เจาะตำนาน "พระสมเด็จหลวงปู่ภู วัดอินทรวิหาร" ศิษย์เอกสมเด็จโตฯ กับศาสตร์แห่งมวลสารและพิมพ์นิยมที่เซียนต้องรู้
พระสมเด็จหลวงปู่ภู วัดอินทรวิหาร
สุดยอดพุทธศิลป์และมวลสารแห่งสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต)
ปีที่เริ่มสร้าง: ประมาณ พ.ศ. 2463 เป็นต้นมา
📌 สารบัญเนื้อหา
1. ชีวประวัติและปาฏิหาริย์แห่งหลวงปู่ภู จนฺทเกสโร
หลวงปู่ภู ถือกำเนิดในปี พ.ศ. 2373 ตรงกับรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) ณ จังหวัดตาก ท่านได้อุปสมบทเมื่ออายุ 21 ปี ในปี พ.ศ. 2394 ท่านเป็นศิษย์เอกที่ใกล้ชิดที่สุดของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) และมักจะออกธุดงค์รุกขมูลร่วมกันอยู่เสมอ
วีรกรรมและปาฏิหาริย์ของท่านที่เลื่องลือมีมากมาย เช่น ครั้งหนึ่งขณะธุดงค์ ท่านได้ลงสรงน้ำในบึงใหญ่และเผชิญหน้ากับจระเข้ยักษ์ แต่ท่านได้เจริญภาวนาคำว่า "อรหัง" จนจระเข้สงบนิ่งไม่ทำอันตราย สร้างความประหลาดใจและศรัทธาแก่ชาวบ้านที่พบเห็นบนฝั่งเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนี้ ท่านยังมีญาณหยั่งรู้ล่วงหน้า ดังเช่นเหตุการณ์ที่ศิษย์ของท่านจับกลุ่มคุยเรื่องม้าแข่ง ท่านได้พูดเปรยเปรียบเทียบถึง "โกศทอง" ซึ่งภายหลังผลการแข่งออกมากรากฏว่าม้าที่ชนะชื่อ "โกลเด็นเอิร์น" (Golden Urn) ซึ่งแปลว่าโกศทอง ตรงกับที่ท่านกล่าวไว้ล่วงหน้าอย่างน่าอัศจรรย์
ภารกิจสำคัญที่สุดของท่านคือการสานต่อเจตนารมณ์ของสมเด็จฯ โต ในการสร้างองค์พระศรีอริยเมตไตรย (หลวงพ่อโต ปางอุ้มบาตรสูง 32 เมตร) ที่วัดอินทรวิหาร ซึ่งสมเด็จฯ โต สร้างค้างไว้ถึงแค่บริเวณพระนาภี (สะดือ) ก่อนที่จะมรณภาพในปี พ.ศ. 2415 การจัดสร้างพระพิมพ์สมเด็จของหลวงปู่ภู จึงมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อรวบรวมปัจจัยไปสมทบทุนก่อสร้างหลวงพ่อโตให้แล้วเสร็จนั่นเอง
2. การสืบทอดมวลสารศักดิ์สิทธิ์และเนื้อพระ
เนื้อพระสมเด็จหลวงปู่ภู ได้รับการยกย่องจากวงการพระเครื่องว่ามีความหนึกนุ่มและใกล้เคียงกับพระสมเด็จวัดระฆังมากที่สุด เนื่องจากท่านได้รับมอบ "ผงวิเศษทั้ง 5 ประการ" (ผงปถมัง, อิทธิเจ, มหาราช, พุทธคุณ, ตรีนิสิงเห) จากสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) โดยตรง
จุดเด่นของเนื้อมวลสาร:
เนื้อพระเมื่อผ่านกาลเวลาจะมีลักษณะแกร่งแต่นุ่มตา หากเป็นโซนเนื้อหยาบจะพบมวลสารกรวดและก้อนเนื้อผงจำ้ๆ กระจายตัวอยู่ภายในเนื้อพระ และจุดสังเกตสำคัญที่บรรดาเซียนพระใช้เป็นจุดชี้ขาดความแท้คือ "มวลสารจุดน้ำเงิน" ซึ่งมักจะปรากฏให้เห็นประปรายผสมอยู่ในเนื้อพระ ถือเป็นอัตลักษณ์ทางเคมีและธรรมชาติที่มิจฉาชีพทำปลอมเลียนแบบได้ยากมาก
3. เจาะลึกตำหนิพิมพ์ยอดนิยมแบบละเอียด
พระสมเด็จหลวงปู่ภูถูกจัดสร้างไว้หลากหลายพิมพ์ แต่ละพิมพ์มีจุดสังเกต (ตำหนิแม่พิมพ์) ที่เกิดจากร่องรอยการแกะบล็อกในสมัยโบราณ ซึ่งนักสะสมจำเป็นต้องจดจำให้แม่นยำเพื่อป้องกันการเช่าหาของปลอม:
🥇 พิมพ์แซยิด แขนหักศอก (ยอดนิยมอันดับ 1)
ถือเป็นพิมพ์ที่มีมูลค่าสูงสุดและมีจุดตำหนิที่ต้องพิจารณาอย่างละเอียดถึง 15 จุด ตัวอย่างจุดตายที่สำคัญ ได้แก่:
- จุดที่ 3: พิมพ์ที่ติดชัดจะเห็นเส้นพระศอ (คอ) แยกออกเป็น 2 เส้น
- จุดที่ 4: พระอังสา (ไหล่) จะแคบ และด้านซ้ายขององค์พระจะมีติ่งเนื้อแหลมยื่นออกมา
- จุดที่ 5 และ 6: ร่องกลางอกเป็นรูปสามเหลี่ยมเฉียงลงไปบรรจบด้านล่าง และช่องพระพาหา (แขน) รอบนอกจะดูเป็นรูปหกเหลี่ยม แต่ด้านในเป็นรูปไข่
- จุดที่ 10: พระชานุ (เข่า) ด้านซ้ายขององค์พระจะนูนสูงกว่าข้างขวาเล็กน้อย และบริเวณใต้เข่าขวาจะมีตุ่มยื่นลงมา
- จุดที่ 11: ช่องไฟระหว่างฐานชั้นที่ 1 กับชั้นที่ 2 จะวางห่างกันมากกว่าชั้นอื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด
- จุดที่ 12: มี "เนื้อเกิน" ปรากฏอยู่ระหว่างร่องหัวฐานชั้นที่ 7 กับ 8
- จุดที่ 13: ฐานชั้นที่ 10 (ล่างสุด) จะมีขนาดนูนใหญ่และหนากว่าฐานทุกชั้น
- จุดที่ 15: พื้นผนังด้านล่างสุดทั้งสองข้างจะถูกยกสูงเป็นเนิน ทำให้ระดับพื้นภายในลาดเทจากขอบเส้นซุ้มพุ่งเข้าหาองค์พระ
🥈 พิมพ์แปดชั้น แขนกลม
- ซุ้มครอบแก้วด้านบนจะตั้งชัน ทำให้เห็นมิติพื้นด้านในลึกชัดเจน
- พระเกศจะเล็ก เรียวแหลม และวิ่งชนทะลุยอดซุ้มครอบแก้ว
- ฐานชั้นที่ 4 และ 5 จะอยู่ชิดกันมาก ในขณะที่ชั้นที่ 6 และ 7 จะห่างกันมากที่สุดเมื่อเทียบกับชั้นอื่น
- ฐานชั้นที่ 7 และ 8 จะมีความหนากว่าชั้นอื่นๆ ทั้งหมด และวางตัวขนานกัน
🥉 พิมพ์เจ็ดชั้น หูติ่ง
จุดเด่นคือสัณฐานของพระกรรณ (หู) จะยาวทิ้งตัวลงมาคล้ายหูติ่ง เนื้อพระส่วนใหญ่มักพบในโทนสีน้ำตาลอ่อน มีรอยแตกลายงาตามอายุการสร้างที่ยาวนาน เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบพุทธศิลป์ที่มีความพลิ้วไหวและคลาสสิก
4. บทสรุปและค่านิยมในตลาดพระเครื่อง
ปัจจุบัน พระสมเด็จหลวงปู่ภูได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งใน "ยอดพระผง" ที่หาของแท้ได้ยากยิ่ง สนนราคาในตลาดสำหรับพิมพ์ยอดนิยมอย่าง แซยิดแขนหักศอก หรือ แซยิดแขนกลม สภาพสวยแชมป์นั้นทะยานขึ้นสู่หลักแสนปลายจนถึงหลักล้านบาท ส่วนพิมพ์แปดชั้นแขนหักศอกสภาพสวยๆ ก็มีมูลค่าการเช่าหาสูงถึงระดับ 350,000 บาท
การเช่าหามาบูชาจึงต้องพิจารณาจุดตายและตำหนิแม่พิมพ์อย่างรอบคอบ ตลอดจนพิจารณาความเก่าของปูนเปลือกหอยและมวลสารธรรมชาติ เพื่อหลีกเลี่ยงของปลอมที่มีระบาดอยู่ทั่วไป อย่างไรก็ตาม เหนือสิ่งอื่นใดคือ "พุทธคุณ" ที่เชื่อกันว่าจะคุ้มครองผู้ประพฤติดีให้แคล้วคลาดปลอดภัย นิรันตราย และเจริญรุ่งเรือง สมกับที่ได้รับการถ่ายทอดกระแสจิตและวิทยาคมจากสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) อย่างแท้จริง
ความคิดเห็น