ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

พระกริ่งวัดตรีทศเทพ พิมพ์พระประธาน ปี 2491 ต้นแบบพระกริ่ง 7 รอบ

เจาะตำนาน "พระกริ่งวัดตรีทศเทพ" พุทธศิลป์จากสายสัมพันธ์กษัตริย์และสังฆราช กับ 5 รหัสลับที่นักสะสมระดับมืออาชีพต้องรู้

ในโลกของพุทธศิลป์และโบราณคดีไทย "วัดตรีทศเทพวรวิหาร" มิได้เป็นเพียงพระอารามหลวงชั้นตรีที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงรัตนโกสินทร์ แต่เปรียบเสมือนพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิตซึ่งซ่อนปมประวัติศาสตร์อันน่าพิศวงไว้ คุณทราบหรือไม่ว่าพระอารามที่สถาปนาโดยกษัตริย์และเจ้าฟ้าพระองค์นี้ เคยตกอยู่ในสภาวะ "สุญญากาศทางพระธรรมวินัย" นานกว่า 80 ปี โดยไม่มีการผูกพัทธสีมาจนต้องใช้น้ำในคูคลองรอบวัดเป็นเขตสมมติในการทำสังฆกรรม?

เบื้องหลังความจำกัดทางประวัติศาสตร์นี้เองที่กลายเป็นมูลเหตุแห่งการกำเนิด "พระกริ่งวัดตรีทศเทพ" วัตถุมงคลที่ก้าวข้ามขอบเขตของเครื่องรางสู่การเป็น "จดหมายเหตุทางโลหะวิทยา" และสัญลักษณ์แห่งสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างสถาบันกษัตริย์และคณะสงฆ์

--------------------------------------------------------------------------------

ปฐมบทแห่งศรัทธา: วัดที่สร้างโดย 'เทพทั้งสาม' และคูน้ำแห่งสังฆกรรม

นามของ "วัดตรีทศเทพ" มีนัยทาง "ประติมานวิทยา" (Iconography) ที่ลึกซึ้ง หมายถึงวัดที่สร้างโดยเทพทั้งสามพระองค์ อันได้แก่ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) และพระราชโอรสอีกสองพระองค์คือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นมเหศวรศิววิลาศ และพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นวิษณุนาถนิภาธร

ความน่าสนใจในเชิงประวัติศาสตร์คือ ตลอด 80 ปีแรก วัดแห่งนี้ไม่มี "เขตพัทธสีมา" ที่ชัดเจน ทำให้พระสงฆ์ต้องใช้คูน้ำรอบวัดเป็นเขตวิสุงคามสีมาโดยอนุโลม จนกระทั่งปี พ.ศ. 2491 สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ (หม่อมราชวงศ์ชื่น นพวงศ์) ทรงมีพระบัญชาให้ประกอบพิธีผูกพัทธสีมาให้ถูกต้องตามพุทธานุญาต เหตุการณ์สำคัญนี้เองที่เป็นจุดเริ่มต้นของพระกริ่งรุ่นตำนาน โดยมีการประกอบพิธีเททอง ณ บริเวณหน้าพระอุโบสถ วัดบวรนิเวศวิหาร ซึ่งสะท้อนถึงการแผ่บารมีคุ้มครองจากวัดพี่สู่วัดน้องอย่างชัดเจน

จุดเด่นที่ 1: "โลหะไม่กลับดำ" นวัตกรรมโลหะวิทยาและเทคนิคช่างหลวง

พระกริ่งวัดตรีทศเทพ พิมพ์พระประธาน ปี 2491 คือความสำเร็จของวิศวกรรมโลหะวิทยายุคเก่า วรรณะของพระรุ่นนี้มีส่วนผสมของทองเหลืองและแร่ธาตุพิเศษที่ทำให้ผิวโลหะมีสีเหลืองปนขาว (Yellowish White)

"ในฐานะภัณฑารักษ์ สิ่งที่น่าอัศจรรย์ที่สุดคือคุณสมบัติ 'Oxidation Resistance' หรือการที่เนื้อโลหะไม่กลับดำสนิทเหมือนนวโลหะทั่วไป แม้จะผ่านกาลเวลากว่าครึ่งศตวรรษ ผิวพระยังคงความสว่างนวลตา ซึ่งเป็นอัตลักษณ์ที่นักสะสมใช้จำแนกความแท้ได้อย่างแม่นยำ"

