ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

เปิดตำนาน "พระกริ่งปวเรศ" แห่งวัดบวรนิเวศวิหาร

 

เปิดตำนาน "พระกริ่งปวเรศ" แห่งวัดบวรนิเวศวิหาร: เจาะลึก 5 ความลับสุดยอดแห่งพุทธศิลป์ที่โลกต้องจารึก

ในปฐมบทแห่งพุทธศิลป์ไทยและแวดวงเครื่องรางชั้นสูง หากจะระบุถึงวัตถุมงคลที่เป็น "ที่สุด" ของความปรารถนาและได้รับการยกย่องให้เป็น "Holy Grail" หรือจักรพรรดิแห่งพระกริ่งทั้งปวง คงไม่มีนามใดเทียบเทียม "พระกริ่งปวเรศ" แห่งวัดบวรนิเวศวิหารได้ ด้วยอรรถปริศนาแห่งจำนวนการจัดสร้างที่ลี้ลับ ผนวกกับพุทธานุภาพที่เล่าขานสืบต่อกันมานับศตวรรษ ส่งผลให้มูลค่าการเช่าบูชาในปัจจุบันทะยานสู่หลักสิบล้านบาท กลายเป็นประติมากรรมทางจิตวิญญาณที่ก้าวข้ามกาลเวลาและทรงพลังอำนาจอย่างที่สุด

เครดิตภาพ : https://www.thairath.co.th/lifestyle/amulet/2477902

1. ประจักษ์พยานแห่ง "ไภษัชยคุรุ": เมื่อพุทธศิลป์ทำหน้าที่เป็น "หมอยา" แห่งจิตวิญญาณ

พระกริ่งปวเรศไม่ใช่เพียงรูปหล่อโลหะขนาดเล็ก แต่คือการบูรณาการคติความเชื่อแบบมหายาน (วัชรยาน) เข้าสู่หัวใจของสยามประเทศ โดยจำลองพุทธลักษณะของ "พระไภษัชยคุรุไวฑูรยประภาตถาคต" บรมครูแห่งการแพทย์ผู้ตั้งมหาปณิธาน 12 ประการเพื่อดับทุกข์และโรคภัยของมวลมนุษย์

พุทธลักษณะ "ปางหมอยา" ที่ทรงถือหม้อยาน้ำมนต์หรือวชิระ เป็นสัญลักษณ์แห่งการทำลายล้างอวิชชา ในสมัยรัชกาลที่ 4 และ 5 พระกริ่งปวเรศถูกอัญเชิญมาเพื่อประกอบพิธีทำน้ำพระพุทธมนต์อันศักดิ์สิทธิ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน "พิธีมุรธาภิเษก" ซึ่งเป็นพิธีกรรมสูงสุดของสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย เพื่อเสริมสิริมงคลและประกาศบารมีแห่งองค์สมมติเทพ

บทสวดบูชาพระกริ่งปวเรศ (หัวใจพระไภษัชยคุรุ) "นโม ภควเต ไภษชฺยคุรุไวฑูรฺยปฺรภราชาย ตถาคตาย อรฺหเต สํมฺยกฺสมฺพุทฺธาย ตทฺยถา โอม ไภษชฺเย ไภษชฺเย ไภษชฺย สมุทฺคเต สฺวาหา"

2. สัมฤทธิศาสตร์ขั้นสูง: ปรากฏการณ์ "ผิวกลับดำ" และความลับแห่งนวโลหะ

ความอัศจรรย์ของพระกริ่งปวเรศอยู่ที่วิชาโลหะวิทยาโบราณ หรือ "สัมฤทธิศาสตร์" ในการปรุง "นวโลหะ" 9 ประการ (ทองคำ, เงิน, ทองแดง, พลวง, ดีบุก, สังกะสี, ชิน, ปรอท และเจ้าน้ำเงิน) ความลับสำคัญอยู่ที่การผสม "เจ้าน้ำเงิน" และ "ปรอท" ในสัดส่วนที่แม่นยำ ก่อให้เกิดปฏิกิริยาทางเคมีที่เรียกว่า "ผิวกลับดำ"

