พระกริ่ง ญ.ส.19 ปี 2519 | พระกริ่งกฤตยาคมแฝด สมเด็จพระญาณสังวร × หลวงพ่อคูณ รุ่นแรก ประวัติ เนื้อ พิมพ์ ราคา วิธีดูแท้
พระกริ่ง ญ.ส.19 ปี 2519
พระกริ่งกฤตยาคมแฝด · รุ่นแรกและรุ่นเดียว
สมเด็จพระญาณสังวร × หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ × หลวงปู่โต๊ะ
เมื่อสองมหาเถระแห่งยุคจับสายสูตรเททองร่วมกัน ณ คณะรังษี วัดบวรนิเวศวิหาร
🏛️ ① ปฐมบทแห่งการสร้าง — เมื่อสองขั้วอำนาจแห่งธรรมมาบรรจบ
เครดิตภาพ : https://www2.g-pra.com/webboard/show.php?Category=real_amulets%20&No=166965
ในทำเนียบพระกริ่งแผ่นดินไทย มีน้อยรุ่นนักที่จะรวมเอาพลังแห่งพระเถราจารย์ระดับตำนานสองสายมาหล่อหลอมไว้ในองค์พระเพียงองค์เดียว พระกริ่ง ญ.ส.19 คือหนึ่งในนั้น — เป็นการบรรจบกันระหว่าง สมเด็จพระญาณสังวร (เจริญ สุวฑฺฒโน) แห่งวัดบวรนิเวศวิหาร ศูนย์รวมศรัทธาสายคามวาสีระดับสูงสุด ผู้เชี่ยวชาญทั้งคันถธุระ วิปัสสนาธุระ และโหราศาสตร์ชั้นสูง กับ หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ แห่งวัดบ้านไร่ จังหวัดนครราชสีมา พระสายอรัญวาสีที่กำลังก้าวขึ้นเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวอีสานและประชาชนรากหญ้าทั่วประเทศ
ผู้ริเริ่มคือ คุณเชิดศักดิ์ ภูมิสวัสดิ์ ศิษย์ผู้ใกล้ชิดหลวงพ่อคูณ โดยหลวงพ่อคูณเป็นผู้กราบทูลขออนุญาตสมเด็จพระญาณสังวร วัตถุประสงค์เพื่อสมนาคุณแก่ผู้สละปัจจัยร่วมสร้างพระประธานและอุโบสถวัดวังยายทอง จังหวัดนครราชสีมา ดังนั้น พระรุ่นนี้จึงไม่ใช่รุ่นที่วัดบวรนิเวศวิหารจัดสร้างเอง หากแต่เป็นรุ่นที่ศิษย์ขออนุญาตจากสมเด็จฯ โดยใช้บารมีของทั้งสองพระมหาเถระร่วมกัน
⚡ เกร็ดที่เซียนรู้: วงการพระเครื่องเรียกพระรุ่นนี้ว่า "พระกริ่งกฤตยาคมแฝด" เพราะเป็นการรวมกฤตยาคม (วิชาอาคม) จากสองสายที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง — สายวิปัสสนากรรมฐานของราชสำนัก กับสายเวทมนต์คาถาของพระป่าอีสาน — มาแฝดอยู่ในองค์พระเดียวกัน
🔑 ② ถอดรหัส "ญ.ส.19" — ชื่อนี้มีที่มา
"ญ.ส." ย่อมาจาก "ญาณสังวร" อันเป็นสมณศักดิ์ที่พระองค์ดำรงอยู่ ณ ขณะนั้น — "สมเด็จพระญาณสังวร" (ได้รับพระราชทานเมื่อ พ.ศ. 2515) ยังมิได้ทรงสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช ซึ่งจะเกิดขึ้นอีก 13 ปีต่อมา ในปี พ.ศ. 2532 ส่วน "19" คือ พ.ศ. 2519 ปีที่จัดสร้าง
📌 ข้อควรรู้: ในปีเดียวกันนั้นเอง สมเด็จพระญาณสังวรยังทรงเป็นผู้เลือกพระนาม "พระกริ่งพุทธบุพพาภิมงคล" ถวายแด่ครูบาคำแสน อินทจักรโก แห่งวัดสวนดอก พร้อมทั้งทรงระบุดวงดาวและลัคนาตามแบบโบราณราชประเพณี สะท้อนพระปรีชาสามารถด้านโหราศาสตร์ที่ทรงนำมาใช้ในการกำหนดฤกษ์เททองพระกริ่ง ญ.ส.19 ด้วยเช่นกัน
