ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

เปิดตำนานพระงาแกะ หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ: เจาะลึก 5 วิธีดูพระแท้ สำหรับนักสะสมมือใหม่ 2567

 

เปิดตำนาน "พระงาแกะหลวงพ่อเดิม": เจาะลึก 5 เรื่องจริงที่นักสะสมมือใหม่ต้องรู้ก่อนโดนหลอก


เครดิตภาพ : https://prathaprachan-mag.com/post/374813

ในโลกของเครื่องรางไทย หากจะหาวัตถุมงคลใดที่หลอมรวมระหว่าง "ธรรมชาติ" และ "จิตวิญญาณ" ได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด ย่อมหนีไม่พ้น "พระงาแกะของหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ" เทพเจ้าแห่งเมืองสี่แควผู้สำเร็จวิชาคชศาสตร์อย่างถ่องแท้ ท่านมีความผูกพันกับช้างอย่างลึกซึ้งจนยากจะแยกออก และความผูกพันนี้เองที่ก่อกำเนิด "Masterpiece" ที่นักสะสมทั่วประเทศต่างถวิลหา

แต่ท่ามกลางความเลื่อมใส ปัญหาสิ่งเทียมเลียนแบบกลับทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ สำหรับนักสะสมรุ่นใหม่ที่ต้องการเข้าสู่เส้นทางนี้ การใช้อารมณ์นำความรู้คือความเสี่ยงที่สุด วันนี้เราจะมาเจาะลึก 5 เรื่องจริงที่จะเปลี่ยนคุณจากมือใหม่ให้กลายเป็นผู้ที่ "ดูเป็น" ด้วยสายตาของนักวิเคราะห์

1: "จากเศษงาเหลือใช้ สู่ความยั่งยืนแห่งพุทธศิลป์"

ในยุคที่หลวงพ่อเดิมสร้างวัดวาอาราม ท่านต้องใช้ช้างเป็นกำลังหลักในการลากไม้ผ่านป่าเขาลำเนาไพร และเมื่อท่านสร้าง "มีดหมอ" อันลือลั่น งาช้างจึงถูกนำมาทำเป็นด้ามและฝัก แต่สิ่งที่น่าทึ่งคือความมีวิสัยทัศน์ของหลวงพ่อที่มองเห็นคุณค่าในสิ่งที่คนอื่นอาจมองข้าม ท่านนำเศษงาที่เหลือจากการทำมีดมาให้ช่างแกะเป็นพระรูปแบบต่างๆ ซึ่งนี่คือต้นแบบของแนวคิด Zero Waste หรือการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าที่สุดมานานนับร้อยปี

หลวงพ่อเดิมท่านตระหนักเสมอว่าวัสดุจากช้างมีพลังอำนาจในตัวเองอยู่แล้ว ดังที่ในบันทึกระบุไว้ว่า:

"งาช้างนั้นเป็นของดีของวิเศษในตัว จึงเอาเศษงาจากที่เหลือจากทำมีดมาแกะเป็นพระรูปแบบต่าง ๆ"

การนำ "ของดี" มาผนวกกับ "อาคม" จึงทำให้พระงาแกะของท่านกลายเป็นของวิเศษที่หายากยิ่งในปัจจุบัน

เครดิตภาพ : https://prathaprachan-mag.com/post/374813

 2: "พิมพ์มาตราฐาน: บรรทัดฐานสำคัญที่ชี้ขาดความแท้"

เสน่ห์ของพระงาแกะหลวงพ่อเดิมอยู่ที่งานทำมือ (Handicraft) ซึ่งแบ่งออกเป็นสองสายชัดเจน แต่ละสายมีเอกลักษณ์ที่ต้องจดจำเพื่อไม่ให้หลงไปกับ "งานเก๊ฝีมือ"

หัวข้อเปรียบเทียบ

ฝีมือช่างชาวบ้าน (ส่งวัด)

ฝีมือช่างตลาดพยุหะคีรี (พิมพ์มาตราฐาน)

ความประณีต

เรียบง่าย สไตล์ลูกทุ่ง มีความจริงใจในงานสลัก

วิจิตรงดงาม มีสัดส่วนที่ถูกต้องตามหลักพุทธศิลป์

แรงบันดาลใจ

จินตนาการอิสระตามความถนัดของคนในชุมชน

งานช่างมืออาชีพ ลวดลายพริ้วไหว มีชีวิตชีวา

มูลค่าสะสม

เป็นที่นิยมในกลุ่มผู้ศรัทธาเฉพาะทาง

เป็นสากลมาตราฐาน เป็นที่ยอมรับสูงสุดในตลาด

จิตวิญญาณ

หลวงพ่อจ้างเพื่อสร้างรายได้ให้คนในชุมชน

หลวงพ่อกำกับดูแลความสวยงามเป็นมาตราฐาน

Pro-Tip สำหรับศิษย์รุ่นใหม่: หากคุณต้องการสะสมเพื่อการลงทุนและพุทธคุณ ควรยึด "5 พิมพ์มาตราฐาน" ต่อไปนี้เป็นหลัก:

