ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

โพสต์

พระกริ่งจปร 2513 วัดราชบพิธ

 พระกริ่งจปร 2513 วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ราชวรวิหาร กรุงเทพฯ พระกริ่งจปร จัดสร้างขึ้นในปีพศ 2513 พระกริ่งชุดนี้มีพิธีปลุกเสกใหญ่มากๆมีพระเกจิอาจารย์มากมายครับท่านถึง 108 รูปโดยเฉพาะมีพระกรรมฐานสายหลวงปู่มั่นมาเข้าร่วมพิธีนี้อีกด้วยซึ่งยากจะหาวิธีอื่นๆในยุคหลังๆทำได้ พระกริ่งรุ่นนี้มีประสบการณ์ต่อผู้ที่นำไปบูชาจนเป็นข่าวครึกโครม เคยมีคนเอาไปลองยิงปรากฏว่าปืนแตกเลย พระกริ่ง รุ่นนี้ออกแบบโดยนายช่างเกษมมงคลเจริญสร้างในปีพศ 2513 เนื่องใน วาระครบ 100 ปีวัดราชบพิธ พระกริ่งจปร 2513 วัดราชบพิธ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ส่งเสกพระราชดำเนินประกอบพิธีพุทธาภิเษกด้วยพระองค์เองถึงสามครั้งสามคราวน์ด้วยกันทรงเททองผสมกับชนวนโลหะวัตถุมงคลรุ่นเก่าๆของวัดราชบพิธร่วมกับแผ่นยันต์ลงอักขระของพระเกจิอาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิ พุทธาคมจากทั่วประเทศ 108 ลูกในวัตถุมงคลพระเครื่องทั้งเนื้อนวโลหะและเนื้อทองแดงโดยทั่วถึงกันอย่างพิถีพิถัน พิธีมหาพุทธาภิเษก 3 วัน 3 คืนโดยพระคณาจารย์ 108 รูปซึ่งล้วนแต่มีพระคณาจารย์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังด้านพุทธคุณในยุคนั้นทั้งสิ้นที่รับกิจนิมนต์มานั่งปรกบริกรรมเจริญภาวนาโดยผลัดเปลี

พระกริ่งหลังปิ วัดสุทัศน์ กรุงเทพ

พระกริ่งหลังปิ วัดสุทัศน์ กรุงเทพ พระกริ่งหลังปิ วัดสุทัศน์ :สมเด็จพระพุฒาจารย์ เสงี่ยม ได้จัดสร้างพระกริ่งตามแบบองค์พระอุปัชฌาย์ คือสมเด็จพระสังฆราช แพร พระกริ่งหลังปิ มีพุทธลักษณะประทับนั่งขัดสมาธิเพชรปางมารวิชัยพระหัตถ์ซ้ายทรงถือวชิระ ทรงคล้ายหัวปลี มีพุทธลักษณะคล้ายพระกริ่งจาตุรงค์มณีของพระมงคล ราชมุนี ซึ่งคงถอดพิมพ์ดังกล่าวมามีจำนวนสร้างมากถึง 100 องค์แสนเนื้อเดิมเป็นศรีจำปาออกนาก เมื่อกลับดำจะเป็นประกายแวววาวแบบปีกแมลงทับ มีผิวไฟติดอยู่ตามซอกประปราย พระกริ่งหลังปิ วัดสุทัศน์ กรุงเทพ เมื่อประกอบพิธีเททอง พระกริ่ง เสร็จสิ้นเป็นองค์พระแล้ว สมเด็จพระพุฒาจารย์ เสงี่ยม ยังได้จัดการส่งพระกริ่งทั้งหมดนี้ไปยังพระคณาจารย์ต่างๆ เช่นหลวงพ่ออั้น วัดพระญาติ หลวงพ่อเนื่องวัดจุฬามณี หลวงปู่โต๊ะวัดประดู่ฉิมพลี ให้ทำการปลุกเสกลงเลขยันต์ที่ก้นขององค์พระกริ่งแทบทุกองค์รวมทั้งหลวงปู่ดู่ที่จารเป็นยันต์กอหญ้าด้วยแล้วจึงได้ทำพิธีพุทธาภิเษกภายในพระอุโบสถวัดสุทัศน์ ซึ่งมีพระเกจิอาจารย์เป็นจำนวนมาก เมื่อวันที่ 6 7 8 กุมภาพันธ์พศ 2508 เป็นเวลา 3 วัน 3 คืน พระกริ่งหลังปิ บางส่วนที่ยังคงเหลือได้เก็บไว้ในพระอุ