🇹🇭 ③ บริบทสังคมไทยปี 2519 — ฐานรากแห่งศรัทธา
ปี พ.ศ. 2519 คือปีแห่งความผันผวนทางอุดมการณ์ในยุคสงครามเย็น สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ทรงเป็นเสาหลักยึดเหนี่ยวจิตใจของประชาชน วัดบวรนิเวศวิหาร ในฐานะพระอารามหลวงชั้นเอกและศูนย์กลางคณะสงฆ์ธรรมยุตินิกาย ได้รับบทบาทสำคัญในการประกอบพิธีกรรมเสริมสิริมงคลให้แก่บ้านเมือง
ในระนาบที่ขนานกัน หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ กำลังก้าวขึ้นเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวอีสาน ด้วยวัตรปฏิบัติที่เรียบง่าย การเข้าถึงมวลชนโดยไม่แบ่งแยกชนชั้น และวิทยาคมที่ได้รับการเล่าขานถึงปาฏิหาริย์อย่างกว้างขวาง ปี 2519 จึงเป็น "ปีแห่งการรวมพลังทางจิตวิญญาณของคณะสงฆ์ไทย" อย่างแท้จริง ดังจะเห็นได้จากงานพุทธาภิเษกอื่นๆ ในปีเดียวกันที่มีการนิมนต์พระเถระระดับตำนานถึง 49 รูป อาทิ หลวงพ่อแพ วัดพิกุลทอง หลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง และพระอาจารย์ฝั้น อาจาโร
🔥 ④ พิธีเททองมหามงคล 12 สิงหาคม 2519 เวลา 14:39 น.
พิธีเททองหล่อพระกริ่ง ญ.ส.19 ถูกกำหนดขึ้นในวันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2519 ซึ่งตรงกับวันมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เวลา 14:39 น. ณ ลานมณฑลพิธีหน้าพระอุโบสถคณะรังษี วัดบวรนิเวศวิหาร
ตัวเลข "39" ในเวลาเททองนี้มิใช่เรื่องบังเอิญ หากแต่เป็นการคำนวณฤกษ์ยามทางโหราศาสตร์อย่างแม่นยำโดยสมเด็จพระญาณสังวร ซึ่งสอดคล้องกับจำนวนพระกริ่งเนื้อทองคำที่สร้างเพียง 39 องค์ และสะท้อนถึงกำลังดาวตามหลักทักษาปกรณ์ที่ส่งเสริมความเป็นสิริมงคลและมหาอำนาจ
⏰ เคล็ดลับจากเซียน: การเลือกวันที่ 12 สิงหาคม (วันแม่แห่งชาติ) ยังมีนัยยะเชิงพิธีกรรมว่า พระกริ่งรุ่นนี้ถูกหล่อหลอมด้วย "พลังแห่งแม่" — ความรักความเมตตาอันไม่มีเงื่อนไข — ซึ่งเป็นคุณสมบัติหลักของพระไภษัชยคุรุไวฑูรยประภาตถาคตที่ทรงรักษาเยียวยาสรรพสัตว์ทั้งปวง
🙏 ⑤ คณาจารย์ผู้ร่วมปลุกเสก — สามยอดพระมหาเถระ
สมเด็จพระญาณสังวรทรงเป็นประธานในการเททองหล่อแบบโบราณ โดยมีหลวงพ่อคูณเข้าร่วมพิธีอย่างใกล้ชิดและได้ร่วม "จับสายสูตร" (สายสิญจน์ที่โยงจากเบ้าหลอมโลหะ) ในการเททอง การจับสายสูตรร่วมกันนี้ ในทางไสยเวทย์ถือเป็นการถ่ายทอดกระแสจิตและเจโตสมาธิลงสู่น้ำโลหะที่กำลังหลอมละลายโดยตรง
พระเกจิอาจารย์ที่ยืนยันได้จากหลายแหล่งว่าร่วมอธิษฐานจิต:
(เจริญ สุวฑฺฒโน) วัดบวรนิเวศวิหาร
สายวิปัสสนากรรมฐาน · ประธานพิธี
วัดบ้านไร่ จ.นครราชสีมา
