ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

เปิดตำนาน "พระกรุวัดชนะสงคราม" : พระเครื่องแห่งชัยชนะเหนืออุปสรรค พุทธคุณครบเครื่อง สมบัติวังหน้า รัชกาลที่ ๑

 เปิดตำนาน "พระกรุวัดชนะสงคราม" : พระเครื่องแห่งชัยชนะเหนืออุปสรรค พุทธคุณครบเครื่อง สมบัติวังหน้า รัชกาลที่ ๑

พระกรุวัดชนะสงคราม คือสุดยอดวัตถุมงคลที่ถูกสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๑ โดย สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท (วังหน้า) เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งชัยชนะใน "สงครามเก้าทัพ" พุทธคุณโดดเด่นด้านคงกระพันชาตรี ชัยชนะเหนือศัตรู และเมตตามหานิยม แตกกรุเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๙๖ ถือเป็นพระดี ปีลึก ที่เปี่ยมด้วยประวัติศาสตร์ชาติไทย

เครดิตภาพ : https://uauction2.uamulet.com/AuctionDetail.aspx?bid=31&qid=209376


๑. ปฐมบทแห่งชัยชนะ : จาก "วัดตองปุ" สู่ "วัดชนะสงคราม"

เดิมทีวัดนี้ชื่อ "วัดกลางนา" สร้างมาแต่ครั้งกรุงเก่า ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ ๑ ได้โปรดเกล้าฯ ให้พระราชาคณะฝ่ายรามัญดูแล ชาวบ้านจึงเรียกตามภาษามอญว่า "วัดตองปุ"

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อ กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท (พระอนุชาในรัชกาลที่ ๑) ทรงกรีฑาทัพกลับจาก "สงครามเก้าทัพ" ที่มีชัยชนะเหนือพม่าอย่างเด็ดขาด พระองค์ได้ทรงประกอบพิธีสรงน้ำและเปลี่ยนเครื่องทรงตามโบราณราชประเพณี ณ วัดแห่งนี้ ก่อนเสด็จเข้าเฝ้าฯ ในพระบรมมหาราชวัง และได้โปรดเกล้าฯ ให้บูรณปฏิสังขรณ์ใหม่ทั้งพระอารามในปี พ.ศ. ๒๓๓๐ รัชกาลที่ ๑ จึงพระราชทานนามใหม่ที่เป็นมงคลสูงสุดว่า "วัดชนะสงคราม" เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งความวิริยะอุตสาหะและการฝ่าฟันอุปสรรคจนได้รับชัยชนะ

๒. เปิดกรุปี ๒๔๙๖ : เผยความลับใต้ฐานเจดีย์

กาลเวลาล่วงเลยมาจนถึงปี พ.ศ. ๒๔๙๖ ความลับของยอดพระเครื่องได้ถูกเปิดเผยขึ้น เมื่อมีคนร้ายลักลอบขุดเจดีย์องค์เล็กภายในวัด ทางคณะสงฆ์และกรรมการวัดจึงตัดสินใจเปิดกรุอย่างเป็นทางการ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สน.ชนะสงคราม มาดูแลความเรียบร้อย

การเปิดกรุครั้งนั้น พบพระเครื่องเนื้อดินดิบผสมผงใบลานและพระบูชาจำนวนมหาศาล สันนิษฐานว่าเป็นพระที่สร้างโดยกรมพระราชวังบวรฯ เพื่อสืบต่ออายุพระพุทธศาสนาและแจกจ่ายแก่ทหารหาญในยุคนั้น

๓. พุทธศิลป์และมวลสาร : พิมพ์ซุ้มเถาวัลย์เลื่อย

พระกรุวัดชนะสงคราม มีหลายพิมพ์ทรง แต่ที่โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ตามข้อมูลคือ "พิมพ์ซุ้มเถาวัลย์เลื่อย"

  • เนื้อหา: เป็นเนื้อดินดิบผสมผงใบลานเผา และผงพุทธคุณ เนื้อจะแห้ง แกร่ง หนึกนุ่ม มีความเก่าตามธรรมชาติ

  • พุทธศิลป์: งดงามตามแบบฉบับช่างหลวง วังหน้า มีความละเอียดอ่อนช้อยแต่แฝงด้วยความเข้มขลัง

๔. ตำนานเล่าขาน : "เหนียว" จนตำรวจต้องยอมรับ

เรื่องราวปาฏิหาริย์ที่ทำให้พระกรุนี้โด่งดังไปทั่วบางลำพู คือเหตุการณ์ของ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ชนะสงคราม นายหนึ่ง ซึ่งได้รับแจกพระในคราวเปิดกรุ ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ระงับเหตุ ได้ถูกคนร้ายใช้อาวุธมีดแทงอย่างจัง แต่ปรากฏว่า "แทงไม่เข้า" ผิวหนังไม่มีแม้แต่รอยยางบอน สร้างความฮือฮาและทำให้ชื่อเสียงของพระกรุนี้เป็นที่เสาะหาในทันทีว่า "เหนียวจริง"