  1. พระประจำวันเกิด โดยที่อีกด้านเป็นนางกวัก
  2. พระประจำวันเกิด (ด้านบน) คู่กับสัตว์ประจำวันเกิด (ด้านล่าง) ส่วนอีกด้านเป็นนางกวักหรือพระปิดตา (ท้องถิ่นเรียก "งาปี")
  3. สิงห์ (สองขวัญ/สามขวัญ) แบบทรงเครื่อง ยกเท้าตะปบเหยื่อ ในกรอบสี่เหลี่ยมหรือรูปหัวใจ
  4. นางกวัก ที่ด้านหลังเป็นพระพุทธหรือพระปิดตา
  5. พระปิดตาแบบต่างๆ รวมถึงปิดตามหาอุตม์

 3: "วิทยาศาสตร์ของกาลเวลา: ความลับการระเหยของความชื้น"

งาช้างเป็นวัสดุอินทรีย์ (Organic Material) การจะดูงาแท้ต้องเข้าใจเรื่อง "การระเหยของความชื้น" เมื่อเวลาผ่านไปนับสิบปี ความชื้นที่อยู่ภายในเนื้องาจะค่อยๆ ระเหยออกมา ทำให้เกิดการหดตัวและร่องรอย "แตกลายงา" ที่เป็นไปตามธรรมชาติ ไม่ใช่รอยร้าวที่เกิดจากการกระแทก

พรรณนางาแท้ตามกาลเวลา สามารถแบ่งได้เป็น 4 ลักษณะ:

  • ฉ่ำจัดหนึกนุ่ม: สีน้ำตาลแก่อมแดงคล้ายสีน้ำผึ้ง เกิดจากงาที่ผ่านการสัมผัสเหงื่อและความร้อนจากร่างกายมาอย่างยาวนาน
  • แช่สีผึ้ง/น้ำมันจันทน์: มีสีเหลืองทองงดงาม มีความใสในเนื้องา แต่หากมีรอยหักจะเห็นเนื้อในยังคงขาวหรือเหลืองอ่อน
  • สีเหลืองแห้ง: พบในเนื้องาอ่อน แม้จะถูกใช้สีจะไม่เข้มมาก แต่จะเห็นความ "แห้ง" ของเนื้อได้อย่างชัดเจน
  • ขาวแห้งแบบนมข้น: สำหรับพระที่ถูกเก็บไว้เฉยๆ ไม่เคยสัมผัส จะมีสีขาวอมเหลืองแห้งๆ คล้าย "นมข้นหวานตราหมี"

จุดตาย (Pro-tip): ธรรมชาติของความเก่าคือ "ความไม่สม่ำเสมอ" สีของงาแท้ต้องมีจุดแก่อ่อนสลับกันไปตามจุดที่สัมผัส หากองค์ไหนสีเหลืองเท่ากันเป๊ะทั้งองค์ หรือสีสม่ำเสมอจนดูเหมือนพลาสติก ให้วางลงทันที เพราะนั่นคือสัญญาณของงานเลียนแบบ

 4: "กลโกงงาทอด และ รอยไหม้ดำปี: บทเรียนจากความใจร้อน"

มิจฉาชีพมักจะ "เร่งกาลเวลา" ด้วยกรรมวิธีที่ฝืนธรรมชาติ นักสะสมต้องจำกลเม็ดเหล่านี้ให้ขึ้นใจ:

  1. การทอดในน้ำมัน: นำงาไปทอดจนสุกเพื่อให้อมน้ำมันและเปลี่ยนสี แต่งาจะร้าวรานแบบเปราะบาง ผิวจะฉ่ำใสจนเกินจริงและดู "บวม" น้ำมัน
  2. การต้มสารเคมี: ใช้สีวิทยาศาสตร์ย้อมสีให้เหลืองจัด จุดสังเกต: สีจะจับตามซอกลึกได้สม่ำเสมอเท่ากับผิวหน้า ซึ่งผิดหลักธรรมชาติที่ซอกลึกควรจะมีคราบไคลหรือสีที่ต่างออกไป
  3. การคั่วทรายร้อน: วิธีนี้อันตรายที่สุด เพราะหากคุมไฟไม่ดีจะเกิด "รอยไหม้ดำปี" (Black Burnt Spots) เป็นจุดๆ หรือเป็นปื้นสีเข้มที่ดู "ไหม้" มากกว่า "เก่า" หากเห็นรอยดำที่ดูเหมือนถูกไฟคลอกมากกว่าคราบเหงื่อ ให้สันนิษฐานว่าถูกคั่วมา