นอกจากนี้ เทคนิคการสร้างยังใช้การ "เทตัน" (Solid Casting) คือหล่อองค์พระให้ทึบทั้งองค์ แล้วจึงนำมาเจาะรูใต้ฐานด้วยสว่านที่มีขนาดเท่าแท่งดินสอมาตรฐานเพื่อบรรจุเม็ดกริ่ง ก่อนจะอุดปิดด้วย "ทองชนวน" ชนิดเดียวกับเนื้อพระ และแต่งผิวด้วยตะไบอย่างประณีตจนรอยเจาะเรียบเนียนหายไปกับเนื้อองค์พระ

จุดเด่นที่ 2: "Master Prototype" ต้นแบบแห่งพระกริ่ง 7 รอบอันลือลั่น

ในเชิงประวัติศาสตร์ศิลป์ พระกริ่งวัดตรีทศเทพปี 2491 คือแม่แบบสำคัญที่ส่งอิทธิพลต่อพระกริ่งรุ่นหลัง โดยเฉพาะพระกริ่ง 7 รอบ ปี 2499 ของสมเด็จพระสังฆราชเจ้าฯ พุทธลักษณะของพระรุ่นนี้จำลองมาจาก "พระไภษัชยคุรุไวฑูรยประภาตถาคต" หรือพระพุทธเจ้าแพทย์ในคติมหายาน จึงปรากฏการถือครอบน้ำมนต์เป็นสัญลักษณ์สำคัญ

ตารางเปรียบเทียบพุทธศิลป์และจุดพิจารณาสำคัญ:

จุดพิจารณา (Key Markers)

พระกริ่งวัดตรีทศเทพ (พ.ศ. 2491)

พระกริ่ง 7 รอบ (พ.ศ. 2499)

พระหัตถ์ซ้าย

ทรงถือครอบน้ำมนต์ (Medicine Jar)

วางเปล่า (ช่างจงใจลบออก)

ฐานด้านหลัง

ปรากฏบัวคู่ (2 กลีบ) ชัดเจน

ไม่มีกลีบบัวด้านหลัง (ฐานเรียบ)

สัญลักษณ์พิเศษ

ไม่มี (เน้นความเรียบง่ายตามแบบแผน)

ตอกตัวเลข "๗" ไทย (จมลงในเนื้อ)

นัยทางศิลปะ

เป็นองค์ต้นแบบ (Master Prototype)

เป็นรุ่นสืบทอด (Successor Model)

จุดเด่นที่ 3: พระกริ่งนวราชบพิตรปี 2530 จาก "ของขลัง" สู่ "สัญลักษณ์แห่งรัฐชาติ"

เมื่อกาลเวลาล่วงมาถึงปี พ.ศ. 2530 วัตถุมงคลของวัดตรีทศเทพได้ยกระดับสู่จุดสูงสุด เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เสด็จฯ เททองด้วยพระองค์เอง รุ่นนี้จึงมีสถานะเป็น "Symbol of the Nation-State" ที่หลอมรวมสถาบันหลักเข้าไว้ด้วยกัน ผ่านมวลสารศักดิ์สิทธิ์ที่ยากจะหาใดเทียบ:

  • เส้นพระเจ้า: เส้นพระเกศาของรัชกาลที่ 9
  • ผงสมเด็จจิตรลดา: ผงพุทธคุณที่ทรงปรุงด้วยพระหัตถ์
  • ชนวนพระกริ่งปวเรศ: มวลสารจากจักรพรรดิแห่งพระกริ่งไทย

 จุดเด่นที่ 4: รหัสความปลอดภัย (Security Marks) ใต้ฐานพระ

การตรวจสอบความแท้ในรุ่นปี 2530 ถูกออกแบบมาอย่างรัดกุมด้วยรหัสการตอกโค้ด เพื่อป้องกันการปลอมแปลงและรักษามูลค่าของสินทรัพย์:

  • โค้ด "ภปร": ประทับที่ด้านหลังองค์พระ สื่อถึงพระบารมีปกเกล้าฯ
  • โค้ด "อุ": (ลักษณะคล้ายเลข ๙ ไทย) สำหรับพระกริ่งตอกที่ด้านหลังใกล้ฐาน สำหรับพระชัยวัฒน์ตอกที่ใต้ฐาน
  • โค้ด "นวราช": ตอกเป็นอักษรไทยไว้ที่บริเวณใต้ฐานของพระกริ่ง

