายจนกระทั่งทุกวันนี้ ก็ด้วยพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ได้ทรงมีพระเมตตาต่อชาติไทย จึงได้เห็นพ้องต้องกันว่า ควรจะได้ร่วมกันจัดสร้างสิ่งอันเป็นอนุสรณ์แด่พระองค์ขึ้น 
พระกริ่งนเรศวรเมืองงาย สร้างเพื่อหาทุนก่อสร้าง พระสถูปเจดีย์ สมเด็จพระนเรศวรมหาราชานุสรณ์ ประดิษฐาน ณ ต.เมืองงาย อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ โดย พ.ต.อ.นิรันดร ชัยนาม ผวจ.เชียงใหม่ เป็นประธานจัดสร้าง มี พล.ต.ต.ยรรยง สะท้านไตรภพ และพระอาจารย์ไสว สุมโน วัดราชนัดดา กทม.เป็นเจ้าพิธี
ก่อนประกอบพิธีได้ส่งแผ่นทอง เงิน นาก ให้พระเกจิอาจารย์ดังทั่วประเทศ ลงเหล็กจารและปลุกเสกตลอดพรรษา ก่อนส่งกลับให้คณะกรรมการดำเนินงาน นำไปหล่อหลอมพร้อมกับชนวนโลหะศักดิ์สิทธิ์อีกมากมาย
วัตถุมงคลพระเครื่องที่จัดสร้างครั้งนั้นประกอบด้วย พระพุทธรูป ซึ่งออกแบบปั้นและเททองหล่อโดย นายแม้น บัวแดง ช่างผู้หล่อพระพุทธชินราช ชื่อดัง ส่วน พระกริ่งนเรศวรเมืองงาย แกะแม่พิมพ์โดยช่างเกษม มงคลเจริญ สุดยอดฝีมือแห่งยุค
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินไปบวงสรวงดวงพระวิญญาณสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เมื่อวันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๐๘ ณ.ที่แห่งนี้ และเมื่อวันที่ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๑๑ ได้ทรงเจิมและทรงสุหร่ายศิลาฤกษ์และแผ่นอิฐซึ่งได้มาจากพระเจดีย์องค์เดิม และ นอกจากนั้นพระองค์ในวันที่ ๑๕ มกราคม พ.ศ.๒๕๑๒ ได้เสด็จฯ มาเป็นประธานในพระราชพิธีพุทธาภิเษก
พิธีพุทธาภิเษก กำหนดฤกษ์ วันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๑๒ ณ วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร อ.เมือง จ.เชียงใหม่ โดยเริ่มพิธีจุดเทียนชัย และเจริญพุทธมนต์ สวดพุทธาภิเษก ตั้งแต่วันที่ ๑๔ มกราคม ๒๕๑๒

พิธีพุทธาษิเษก พระกริ่งนเรศวรเมืองงายครั้งนั้น ได้จัดให้มีขึ้นเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2512
ณ.วิหารวัดพระสิงห์วรมหาวิหาร อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ในพิธีพุทธาษิเษกครั้งนี้ พ.ต.อ.นิรันดร ชัยนาม
ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ประธานคณะกรรมการจัดสร้างฯ ได้กราบบังคมทูลฯ
ขอพระราชทานพระบรมราชวโรกาสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
เสร็จทรงเป็นประธานในพิธีเททองพระพุทธสิหิงค์และนมัสการสมเด็จพระวันรัตเป็นประธานในพิธีเททองพระกริ่งนเรศวรเมืองงาย
และพระร่วงหลังรางปืน รายนามพระเกจิอาจารย์ ที่ร่วมในพิธีพุทธาษิเษก 

1. หลวงพ่อคล้าย วัดจันดี นครศรีธรรมราช
2. พระเทพวิสุทธิเมธี(เจีย) วัดพระเชตุพน กทม.
3. พระครูวิริยะกิติ(โต๊ะ) วัดประดู่ฉิมพลี กทม.
4. พระครูโสภณกัลยาณมิตร(เส่ง) วัดกัลยานิมิตร กทม.
5. พระครูปลัดสงัดคณิสสโร วัดพระเชตุพน กทม.