5: "ยันต์พระเจ้าอมโลก: กับดักที่มิจฉาชีพวางไว้"

ความจริงที่มือใหม่ต้องทราบคือ "พระงาแกะส่วนใหญ่ของหลวงพ่อเดิมไม่มีรอยจาร" เนื่องจากท่านปลุกเสกเสร็จแล้วมักแจกให้ลูกศิษย์ทันที รอยจารส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นภายหลังเมื่อเจ้าของนำกลับไปหาท่านเพื่อให้จารเป็นกรณีพิเศษ

มิจฉาชีพมักอาศัยความโลภและใจเร็วของนักสะสม โดยการนำพระงาแกะ (ซึ่งอาจจะเป็นงาเก๊หรือพระที่อื่น) มาจารอักขระ "พระเจ้าอมโลก" เพื่อเป็น "เครื่องหมายบังคับ" ให้คนเชื่อว่าเป็นของหลวงพ่อเดิม ดังนั้น หลักการสะสมที่ถูกต้องคือ "ดูศิลปะและเนื้องาเป็นหลัก ส่วนรอยจารเป็นเพียงองค์ประกอบเสริม" หากเนื้องาไม่ใช่ ศิลปะไม่ได้ ต่อให้จารสวยแค่ไหนก็คือของเก๊

--------------------------------------------------------------------------------

บทสรุป: มรดกที่ต้องรักษาด้วยความรู้

การสะสมพระงาแกะหลวงพ่อเดิมไม่ใช่แค่การครอบครองวัตถุมงคล แต่คือการสืบสานตำนานที่ผสานวิทยาศาสตร์ (ธรรมชาติของงา) เข้ากับพุทธศิลป์ (การแกะสลัก) เกราะป้องกันที่ดีที่สุดในยุคดิจิทัลไม่ใช่ราคาที่แพง แต่คือ "ดวงตาที่เห็นธรรม(ชาติ)" ของคุณเอง

สุดท้ายนี้ เพื่อความเป็นสิริมงคลและเพื่อขอให้หลวงพ่อท่าน "ประสิทธิ" (อำนวยพรให้สำเร็จ) ในสิ่งที่ปรารถนา ให้ตั้งจิตระลึกถึงพระคุณของท่านและกล่าวพระคาถาดังนี้:

"อิติ อะระหัง สุคะโต พุทธสโรหลวงพ่อเดิม นามะเต อาจาริโย เม ภันเต อายัสมา อาจาริโย เม ภันเต โหหิ" (แล้วตั้งใจอธิษฐานสิ่งที่ปรารถนา)

คำถามทิ้งท้าย: ในยุคที่ AI และเครื่องจักรสามารถเลียนแบบรูปทรงได้เกือบทุกอย่าง คุณคิดว่า "จิตวิญญาณแห่งช่างศิลป์" และ "ร่องรอยการระเหยของกาลเวลา" จะยังคงเป็นเครื่องพิสูจน์ความจริงแท้ที่เทคโนโลยีไม่มีวันทำได้หรือไม่?

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ตำนานพระกริ่งรุ่นทิ้งทวน: มรดกพุทธคุณหลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่

พระกริ่งหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ วัดบ้านไร่ รุ่นทิ้งทวน พ.ศ. ๒๕๓๖: การศึกษาเชิงลึก พระกริ่งหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ วัดบ้านไร่ รุ่น "ทิ้งทวน" ที่จัดสร้างขึ้นในปีพุทธศักราช ๒๕๓๖ ถือเป็นวัตถุมงคลสำคัญอีกรุ่นหนึ่งของพระเทพวิทยาคม (คูณ ปริสุทฺโธ) อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา 1 พระกริ่งรุ่นนี้นอกจากจะมีความงดงามทางพุทธศิลป์แล้ว ยังแฝงไว้ด้วยเรื่องราวความเป็นมาที่น่าสนใจ ทั้งในด้านเจตนาการจัดสร้าง มวลสารที่ใช้ และพิธีกรรมพุทธาภิเษกอันเข้มขลัง ทำให้เป็นที่ปรารถนาของศิษยานุศิษย์และนักสะสมวัตถุมงคลโดยทั่วไป รายงานฉบับนี้จะทำการศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับพระกริ่งรุ่นทิ้งทวนในแง่มุมต่างๆ อย่างละเอียด เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่สนใจ เครดิตภาพ:  https://www.thaprachan.com/   เปิดกรุพระกริ่งทิ้งทวน ๒๕๓๖: ความเป็นมา พุทธศิลป์ และพุทธคุณ โดย หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ เป็นพระเกจิอาจารย์ผู้เปี่ยมด้วยเมตตาบารมี เป็นที่เคารพศรัทธาของพุทธศาสนิกชนทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ 4 วัตถุมงคลที่ท่านอธิษฐานจิตปลุกเสกล้วนเป็นที่กล่าวข...