เหรียญเสาร์ 5 หลวงพ่อมุ่ย วัดดอนไร่ สุพรรณบุรี

 เหรียญเสาร์ 5 หลวงพ่อมุ่ย  วัดดอนไร่ สุพรรณบุรี เหรียญเสาร์ 5 หลวงพ่อมุ่ย :หลวงพ่อมุ่ย ท่านเป็นลูกศิษย์ของ หลวงพ่ออิ่มวัดหัวเขา หลวงพ่อได้ศึกษาวิปัสสนากรรมฐานขั้นต้นจนสำเร็จ หมดทุกวิชาจากหลวงพ่ออิ่ม มีเรื่องเล่าว่าการฝึกขั้นพื้นฐานกับหลวงพ่ออิ่มนั้นต้องนั่งสมาธิจนลอยขึ้นจากหลุม แล้วจึงสามารถเรียนวิชาอื่นๆต่อไปได้ หลวงพ่ออิ่มเป็นพระเกจิที่ทรงคุณวิเศษ มีเรื่องเล่ากันมาปากต่อปากว่าท่านสามารถเดินตากฝนโดยไม่เปียกฝน และทำมือยาวให้หยิบกระเบื้องหลังคาโบสถ์ได้ เหรียญเสาร์ 5 หลวงพ่อมุ่ย :เมื่อหลวงพ่อมุ่ย ได้ศึกษาวิชาจนแตกฉานแล้วจากหลวงพ่ออิ่มหลวงพ่ออิ่มได้เมตตาพาท่านไปศึกษาวิชาเพิ่มเติมจากหลวงปู่ศุขได้มีบันทึกถึงเรื่องนี้จากชาวบ้านซึ่งเคยถามหลวงพ่ออิ่มหลังจากเดินทางพาหลวงพ่อมุ่ยมุ่งหน้าไปหาหลวงปู่ศุขหลายเดือนก่อนจะกลับมาไหว้หลวงพ่ออิ่มได้อะไรกลับมาบ้างหลวงพ่ออิ่มท่านตอบว่า ได้มาครึ่งเล่มแต่หลวงพ่อมุ่ย ได้มาเล่นครึ่ง ซึ่งนั่นก็บ่งบอกว่าหลวงพ่อมุ่ยท่านเก่งและ หลวงพ่อมุ่ย ยังเป็นลูกศิษย์ของหลวงพ่ออ้นอีกด้วยคือหลวงพ่ออ้นเป็นพระอุปัชฌาย์ของหลวงพ่อมุ่ยนั่นเอง เครื่องหลวงพ่ออ้นนี้เป็นพระเกจิอาจารย์ที่