 จุดเด่นที่ 5: "ลงชาดแดง" และกลไกเศรษฐศาสตร์แห่งความหายาก (Hyper-Scarcity)

ในมิติของเศรษฐศาสตร์พระเครื่อง รุ่นนวราชบพิตรปี 2530 มีการใช้กลยุทธ์ "Asset Stratification" หรือการแบ่งลำดับชั้นของสินทรัพย์ โดยคัดเลือกองค์พระที่สมบูรณ์ที่สุดเพียง 99 องค์ มาทำการ "ลงชาดแดง" (Red Cinnabar) สร้างปรากฏการณ์ความหายากแบบสมบูรณ์ (Absolute Scarcity) ที่กระตุ้นความต้องการของนักสะสมระดับ High-End

สรุปมูลค่าสะสมและการลงทุน (ประเมินตามกลไกตลาด):

  • รุ่นปี 2491 (พิมพ์พระประธาน): 11,000 - 16,000 บาท (ขึ้นอยู่กับ "Aesthetic Premium" หรือความสวยของรอยตะไบอุดกริ่ง)
  • รุ่นปี 2530 (เนื้อนวโลหะปกติ): ประมาณ 15,000 บาท
  • รุ่นปี 2530 (ชุดลงชาดแดง 1 ใน 99 องค์): ราคาประมูลพุ่งสูงถึง 21,000 บาทขึ้นไป เนื่องจากเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven Asset) ที่มีประวัติชัดเจน

บทสรุป: มรดกทางจิตวิญญาณในอุ้งมือ

พระกริ่งวัดตรีทศเทพ ไม่ใช่เพียงวัตถุโลหะที่ผ่านพิธีกรรมพุทธาภิเษก แต่คือผลึกทางประวัติศาสตร์ที่เชื่อมโยงศรัทธาของกษัตริย์ สังฆราช และงานช่างหลวงเข้าไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นรุ่นปี 2491 ที่เป็น "ครู" แห่งพุทธศิลป์ หรือรุ่นปี 2530 ที่เป็น "มงคล" แห่งแผ่นดิน

ในโลกที่ความรวดเร็วอาจทำให้เราหลงลืมรากเหง้า คุณค่าของ "ศรัทธา" ที่ถูกหลอมรวมอยู่ในเนื้อโลหะไม่กลับดำนี้ จะยังคงทำหน้าที่เป็นเข็มทิศนำทางจิตวิญญาณ และเป็นสินทรัพย์ที่รักษา "มูลค่า" ไว้ได้อย่างเหนือกาลเวลาสำหรับผู้ที่คู่ควรจะเป็นผู้ครอบครองประวัติศาสตร์นี้เท่านั้น 

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ตำนานพระกริ่งรุ่นทิ้งทวน: มรดกพุทธคุณหลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่

พระกริ่งหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ วัดบ้านไร่ รุ่นทิ้งทวน พ.ศ. ๒๕๓๖: การศึกษาเชิงลึก พระกริ่งหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ วัดบ้านไร่ รุ่น "ทิ้งทวน" ที่จัดสร้างขึ้นในปีพุทธศักราช ๒๕๓๖ ถือเป็นวัตถุมงคลสำคัญอีกรุ่นหนึ่งของพระเทพวิทยาคม (คูณ ปริสุทฺโธ) อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา 1 พระกริ่งรุ่นนี้นอกจากจะมีความงดงามทางพุทธศิลป์แล้ว ยังแฝงไว้ด้วยเรื่องราวความเป็นมาที่น่าสนใจ ทั้งในด้านเจตนาการจัดสร้าง มวลสารที่ใช้ และพิธีกรรมพุทธาภิเษกอันเข้มขลัง ทำให้เป็นที่ปรารถนาของศิษยานุศิษย์และนักสะสมวัตถุมงคลโดยทั่วไป รายงานฉบับนี้จะทำการศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับพระกริ่งรุ่นทิ้งทวนในแง่มุมต่างๆ อย่างละเอียด เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่สนใจ เครดิตภาพ:  https://www.thaprachan.com/   เปิดกรุพระกริ่งทิ้งทวน ๒๕๓๖: ความเป็นมา พุทธศิลป์ และพุทธคุณ โดย หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ เป็นพระเกจิอาจารย์ผู้เปี่ยมด้วยเมตตาบารมี เป็นที่เคารพศรัทธาของพุทธศาสนิกชนทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ 4 วัตถุมงคลที่ท่านอธิษฐานจิตปลุกเสกล้วนเป็นที่กล่าวข...