เจาะตำนาน "พระกริ่งสุตาธิการี" ปี ๒๖: หลวงพ่อทองอยู่ วัดใหม่หนองพะอง... สหธรรมิกหนึ่งเดียวที่ "หลวงปู่โต๊ะ" ไว้วางใจ

เจาะตำนาน "พระกริ่งสุตาธิการี" ปี ๒๖: หลวงพ่อทองอยู่ วัดใหม่หนองพะอง... สหธรรมิกหนึ่งเดียวที่ "หลวงปู่โต๊ะ" ไว้วางใจ เจาะตำนาน "พระกริ่งสุตาธิการี" ปี ๒๖: หลวงพ่อทองอยู่ วัดใหม่หนองพะอง... สหธรรมิกหนึ่งเดียวที่ "หลวงปู่โต๊ะ" ไว้วางใจ ในจักรวาลพระกริ่งยุคหลังปี ๒๕๐๐ หากจะเฟ้นหาพระกริ่งที่ "ครบเครื่อง" ที่สุด ทั้งพิธีกรรม ชนวนมวลสาร และบารมีผู้ปลุกเสก "พระกริ่งสุตาธิการี ปี ๒๕๒๖" คือเพชรน้ำเอกที่เซียนพระรุ่นเก่ายกนิ้วให้ เพราะนี่ไม่ใช่พระกริ่งธรรมดา แต่คือผลงานระดับมาสเตอร์พีซที่รวม "๓ อรหันต์แห่งศาสตร์พุทธาคมและโลหะธาตุ" ไว้ด้วยกัน การรวมตัวของ ๓ พยัคฆ์แห่งวงการ ความยิ่งใหญ่ของพระกริ่งรุ่นนี้ (สร้างเพียง ๙๙๙ ชุด) เกิดจากการผนึกกำลังของบุคคลระดับตำนาน ๓ ท่าน: องค์ประธานสายจิต: หลวงพ่อทองอยู่ วัดใหม่หนองพะอง พระเถระผู้ทรงอภิญญา เจ้าของตำนาน "เพ่งเทียนดับดาว" (กสิณไฟ) ท่านเป็นพระเกจิเพียงรูปเดียวที่ หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี ยกย่องและนิมนต์มาร่วมพิธีเสมอ ถึงขนาดที่ว่าเมื่อหลวงปู่โต๊ะละสังขาร ศิษย์สายวั...

เปิดตำนาน "พระกรุวัดชนะสงคราม" : พระเครื่องแห่งชัยชนะเหนืออุปสรรค พุทธคุณครบเครื่อง สมบัติวังหน้า รัชกาลที่ ๑

 เปิดตำนาน "พระกรุวัดชนะสงคราม" : พระเครื่องแห่งชัยชนะเหนืออุปสรรค พุทธคุณครบเครื่อง สมบัติวังหน้า รัชกาลที่ ๑ พระกรุวัดชนะสงคราม คือสุดยอดวัตถุมงคลที่ถูกสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๑ โดย สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท (วังหน้า) เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งชัยชนะใน "สงครามเก้าทัพ" พุทธคุณโดดเด่นด้านคงกระพันชาตรี ชัยชนะเหนือศัตรู และเมตตามหานิยม แตกกรุเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๙๖ ถือเป็นพระดี ปีลึก ที่เปี่ยมด้วยประวัติศาสตร์ชาติไทย เครดิตภาพ :  https://uauction2.uamulet.com/AuctionDetail.aspx?bid=31&qid=209376 ๑. ปฐมบทแห่งชัยชนะ : จาก "วัดตองปุ" สู่ "วัดชนะสงคราม" เดิมทีวัดนี้ชื่อ "วัดกลางนา" สร้างมาแต่ครั้งกรุงเก่า ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ ๑ ได้โปรดเกล้าฯ ให้พระราชาคณะฝ่ายรามัญดูแล ชาวบ้านจึงเรียกตามภาษามอญว่า "วัดตองปุ" จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อ กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท (พระอนุชาในรัชกาลที่ ๑) ทรงกรีฑาทัพกลับจาก "สงครามเก้าทัพ" ที่มีชัยชนะเหนือพม่าอย่างเด็ดขาด พระองค์ได้ทรงประกอบพิธีสรงน้ำและเปลี่ยนเครื่องทรงตามโบราณราชประเ...