เหรียญหลวงพ่อเพชรวัดท่าถนน จังหวัดอุตรดิตถ์

เหรียญหลวงพ่อเพชรวัดท่าถนน จังหวัดอุตรดิตถ์ พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดอุตรดิตถ์ นั่นก็คือ หลวงพ่อเพชร แข่งวัดท่าถนน เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย พุทธศิลปะสมัยเชียงแสนสิงห์ 1 ยุคต้น มีขนาดหน้าตักกว้าง 32 นิ้ว ความสูงจากฐานถึงยอดพระเกศ 41 นิ้ว พุทธพจน์งามตามแบบที่มือช่างหลวงในสมัยอยุธยา เมื่อครั้งกรุงศรีอยุธยา เสียแก่พม่าชาวเมืองเกรงว่าพม่าจะเผาทำลายบ้านเมืองและวัดวาอารามดังนั้นจึงร่วมกันนำพระพุทธรูปสำคัญลงแพลอยน้ำล่องไปตามแม่น้ำ ส่วนพระองค์ใหญ่ เหรียญหลวงพ่อเพชรไม่สามารถลอยน้ำได้ก็เอาปูนมาพบไว้ให้ดูน่าเกลียดเพื่อที่จะ ใครรอดสายตาพม่านั่นเอง ในปีพศ. 2436 พระอุปัชฌาย์ร่วงเจ้าอาวาสวัดหมอนไม้พาพระลูกวัดแวะชมวัดโบราณระหว่างทางท่านได้เห็นเนินดินเป็นจอมปลวกใหญ่โดดเด่น แต่เมื่อพิจารณาลักษณะแล้วดูต่างจากจอมปลวกทั้งหลายท่านจึงเข้าไปแกะเนื้อดินส่วนยอดปรากฏเห็นพระเอกของพระพุทธรูปจึงอาราธนามายังวัดหมอนไม้นับแต่นั้นเป็นต้นมาประชาชนต่างก็เดินทางมากราบนมัสการไม่ขาดสายพระอุปชาด้วง ถึงพัฒนาไปประดิษฐานที่วัดท่าถนนเนื่องจากเป็นพระวิหารที่สวยงามมั่นคงและการเดินทางมากราบไหว้นมัสการก็สะดวกกว่าวัดหมอนไม

เหรียญหลวงพ่อผางรุ่นแรก วัดอุดมคงคาคีรีเขต จังหวัดขอนแก่น

เหรียญหลวงพ่อผางรุ่นแรก วัดอุดมคงคาคีรีเขต จังหวัดขอนแก่น  วัดอุดมคงคาคีรีเขต ตั้งอยู่ที่อำเภอบ้านโคก เป็นวัดป่าของหลวงพ่อผาง ซึ่งเคยเป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงเป็นที่เคารพนับถือของพุทธศาสนิกชนทั่วไป ปัจจุบันท่านมรณภาพแล้วแต่มีอนุสรณ์สถานที่ที่บรรจุอัฐิของท่านอยู่ในบริเวณวัด วัดนี้ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาที่มีต้นไม้ป่าขึ้นอยู่ร่มรื่นเนื่องจากเป็นวัดที่เน้นการปฏิบัติวิปัสสนา หลวงพ่อผางเป็นพระ สุปฏิปันโน ผู้มีคุณธรรมอันเลิศคุณธรรมและปฏิปทาของท่านยังเป็นที่เคารพศรัทธาของพระพุทธศาสนิกชนไม่รู้ลืม ท่านไม่ปรารถนาลาภยศสรรเสริญ หรือติดในโลกธรรมแต่ประการใดดังคำพูดที่ท่านพูดเอาไว้ว่ามีชื่อไม่อยากให้ปรากฏ มียศไม่อยากให้ลือชามีวิชาไม่ให้เรียนยาก  เหรียญหลวงพ่อผางรุ่นแรก วัดอุดมคงคาคีรีเขต จังหวัดขอนแก่น ในวันที่ 24 มีนาคมพศ 2525 หลวงปู่ได้ละสังขารด้วยอาการสงบในตอนบ่าย งั้นนั่นเองสิริรวมอายุได้ 80 ปี 34 พรรษา หลวงพ่อผาง เป็น 1 ใน 10 ของพระอาจารย์มั่นภูริทัตโตที่บรรดาศิษย์และผู้เลื่อมใสและวัดวาอารามต่างๆขอความเมตตาจากท่านสร้างวัตถุมงคล พระเครื่อง ต่างๆเอาไว้ไม่ต่ำกว่า 50 รุ่นเรียนที่ท่านได้สร้างขึ้