เมื่อองค์พระถูกสัมผัส เนื้อโลหะชั้นในจะเผยสี "จำปาเทศ" (ทองแดงอมชมพู) แต่เมื่อทำปฏิกิริยาออกซิเดชันกับอากาศ ผิวจะแปรเปลี่ยนกลับเป็นสีดำสนิท เป็นมันวาวราวกับนิลดำอย่างน่าอัศจรรย์ จากการตรวจสอบด้วยเทคโนโลยี XRF (X-ray Fluorescence) พบว่ามีการผสมธาตุ "ตะกั่ว (Pb)" เพื่อเพิ่มความไหลตัวของน้ำโลหะ ช่วยให้การหล่อสามารถเก็บรายละเอียดพุทธศิลป์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ก่อนที่ช่างหลวงจะบรรจงใช้กรรมวิธี "ตอกแม่พิมพ์" สร้าง "รอยตุ๊ดตู่" บนพระเศียรเพื่อให้เกิดความคมชัดและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว

3. ปริศนา "30 องค์" และเงาของหลวงชำนาญเลขา: ความจริงที่ซ่อนอยู่หลังจำนวนการสร้าง

จำนวนการสร้างพระกริ่งปวเรศคือปริศนาที่ค้ำยันมูลค่าทางเศรษฐศาสตร์ ในบันทึกสายอนุรักษ์นิยมระบุว่าสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ ทรงสร้างขึ้นด้วยพระองค์เองในจำนวนจำกัดยิ่งยวด ไม่เกิน 30 องค์ เพื่อประทานแก่เจ้านายชั้นผู้ใหญ่เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ยังมีหลักฐานจากมุขปาฐะของสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ที่กล่าวถึง หลวงชำนาญเลขา (หุ่น) ผู้ใกล้ชิดที่ได้รับประทานแม่พิมพ์ไปจัดสร้างเพิ่มเติมในวาระต่างๆ เช่น รุ่น "ปราบฮ่อ" (พ.ศ. 2426) ที่ปรากฏตัวอักษร "ร.๕" และ รุ่น "ร.ศ. 110" (พิมพ์สมบูรณ์พูนสุข) ความคลุมเครือระหว่าง "องค์ต้นแบบ" กับ "รุ่นเสริมโดยช่างหลวง" นี้เองที่เป็นพลวัตขับเคลื่อนให้พระกริ่งปวเรศกลายเป็นของหายากระดับตำนานที่นักสะสมทั่วโลกต่างพลิกแผ่นดินหา

4. อัตลักษณ์แห่ง "องค์ครู": การเจาะรหัสลับพุทธศิลป์ที่เหนือระดับ

การพิจารณาพระกริ่งปวเรศแท้ต้องอาศัยการสังเกต "รหัสลับ" ทางพุทธศิลป์ที่สืบทอดกันมาในกลุ่มผู้เชี่ยวชาญระดับสูง:

  • ฐานบัลลังก์: มาตรฐาน "องค์ครู" ด้านหน้าจะมีกลีบบัว 7 กลีบ ส่วนด้านหลังจะมีกลีบบัวเพียง 1 คู่ (คว่ำ-หงาย)
  • พระเศียรและพระนลาฎ: ไม่มีเส้นไรพระศก แต่ใช้การ "ตอกรอยตุ๊ดตู่" ลงไปบนเนื้อโลหะเพื่อจำลองเม็ดพระศก ซึ่งต้องมีความคมและลึกตามธรรมชาติของการตอก
  • พิมพ์พิเศษ 9 กลีบ: พบในกลุ่มพิมพ์ละเอียดสูงที่มีกลีบบัวรอบฐานถึง 9 กลีบ โดยมีอัตลักษณ์สำคัญคือเป็น "แม่พิมพ์ชนิดไม่ประกบ" (Single-piece mold) ทำให้องค์พระ ไม่มีรอยตะเข็บข้าง ซึ่งเป็นจุดตายสำคัญในการจำแนกความแท้
  • การบรรจุเม็ดกริ่ง: ใช้วิธีการกว้านเจาะฐานลึกเพื่อบรรจุเม็ดโลหะศักดิ์สิทธิ์ โดยไม่มีแผ่นโลหะปะก้นแบบพระกริ่งในยุคหลัง