๕. ข้อมูลอัพเดทวงการพระ (Market Update & Analysis)

ในปัจจุบัน (พ.ศ. ๒๕๖๗-๒๕๖๘) พระกรุวัดชนะสงคราม กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง ด้วยปัจจัยดังนี้:

  • กระแส "มูเตลู" สายชัยชนะ: ในยุคเศรษฐกิจฝืดเคือง ผู้คนต้องการที่พึ่งทางใจเพื่อ "ชนะอุปสรรค" และ "ชนะคู่แข่ง" ชื่อวัดและประวัติการสร้างจึงตอบโจทย์ที่สุด

  • ราคาที่ยังจับต้องได้: แม้จะเป็นพระเก่าอายุ ๒๐๐ กว่าปี แต่ราคายังไม่สูงเทียมฟ้าเมื่อเทียบกับพระเบญจภาคี ทำให้คนรุ่นใหม่สามารถเช่าหามาบูชาได้ (หลักพันต้น ถึงหมื่นต้น แล้วแต่พิมพ์และความสวย)

  • ครอบจักรวาล: นอกจากเรื่องคงกระพัน (สายเหนียว) แล้ว ยังเด่นเรื่องเมตตามหานิยม และโชคลาภ ตามบารมีของวังหน้าผู้เป็นเจ้าของพื้นที่


FAQ : คำถามยอดฮิต (รองรับ Voice Search - VSO)

Q: พระกรุวัดชนะสงคราม พุทธคุณด้านไหน? A: เด่นที่สุดคือด้าน "ชัยชนะ" ชนะศัตรู ชนะอุปสรรค คงกระพันชาตรี แคล้วคลาด และเมตตามหานิยม

Q: พระกรุวัดชนะสงคราม แท้ดูยังไง? A: เนื้อพระต้องแห้งเก่าตามอายุ (๒๐๐ ปี+) มักเป็นเนื้อดินดิบผสมผงใบลาน สีจะออกเทาอมดำ หรือน้ำตาลไหม้ คราบกรุต้องดูเป็นธรรมชาติ ไม่หนาเตอะจนเกินไป

Q: ใครสร้างพระกรุวัดชนะสงคราม? A: สันนิษฐานว่าสร้างโดย กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท (วังหน้า ในรัชกาลที่ ๑)


สรุป (Conclusion)

พระกรุวัดชนะสงคราม ไม่ใช่เพียงแค่วัตถุมงคล แต่คือ "ประวัติศาสตร์ที่จับต้องได้" เป็นตัวแทนแห่งชัยชนะของบรรพบุรุษไทย หากท่านกำลังมองหาพระเครื่องคู่กายเพื่อเสริมกำลังใจในการต่อสู้กับปัญหา พระกรุวัดชนะสงคราม คือคำตอบที่สมบูรณ์แบบ ทั้งพุทธคุณ ชื่อที่เป็นมงคล และบารมีแห่งบูรพกษัตริย์

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ตำนานพระกริ่งรุ่นทิ้งทวน: มรดกพุทธคุณหลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่

พระกริ่งหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ วัดบ้านไร่ รุ่นทิ้งทวน พ.ศ. ๒๕๓๖: การศึกษาเชิงลึก พระกริ่งหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ วัดบ้านไร่ รุ่น "ทิ้งทวน" ที่จัดสร้างขึ้นในปีพุทธศักราช ๒๕๓๖ ถือเป็นวัตถุมงคลสำคัญอีกรุ่นหนึ่งของพระเทพวิทยาคม (คูณ ปริสุทฺโธ) อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา 1 พระกริ่งรุ่นนี้นอกจากจะมีความงดงามทางพุทธศิลป์แล้ว ยังแฝงไว้ด้วยเรื่องราวความเป็นมาที่น่าสนใจ ทั้งในด้านเจตนาการจัดสร้าง มวลสารที่ใช้ และพิธีกรรมพุทธาภิเษกอันเข้มขลัง ทำให้เป็นที่ปรารถนาของศิษยานุศิษย์และนักสะสมวัตถุมงคลโดยทั่วไป รายงานฉบับนี้จะทำการศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับพระกริ่งรุ่นทิ้งทวนในแง่มุมต่างๆ อย่างละเอียด เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่สนใจ เครดิตภาพ:  https://www.thaprachan.com/   เปิดกรุพระกริ่งทิ้งทวน ๒๕๓๖: ความเป็นมา พุทธศิลป์ และพุทธคุณ โดย หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ เป็นพระเกจิอาจารย์ผู้เปี่ยมด้วยเมตตาบารมี เป็นที่เคารพศรัทธาของพุทธศาสนิกชนทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ 4 วัตถุมงคลที่ท่านอธิษฐานจิตปลุกเสกล้วนเป็นที่กล่าวข...