สายพระป่า · ร่วมเททอง · จารพระ
วัดประดู่ฉิมพลี กรุงเทพฯ
สายเมตตา · ร่วมอธิษฐานจิต
🧘 ⑥ การปลุกเสกเดี่ยวตลอดไตรมาส — จุดยอดแห่งพุทธาภิเษก
สิ่งที่ถือเป็น "จุดยอด" ของพระกริ่งรุ่นนี้ คือกระบวนการ Post-Ceremony Consecration ภายหลังพิธีใหญ่ที่วัดบวรฯ หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ ได้เมตตานำพระกริ่งรุ่นนี้ไปปลุกเสกเดี่ยวอย่างเต็มรูปแบบเป็นกรณีพิเศษตลอดระยะเวลาเข้าพรรษา (ไตรมาส) ของปี พ.ศ. 2519
การปลุกเสกตลอด 3 เดือน เป็นการเจริญสมาธิภาวนาและอัดประจุพลังจิตอย่างต่อเนื่องทุกวันโดยปราศจากการรบกวนจากภายนอก ซึ่งในทัศนะของผู้เชี่ยวชาญด้านวัตถุมงคล ถือว่าเป็นการปลุกเสกที่มีความเข้มขลังและก่อให้เกิดพลังงานที่เสถียรที่สุด
💎 สิ่งที่ทำให้รุ่นนี้แตกต่าง: หลวงพ่อคูณได้ลงเหล็กจารอักขระใต้ฐานพระทุกองค์ด้วยมือของท่านเอง ในระหว่างการปลุกเสกตลอดไตรมาส นั่นหมายความว่า ทุกรอยจารคือ "ตราประทับ" แห่งเจโตสมาธิที่ท่านอุทิศให้เป็นการเฉพาะ
📊 ⑦ เนื้อ พิมพ์ และจำนวนการสร้าง
พระรุ่นนี้สร้างเป็น "คู่" ประกอบด้วย พระกริ่ง ญ.ส. (มีเม็ดกริ่งในองค์) และพระชัยวัฒน์ ปริสุทโธ (พิมพ์เล็กไม่มีเม็ดกริ่ง) มีเพียงพิมพ์เดียว พุทธลักษณะเป็นพระกริ่งลอยองค์ประทับบนฐานบัว ตามตำรับพระไภษัชยคุรุ
| เนื้อ | จำนวน | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| 🥇 เนื้อทองคำ 100% | 39 องค์ | ชุดกรรมการ/ผู้บริจาคใหญ่ · ตัวเลขตรงกับฤกษ์เททอง 14:39 น. |
| 🥈 เนื้อเงิน | 999 - 2,999 องค์ * | ข้อมูลขัดแย้งระหว่างเอกสารกลุ่ม ก. กับ ข. (ดูบทวิเคราะห์ด้านล่าง) |
| 🥉 เนื้อนวโลหะ | 2,999 องค์ | แยกย่อยเป็น "ก้นเงิน" และ "ก้นทองคำ" · เนื้อหลักในตลาด |
| ⚜️ พระชัยวัฒน์ ปริสุทโธ | 2,999 องค์ | วัตถุมงคลคู่บารมี · พิมพ์เล็กไม่มีเม็ดกริ่ง |
| รวมทั้งสิ้น: ประมาณ 4,037 องค์ (เฉพาะพระกริ่ง) | ทุกองค์ใต้ฐานมีรอยจารด้วยเหล็กจาร | |
* บทวิเคราะห์ตัวเลขเนื้อเงินที่ขัดแย้ง (999 vs 2,999): ข้อมูลจากเอกสารกลุ่มหนึ่งระบุ 2,999 องค์ (เท่ากับเนื้อนวโลหะ) แต่อีกกลุ่มระบุ 999 องค์ สาเหตุอาจมาจาก: (1) อัตราการสูญเสียในการหล่อแบบโบราณ — เงินบริสุทธิ์มีพฤติกรรมการหดตัวต่างจากนวโลหะ ทำให้พระที่ผ่าน QC อาจเหลือเพียง 999 องค์ (2) ความคลาดเคลื่อนในการคัดลอกข้อมูลยุคก่อนดิจิทัล หรือ (3) กลไกการสร้างมูลค่าเพิ่มในวงการพุทธพาณิชย์ ไม่ว่าตัวเลขที่แท้จริงจะเป็นเท่าใด อุปทานยังคงจำกัดอย่างยิ่ง
⚗️ ⑧ โลหะวิทยา — ภูมิปัญญาการหล่อพระสองสายคู่ขนาน
ข้อค้นพบเชิงลึกชี้ให้เห็นว่า กระบวนการผลิตพระกริ่งรุ่นนี้ถูกแบ่งออกเป็น 2 สายการผลิตคู่ขนาน:
สายที่ 1 — หล่อเบ้าดินขี้วัว ณ มณฑลพิธี วัดบวรฯ: กรรมวิธีแบบโบราณ Lost-wax casting ช่างปั้นหุ่นเทียนเป็นช่อๆ ละไม่เกิน 20 องค์ พระที่ได้จะมีรอยตัดช่อและรอยเชื่อมแผ่นโลหะปิดก้นที่ไม่สมบูรณ์แบบ ซึ่งกลับกลายเป็น "อัตลักษณ์ทางประวัติศาสตร์" ที่เซียนพระใช้ดูพระแท้
สายที่ 2 — หล่อ ณ โรงงานย่านพรานนก: ด้วยจำนวนสร้างเกือบ 6,000 องค์ (เมื่อรวมพระชัยวัฒน์) คณะกรรมการต้องกระจายหุ่นเทียนส่วนหนึ่งไปเทหล่อที่โรงงานซึ่งควบคุมอุณหภูมิได้เสถียรกว่า พระจากสายนี้มีรอยตัดช่อและรอยเชื่อมที่ประณีตกว่า
🔬 จุดสำคัญ: ไม่ว่าจะหล่อที่วัดหรือโรงงาน "เนื้อพระและผิวไฟตามซอกขององค์พระเหมือนกัน 100%" ไม่สามารถแยกความแตกต่างด้วยตาเปล่าได้ สิ่งนี้บ่งชี้ว่าคณะผู้สร้างได้ทำการควบคุมสูตร "นวโลหะ" — การหลอมรวมธาตุศักดิ์สิทธิ์ 9 ประการ (ชิน จ้าวน้ำเงิน เหล็กละลายตัว บริสุทธิ์ ปรอท สังกะสี ทองแดง เงิน ทองคำบริสุทธิ์) — ในเบ้าหลอมแม่ (Master Crucible) อย่างเข้มงวดก่อนกระจายไปเทหล่อ
✍️ ⑨ ถอดรหัสรอยจารใต้ฐาน — "มะอะอุนะย่านะ" และ "ญาณญา"
หากกระบวนการหล่อคือร่างกาย รอยจารอักขระย่อมเปรียบเสมือนดวงวิญญาณของพระกริ่ง ญ.ส.19 จากการสำรวจและจำแนกทางประติมานวิทยา พบว่าอักขระที่ถูกจารึกไว้ใต้ฐานมีหลายรูปแบบ:
"มะ อะ อุ" เป็นอักขระยันต์ขั้นสูงสุดในคติเถรวาท ย่อมาจากหัวใจพระรัตนตรัย (มะ = พระสงฆ์, อะ = พระพุทธเจ้า, อุ = พระธรรม) ส่วน "นะย่านะ" คือมนต์คาถาเฉพาะตัวของหลวงพ่อคูณ และ "ญา ณ ญา" คือการเล่นคำพ้องเสียงกับ "ญาณ" สอดคล้องกับพระราชทินนามของสมเด็จพระญาณสังวร — เป็นการผสานรหัสแห่งนามของพระเถระทั้งสองเข้าด้วยกันอย่างแยบคาย
🔍 บทวิเคราะห์เรื่องลายมือจาร: เมื่อนำแผ่นโลหะใต้ฐานมาวิเคราะห์ด้วยกล้องขยายกำลังสูง พบว่าลายมือจารมีความแตกต่างกันอย่างน้อย 3-4 รูปแบบ สันนิษฐานว่าเนื่องจากจำนวนพระเกือบ 6,000 องค์ อาจมีคณะลูกศิษย์ใกล้ชิดหรือพระเกจิรูปอื่นร่วมจาร และมีความเป็นไปได้สูงที่สมเด็จพระญาณสังวรทรงร่วมจารบางองค์ด้วยพระองค์เอง อย่างไรก็ตาม ในหลักสากลนิยมของวงการ ถือว่ารอยจารทั้งหมดที่เกิดขึ้นในวาระนั้นล้วนเป็น "รอยจารเก่า" ที่ผ่านพิธีกรรมร่วมกัน จึงให้คุณค่าเท่าเทียมกัน
🔍 ⑩ นิติวิทยาศาสตร์วัตถุมงคล — วิธีดูพระแท้อย่างมืออาชีพ
พระกริ่ง ญ.ส.19 เป็นเป้าหมายของการปลอมแปลงมาหลายทศวรรษ เกณฑ์การพิจารณาที่เซียนพระใช้:
เม็ดพระศก ร่องจีวร ซอกแขน ต้องคมชัด พระปลอมที่ถอดพิมพ์จะสูญเสียรายละเอียดและหดตัวเล็กลง
ต้องกลับสีตามธรรมชาติ (แดง → ดำ → อมเขียวทอง) มีคราบความเก่าที่หนึกนุ่ม ไม่กระด้าง ไม่ผิดเพี้ยน