เปิดตำนาน หลวงพ่อเงิน ปี 15 วัดบางคลาน: เจาะลึก 5 ความลับ ตำหนิ และราคา 2568-2569 ที่นักสะสมต้องรู้

 เปิดตำนาน หลวงพ่อเงิน ปี 15 วัดบางคลาน: เจาะลึก 5 ความลับ ตำหนิ และราคา 2568-2569 ที่นักสะสมต้องรู้ พิจิตร (เมืองชาละวัน) – ในทำเนียบเครื่องรางของขลังไทย นามของ " หลวงพ่อเงิน พุทธโชติ " แห่งวัดบางคลาน คือจุดสูงสุดแห่งความศรัทธา ความศักดิ์สิทธิ์ของท่านขจรขจายจน "กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์" ต้องเสด็จมาฝากตัวเป็นศิษย์ ทว่าด้วยมูลค่าของ "รูปหล่อรุ่นแรก ปี 2460" ที่พุ่งทะยานสู่หลักหลายสิบล้านบาท จึงเป็นปฐมเหตุให้ "หลวงพ่อเงิน ปี 15" ถือกำเนิดขึ้นในฐานะ "รุ่น 2" ที่สมบูรณ์แบบที่สุด ทั้งในเชิงพุทธศิลป์และพิธีกรรม บทความนี้จะพาทุกท่านสวมวิญญาณนักอนุรักษ์และนักวิเคราะห์ แกะรอย 5 ความลับในก้อนโลหะผสมปี 2515 ว่าทำไมจึงทรงอานุภาพและมีมูลค่าสูงทะลุหลักแสนในปัจจุบัน! เจาะลึก 5 ความลับ "หลวงพ่อเงิน ปี 15" : มรดกแห่งศรัทธาที่วิทยาศาสตร์และไสยเวทย์มาบรรจบกัน ในระบบนิเวศของวงการเครื่องรางของขลังไทย นามของ "หลวงพ่อเงิน พุทธโชติ" แห่งวัดบางคลาน ถูกสถาปนาไว้บนจุดสูงสุดของทำเนียบเกจิอาจารย์ระดับตำนาน ความศักดิ์สิทธิ์ของท่านขจรขจายถึงข...

เปิดตำนานพระงาแกะ หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ: เจาะลึก 5 วิธีดูพระแท้ สำหรับนักสะสมมือใหม่ 2567

  เปิดตำนาน "พระงาแกะหลวงพ่อเดิม": เจาะลึก 5 เรื่องจริงที่นักสะสมมือใหม่ต้องรู้ก่อนโดนหลอก เครดิตภาพ :  https://prathaprachan-mag.com/post/374813 ในโลกของเครื่องรางไทย หากจะหาวัตถุมงคลใดที่หลอมรวมระหว่าง "ธรรมชาติ" และ "จิตวิญญาณ" ได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด ย่อมหนีไม่พ้น "พระงาแกะของหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ" เทพเจ้าแห่งเมืองสี่แควผู้สำเร็จวิชาคชศาสตร์อย่างถ่องแท้ ท่านมีความผูกพันกับช้างอย่างลึกซึ้งจนยากจะแยกออก และความผูกพันนี้เองที่ก่อกำเนิด "Masterpiece" ที่นักสะสมทั่วประเทศต่างถวิลหา แต่ท่ามกลางความเลื่อมใส ปัญหาสิ่งเทียมเลียนแบบกลับทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ สำหรับนักสะสมรุ่นใหม่ที่ต้องการเข้าสู่เส้นทางนี้ การใช้อารมณ์นำความรู้คือความเสี่ยงที่สุด วันนี้เราจะมาเจาะลึก 5 เรื่องจริงที่จะเปลี่ยนคุณจากมือใหม่ให้กลายเป็นผู้ที่ "ดูเป็น" ด้วยสายตาของนักวิเคราะห์ 1: "จากเศษงาเหลือใช้ สู่ความยั่งยืนแห่งพุทธศิลป์" ในยุคที่หลวงพ่อเดิมสร้างวัดวาอาราม ท่านต้องใช้ช้างเป็นกำลังหลักในการลากไม้ผ่านป่าเขาลำเนาไพร และเมื่อท่านสร้าง "...