6. หลวงพ่อก๊ก วัดดอนขมิ้น กาญจนบุรี
7. หลวงพ่ออั้น วัดพระญาติการาม อยุธยา
8. หลวงพ่อแจ่ม วัดวังแดงเหนือ อยุธยา
9. หลวงพ่อนอ วัดท่าเรือ อยุธยา
10. หลวงพ่อเทียม วัดกษัตรา อยุธยา
11. พระครูพิพัฒน์สิริธร(หลวงพ่อคง) วัดบ้านสวน พัทลุง
12. พระอาจารย์ชินะวโรภิกขุ(หลวงพ่อนำ) วัดดอนศาลา พัทลุง
13. หลวงพ่อเล็ก วัดดินแดง นครปฐม
14. หลวงพ่อพริ้ง วัดโบสถ์ ลพบุรี
15. หลวงพ่อชื่น วัดตำหนักเหนือ นนทบุรี
16. พระครูวิสัยโสภณ(หลวงพ่อทิม) วัดช้างไห้ ปัตตานี นอกจากท่านจะมาร่วมพิธีพุทธาภิเษกครั้งนี้แล้ว
ยังได้มอบพระหลวงปู่ทวดเนื้อว่านที่สร้างไว้ตั้งแต่ปี 2506 มอบให้แก่ทางวัดพระสิงห์วรมหาวิหาร เพื่อมร่วมทำบุญกุศลอีกด้วย
17. หลวงพ่อแดง วัดบางเกาะเทพศักดิ์ สมุทรสงคราม
18. หลวงพ่อจ้วน วัดเขาลูกช้าง เพชรบุรี
19. หลวงพ่อเตียง วัดเขารูปช้าง พิจิตร
20. หลวงพ่อจ้อน วัดเจ็ดริ้ว สมุทรสาคร
21. พระวิบูลย์เมธาจารย์ วัดดอนเจดีย์ สุพรรณบุรี
22. พระอาจารย์สมคิด วัดรังโฆษิตาราม สุพรรณบุรี
23. พระราชมุนี วัดปทุมวนาราม กทม.
24. พระอริยเมธี วัดปทุมวนาราม กทม.
25. พระครูพุทธิวัฒน์ วัดธรรมจักร พิษณุโลก
26. พระครูอภัยจริยานิยม(ตุ้ย) วัดใหม่ พิษณุโลก
27. ครูบาวัง วัดบ้านเด่น ตาก
28. พระราชวิสุทธิ วัดสวนดอก ลำปาง
29. พระอาจารย์สม วัดหัวข่วง ลำปาง
30. พระอาจารย์ชุม วัดเกาะ ลำปาง
31. หลวงพ่อเมือง วัดท่าแหน ลำปาง
32. พระราชปัญญาโสภณ วัดราชนัดดาราม กทม.
33. พระครูพิพัฒน์วิหารกิจ วัดราชนัดดาราม กทม.
34. หลวงพ่อเปี่ยม วัดเทพธิดา กทม.
35. พระพิธีธรรม 4 รูป วัดราชนัดดา กทม.
36. พระพิธีธรรมรามัญ 4 รูป วัดตำหนักเหนือ นนทบุรี
37. พระพิธีธรรม ภาคพายัพ สำนักจังหวัดเชียงใหม่ เชียงใหม่ 

สำหรับพิธีพุทธาภิเษกพระกริ่ง-พระชัยวัฒน์นเรศวรเมืองงาย พระร่วงยืนหลังรางปืนฯลฯ ครั้งนี้ เจ้าพิธีในการประกอบพิธีพุทธาภิเษกได้แก่พระอาจารย์ไสว สุมโน วัดราชนัดดารามวรวิหาร กทม. ซึ่งท่านเป็นผู้เชี่ยวชาญในการสร้างพระกริ่งมาหลายรุ่น ครั้งสุดท้ายได้สร้างพระกริ่งนเรศวรวังจันทร์ ร่วมกับ พล.ต.ต.ยรรยง สท้านไตรภพ รองจเรตำรวจ ให้แก่สมาคมศิษย์เก่าพิษณุโลกพิทยาคม จ.พิษณุโลก 
เมื่อวันที่ 3 ก.พ.2511 ซึ่งได้รับความนิยมจากผู้ที่นิยมพระเครื่องทั่วไปอย่างสูง ไม่เพียงพอแก่ความต้องการทุกครั้ง ปรากฏการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิดถึงว่าจะเกิดขึ้น เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อตอนเย็นของวันที่ 14 มกราคม 2513 เวลา 18.00 น. 
โอกาสเดียวกันนี้ ท่านเจ้าคุณพระธรรมราชานุวัตร เจ้าอาวาสวัดพระสิงห์ ได้นำ พระหลวงพ่อทวด วัดพระสิงห์ ที่ พระอาจารย์ทิม วัดช้างให้ จ.ปัตตานี นำมามอบให้ตั้งแต่ปี ๒๕๐๖ เข้าร่วมพิธีปลุกอีกครั้ง พระพิธีธรรม ๔ รูป สำนัดวัดราชนัดดารามวรวิหาร กทม. พระพิธีธรรมรามัญ ๔ รูป สำนักวัดตำหนักเหนือ นนทบุรี, พระพิธีธรรม ภาคพายัพ สำนักจังหวัดเชียงใหม่
พิธีพุทธาภิเษก ครั้งนี้ นับเป็นพิธียิ่งใหญ่ของเมืองเหนือ โดยมีพระเกจิอาจารย์ชื่อดังทั่วประเทศ ๔๕ ร่วมนั่งปรกปลุกเสกตลอด ทำบุญเช่าวัตถุมงคล หลังเสร็จพิธีแล้ว ๑๕ วัน ปรากฏว่าได้เงินทำบุญกว่า ๑ ล้านบาท รวมกับยอดจองล่วงหน้าอีก ๒ ล้านบาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น ๓ ล้านบาท คณะกรรมการดำเนินงานสามารถนำไปก่อสร้างอนุสาวรีย์ และพระสถูปเจดีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ได้ตามเป้าหมาย

พระเนื้อดินเผา พิมพ์เม็ดบัว
เจ้าคุณโพธิ์ฯ วัดชัยพฤกษ์มาลา กทม.