แผ่นเงินต้องหม่นตามธรรมชาติ มีคราบซัลไฟด์เกาะ ไม่ใช่ผิวเงินใหม่แวววาว ขอบอุดต้องสนิทตามงานหล่อโบราณ
รอยจารแท้ต้องเป็นรอยขูดขีดบนโลหะที่มีอายุ ร่องรอยต้องไม่ปรากฏความสว่างของโลหะสดๆ ขอบเส้นจารต้องล้มและกลืนไปกับผิวโลหะโดยรอบ
ต้องดังกังวานชัดเจนจากการกลิ้งของเม็ดกริ่งภายใน ไม่ดังจนเกินไป (ลูกกริ่งขนาดผิด) ไม่เงียบ (ลูกกริ่งติด)
สีและแบบอักษรเฉพาะยุค พระพร้อมกล่องเดิมมีมูลค่าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
🛡️ คำแนะนำ: ควรเช่าบูชากับร้านที่ออกบัตรรับประกันพระแท้ตลอดชีพพร้อมภาพถ่ายหน้า-หลัง เช่น ร้านพัดยศ (พันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วาน ชั้น 3), ร้านอุดมมงคล, เว็บ g-pra.com หรือ thaprachan.com ที่มีระบบการันตีพระแท้
💰 ⑪ ราคาตลาดและแนวโน้ม
ราคาเช่าบูชาในตลาดพระเครื่องปี 2568-2569 ยังถือว่าเข้าถึงได้สำหรับนักสะสม:
📈 แนวโน้ม: ผู้เชี่ยวชาญหลายสำนักประเมินตรงกันว่าพระรุ่นนี้ "มีอนาคตแน่นอน" เนื่องจากนักสะสมสายตรงมักกว้านซื้อเก็บเป็นมรดก ไม่นำออกหมุนเวียน (Low Market Velocity) เมื่ออุปทานลดลง แต่อุปสงค์เพิ่มขึ้นจากกลุ่มผู้ศรัทธาหลวงพ่อคูณในต่างประเทศ (จีน สิงคโปร์ มาเลเซีย) ย่อมผลักดันราคาให้สูงขึ้น เมื่อเทียบกับพระกริ่งปวเรศ 2530 ที่ราคาทะยานหลังสมเด็จฯ สิ้นพระชนม์ปี 2556 พระกริ่ง ญ.ส.19 ยังถือว่า "ราคาต่ำกว่าที่ควรเป็น"
✨ ⑫ พุทธคุณครอบจักรวาล — สามสายบารมีในองค์เดียว
พุทธคุณของพระกริ่ง ญ.ส.19 ถือเป็น "ครอบจักรวาล" เพราะผสานพลังของพระมหาเถระสามสายเข้าด้วยกัน:
ตำรับพระไภษัชยคุรุไวฑูรยประภาตถาคต เด่นเรื่องรักษาโรคภัยไข้เจ็บ นิยมอาราธนาแช่น้ำทำน้ำพระพุทธมนต์ให้ผู้ป่วยดื่ม
โด่งดังเรื่องคงกระพันชาตรี โชคลาภ ค้าขาย เสริมด้วยพุทธคุณจากการปลุกเสกเดี่ยวตลอดไตรมาส
เด่นเรื่องแคล้วคลาดปลอดภัย เมตตามหานิยม ผู้ศรัทธาทุกชนชั้นต่างประสบประสบการณ์
⚠️ ⑬ ข้อควรระวังสำคัญ
🔔 บทสรุป — มรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องได้
พระกริ่ง ญ.ส.19 มิใช่เพียงวัตถุมงคลอายุ 50 ปี หากแต่คือ "จดหมายเหตุที่จับต้องได้" ซึ่งบันทึกการผนวกรวมกันของศูนย์กลางอำนาจรัฐทางศาสนาระดับชาติ (สมเด็จพระญาณสังวร) และศูนย์รวมศรัทธาระดับมวลชน (หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ) ในช่วงเวลาที่ทั้งสองยังไม่ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดแห่งชื่อเสียง — หลวงพ่อคูณยังไม่โด่งดังระดับประเทศ สมเด็จฯ ยังมิได้เป็นสมเด็จพระสังฆราช คุณค่าทางประวัติศาสตร์จึงสูงกว่ามูลค่าตลาดปัจจุบันอย่างมหาศาล
- รับลิงก์
- X
- อีเมล
- แอปอื่นๆ


ความคิดเห็น