เปิดตำนาน "หลวงพ่อสาคร วัดหนองกรับ" : ทายาทพุทธาคมหนึ่งเดียว ผู้สืบสานตำนาน "ผงพรายกุมาร" แห่งภาคตะวันออก

 เปิดตำนาน "หลวงพ่อสาคร วัดหนองกรับ" : ทายาทพุทธาคมหนึ่งเดียว ผู้สืบสานตำนาน "ผงพรายกุมาร" แห่งภาคตะวันออก หากเอ่ยถึง "จักรพรรดิแห่งผงพรายกุมาร" ย่อมต้องนึกถึง หลวงปู่ทิม อิสริโก วัดละหารไร่ แต่เมื่อสิ้นบุญบารมีของท่านแล้ว ผู้ที่ได้รับการยอมรับจากศิษยานุศิษย์ทั่วแผ่นดินว่าเป็น "ตัวจริง" ในการสืบทอดสรรพวิชาและมวลสารศักดิ์สิทธิ์ ก็คือ "พระครูมนูญธรรมวัตร" หรือ " หลวงพ่อสาคร มนุญโญ " แห่งวัดหนองกรับ จ.ระยอง เครดิตภาพ :  https://prathaprachan-mag.com/post/395729 ปฐมบทแห่งศิษย์ก้นกุฏิ: "ท่านสาคร...เขาเรียนของฉันไปหมดแล้ว" นี่คืออมตะวาจาที่ หลวงปู่ทิม เคยกล่าวการันตีไว้แก่ลูกศิษย์ ก่อนที่ท่านจะละสังขาร แสดงให้เห็นถึงความไว้วางใจและการถ่ายทอดวิชาอาคมให้แก่หลวงพ่อสาครจนหมดสิ้น ไม่ว่าจะเป็นวิชาการลบผงพรายกุมารอันลือลั่น วิชาปลุกเสกขุนแผน วิชานะอกแตก หรือวิชาคงกระพันชาตรี หลวงพ่อสาคร ถือกำเนิดเมื่อวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๔๘๑ ณ บ้านหนองกรับ ท่านมีความฝักใฝ่ในไสยเวทย์มาตั้งแต่เยาว์วัย ได้ฝากตัวเป็นศิษย์วัดละหารไร่ ปรนนิบัติรับ...

เปิดตำนาน "หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน": เทพเจ้าแห่งพิจิตร ผู้มีวาจาสิทธิ์และอมตะเถระ ๑๑๑ ปี

 เปิดตำนาน "หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน": เทพเจ้าแห่งพิจิตร ผู้มีวาจาสิทธิ์และอมตะเถระ ๑๑๑ ปี หากเอ่ยถึง "จักรพรรดิแห่งรูปหล่อ" เบอร์หนึ่งของเมืองไทย นามของ "หลวงพ่อเงิน พุทธโชติ" แห่งวัดบางคลาน (วัดหิรัญญาราม) จ.พิจิตร ย่อมเป็นที่สุดที่นักสะสมใฝ่ฝัน ด้วยพุทธคุณที่ครอบจักรวาล ทั้ง "มั่งมีศรีสุข" สมดั่งนามของท่าน และ "คงกระพันชาตรี" ชนิดที่แมลงวันไม่ได้กินเลือด เครดิตภาพ :  https://www.khaosod.co.th/newspaper-column/amulets/news_4913607 ชาติภูมิและตำนาน "พระเถระ ๔ แผ่นดิน" หลวงพ่อเงิน เกิดในสมัยรัชกาลที่ ๑ (ปี พ.ศ. ๒๓๕๑) และมรณภาพในสมัยรัชกาลที่ ๖ (ปี พ.ศ. ๒๔๖๒) สิริอายุยืนยาวถึง ๑๑๑ ปี ท่านเป็นพระอริยสงฆ์ผู้เปี่ยมด้วยเมตตาธรรมและอภิญญาญาณแก่กล้า เกร็ดประวัติที่น่าสนใจคือ ท่านมีความผูกพันกับ "วัดท้ายน้ำ" เป็นอย่างมาก โดยจำพรรษาอยู่ที่นั่นนานกว่าวัดบางคลาน และได้สร้างถาวรวัตถุไว้มากมาย ก่อนจะกลับมาจำพรรษาที่วัดบางคลานในบั้นปลายชีวิต ปาฏิหาริย์เล่าขาน: วาจาสิทธิ์และมหาอุด เรื่องราวความศักดิ์สิทธิ์ของท่านมีมากมาย จากค...