เจ้าคุณโพธิ์ฯ วัดชัยพฤกษ์มาลา
เจ้าคุณโพธิ์ฯ วัดชัยพฤกษ์มาลา พระเถราจารย์ยุคเก่าท่านนี้แล้วเหรียญหล่อพิมพ์ซุ้มกอ เนื้อสัมฤทธิ์ ของท่าน ก็มีตำนานประสบการณ์ทางคงกระพันเป็นที่เลื่องลือกันนักในอดีต อีกทั้งสนนราคาในการเล่นหาปัจจุบันก็ค่อนข้างสูง เลยทำให้มีของเก๊ลอกเลียนแบบออกมานานแล้วหลายปี ของเก็ยุคแรกๆ ปัจจุบันตกกระป๋องไปแล้ว เพราะฝีมือห่างไกลจากของจริงมาก หากเป็นของเก๊ยุคหลังๆต้องระวังให้มาก ดูไม่ขาดถือแล้วบาดมือเลือดไหลแน่ แต่สำหรับพระเนื้อดินเผา พิมพ์เม็ดบัวของท่านไม่ค่อยน่ากลัว ของเก๊ดูเหมือนว่าจะยังไม่มี ด้วยว่าของแท้ยังถูกๆอยู่ แต่เขาก็เตือนว่าการไม่ประมาทเป็นดีที่สุดขนาดพระใหม่ๆออกมาไม่ทันถึงปีก็มีของเก๊แล้วครับ
ปรกเม็ดบัว เจ้าคุณโพธิ์ วัดชัยพฤกษ์มาลา พระชุดเล็กที่น่าสะสมมากครับ พระเนื้อดินเม็ดบัว เจ้าคุณโพธิ์ กรุวัดชัยพฤกษ์มาลา มีด้วยกันหลายพิมพ์ วัดชัยพฤกษ์มาลาเป็นพระอารามหลวงชั้นโท ชนิดราชวรวิหาร ตั้งอยู่ริมคลองบางกอกน้อย เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร วัดชัยพฤกษ์มาลาเป็นวัดโบราณมีมาตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา เดิมเรียกว่าวัดชัยพฤกษ์ ต่อมากลายเป็นวัดร้างก่อนสร้างกรุงรัตนโกสินทร์ ครั้งเมื่อ พ.ศ. 2328 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก จึงทรงโปรดเกล้า ให้สมเด็นพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงอิศรสุนทร บูรณะสถาปนาวัดขึ้นใหม่ 
ตามประวัติเจ้าคุณโพธิ์ ท่านสร้างพระเนื้อดินเผาตั้งแต่สมัยท่านยังเป็นเจ้าอาวาส วัดบางอ้อยซ้าย จ.นนทบุรี ต่อมาเมื่อท่านย้ายมาเป็นเจ้าอาวาสวัดตลิ่งชันใน พ.ศ.2444 ท่านก็ได้นำเอา พระเครื่อง พระเนื้อดินเผาพิมพ์เม็ดบัวนี้มาแจกที่วัดชัยพฤกษ์มาลาด้วย แต่ด้วยที่ว่าจำนวนพระมีมากจึงแจกไปแล้วมีเหลืออยู่จำนวนหนึ่ง เมื่อเจ้าคุณโพธิ์มรณภาพทางวัด จึงเอาพระที่เหลือขึ้นไป บรรจุไว้บนเพดานพระอุโบสถ พระจึงเก็บไว้นานจนลืมอยู่หลายสิบปี ต่อมาเมื่อทางวัดขึ้นไปซ่อมหลังคาพระอุโบสถเพราะชำรุดตามกาลเวลา จึงพบ พระเครื่อง พระเนื้อดินเผาพิมพ์เม็ดบัวนี้บนเพดานพระอุโบสถ จึงได้นำเอาพระลงมาออกให้ทำบุญ แรกๆยังไม่ค่อยเป็นที่สนใจและฮีอฮากันเท่าไร แต่พอมีคนเอาพระใส่ปากปลาช่อนแล้วเอามีดคมๆ ฟันเพื่อทดลองพุทธคุณปรากฏว่าฟันจนเกล็ดปลาช่อนกระจุยกระจาย แต่ก็ฟันไม่เข้า พอข่าวแพร่กระจายออกไปไม่นานพระก็หมดจากวัด ถ้านับอายุการสร้างของพระเนื้อดินเผาพิมพ์เม็ดบัวเจ้าคุณโพธิ์ก็มีอายุกว่า 100 ปี ขึ้นไปแล้ว พระเครื่องเก่าพุทธคุณสูงแถมมีราคาถูก ยังไง ก็น่าใช้กว่าพระเครื่องยุคหลัง ที่ดังด้วยการโฆษณา