เหรียญหลวงพ่อแก่ รุ่นแรก วัดดุลยาราม จังหวัดสตูล

 เหรียญหลวงพ่อแก่ รุ่นแรก วัดดุลยาราม จังหวัดสตูล เหรียญหลวงพ่อแก่รุ่นแรกปี 2514 ประกอบพิธีพุทธาภิเษกณวัด ดุลยารามจังหวัดสตูล เมื่อวันเสาร์ที่ 3 เมษายนพ.ศ 2514 โดยมีพระเกจิอาจารย์ชื่อดังเข้าร่วมพิธี กะทิ พระอาจารย์ศรีแก้ว วัดไทรใหญ่ หลวงพ่อสงค์วัดคงคาวดี หลวงพ่อเพชรวัดดอนแย้ พระอาจารย์เล็กวัดเจริญภูผา ลักษณะของเหรียญนี้เป็นเหรียญเนื้อทองแดงและเนื้อเงินลักษณะเหรียญเป็นเหรียญรูปไข่ด้านหน้าเหรียญเป็นรูปพ่อท่าน เปลียง ด้านหลังเหรียญเป็นองค์หลวงพ่อแก้วครึ่งท่อน จัดสร้าง 5000 เหรียญโดยประมาณเพื่อแจกให้กับประชาชนที่มาร่วมงาน ในวันที่ 6 เมษายนพ. ศ. 2514  เหรียญหลวงพ่อแก่ รุ่นแรก วัดดุลยาราม จังหวัดสตูล แต่ผลปรากฏว่ามีผู้มาร่วมงาน ปนกิจเป็นจำนวนมากเกินกว่าจำนวนเหรียญ ทำให้เหรียญที่จัดสร้างนั้นแทบจะไม่พอกับศิษย์ยานุศิษย์ ส่วนเหรียญเนื้อเงินนั้นเป็นเหรียญเพื่อให้สมนาคุณกับผู้ที่บริจาคปัจจัยช่วยงานปัจจุบันเหรียญ พ่อท่านเปลียวหรือเหรียญหลวงพ่อแก่ทั้ง 2 เดือนนี้กลายเป็นเหรียญที่ค่อนข้างที่จะหายาก นอกจากนี้ เหรียญหลวงพ่อแก่ จัดเป็น เหรียญ หลักยอดนิยมในสตูล และทั่วไปใต้ และความสุดท้ายยังโด่งดังไปจนถ

เหรียญรุ่น 2 หลวงพ่อจันทร์วัดแหลมวังจังหวัดสงขลา

 เหรียญรุ่น 2 หลวงพ่อจันทร์วัดแหลมวังจังหวัดสงขลา หลวงพ่อจันทร์ วัดแหลมวัง มีนามเดิมว่าจันทร์ มุกสิกะพงษ์ เกิดเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2420 ที่บ้านแหลมวังจังหวัดสงขลา อุปสมบทเมื่ออายุ 23 ปีท่านพระครูวิจารณ์ศรีกุลท่านได้รับแต่งตั้งสมญานาม สมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรที่พระครูจันสาราภิรัตเมื่อพ.ศ 2485 เหรียญรุ่น 2 หลวงพ่อจันทร์วัดแหลมวังจังหวัดสงขลา ท่านมีนิสัยชอบพึ่งตนเองหลักการทำงานที่ก้าวหน้าในด้านการก่อสร้างมีฝีมือในการจักสานและเป็นช่างไม้ช่างปูนช่างปั้นช่างแกะสลัก ท่านได้จัดสร้างโรงเรียนประชาบาลขึ้นในวัด เพื่อมอบให้เป็นสถานการศึกษาของกุลบุตรและกุลธิดาของชาวบ้าน ได้จัดสร้างสะพานข้ามคลองแหลมวังเสาคอนกรีตปูนพื้นกระดาน ซึ่งเป็นสะพานแห่งแรกสำหรับท้องที่ซึ่งสร้างขึ้นอย่างมั่นคงแข็งแรง ท่านเป็นพระนักพัฒนาผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบอย่างแท้จริงอุดมไปด้วยปฏิปทาและมีสีลาจารวัตรงดงาม เพลงครัดในพระธรรมวินัยเป็นที่สุด พระเครื่อง ของท่านเข้มแข็งในด้านพุทธานุภาพเป็นเยี่ยมชาวสงขลาของแข่งกันมากที่หายากๆก็คือเหรียญ 5 เหรียญของท่านหายากจริงๆดังนั้นจึงต้องหันมาเก็บสะสมเหรียญรุ่นที่ 2 ของท่านแทน พระเครื่องภาคใต