พิกัดสถานที่และการเข้าชม (GEO & Visiting Info)

ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าศึกษาและสักการะ "องค์ครู" ที่ประดิษฐานมานานกว่า 170 ปี ได้ที่:

  • สถานที่: เก๋งจีน พิพิธภัณฑ์รังษี (อาคาร ภปร.) วัดบวรนิเวศวิหารราชวรวิหาร กรุงเทพมหานคร
  • เวลาทำการ: เปิดให้เข้าชมเฉพาะวันเสาร์ - วันอาทิตย์ เวลา 09.00 - 17.00 น. (ไม่เสียค่าเข้าชม)
  • คำแนะนำ: เป็นโอกาสหายากที่จะได้ชมองค์ต้นแบบอย่างใกล้ชิดเพื่อศึกษาเนื้อสัมฤทธิ์และรอยตุ๊ดตู่ที่เป็นบรรทัดฐานของโลก

5. บทสรุป: มรดกที่ล้ำค่ากว่ามูลค่าเงินตรา

พระกริ่งปวเรศไม่ได้เป็นเพียงวัตถุมงคลที่มีราคาแพงที่สุดในประวัติศาสตร์ แต่คือ "บันทึกแห่งศรัทธา" กรณีการสูญหายและการรณรงค์ #ทวงคืนสมบัติชาติ ของพระกริ่งปวเรศที่เคยเป็นสมบัติของ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (สา ปุสฺสเทวมหาเถระ) แห่งวัดราชประดิษฐฯ สะท้อนให้เห็นว่า พลังแห่งการอนุรักษ์มรดกชาติยังคงเข้มข้นในหัวใจคนไทย

ท้ายที่สุด ความเลื่อมใสในพระกริ่งปวเรศชวนให้เราตั้งคำถามถึงสมดุลระหว่าง "ศรัทธา" และ "พุทธพาณิชย์" ว่าคุณค่าที่แท้จริงนั้นอยู่ที่มูลค่าเลขแปดหลัก หรืออยู่ที่การเข้าถึงพุทธานุภาพแห่งการ "ตื่นรู้" และการบำบัดใจที่แฝงอยู่ในทุกอนูโลหะขององค์พระปฐมบทแห่งพระกริ่งไทยองค์นี้กันแน่

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ตำนานพระกริ่งรุ่นทิ้งทวน: มรดกพุทธคุณหลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่

พระกริ่งหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ วัดบ้านไร่ รุ่นทิ้งทวน พ.ศ. ๒๕๓๖: การศึกษาเชิงลึก พระกริ่งหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ วัดบ้านไร่ รุ่น "ทิ้งทวน" ที่จัดสร้างขึ้นในปีพุทธศักราช ๒๕๓๖ ถือเป็นวัตถุมงคลสำคัญอีกรุ่นหนึ่งของพระเทพวิทยาคม (คูณ ปริสุทฺโธ) อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา 1 พระกริ่งรุ่นนี้นอกจากจะมีความงดงามทางพุทธศิลป์แล้ว ยังแฝงไว้ด้วยเรื่องราวความเป็นมาที่น่าสนใจ ทั้งในด้านเจตนาการจัดสร้าง มวลสารที่ใช้ และพิธีกรรมพุทธาภิเษกอันเข้มขลัง ทำให้เป็นที่ปรารถนาของศิษยานุศิษย์และนักสะสมวัตถุมงคลโดยทั่วไป รายงานฉบับนี้จะทำการศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับพระกริ่งรุ่นทิ้งทวนในแง่มุมต่างๆ อย่างละเอียด เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่สนใจ เครดิตภาพ:  https://www.thaprachan.com/   เปิดกรุพระกริ่งทิ้งทวน ๒๕๓๖: ความเป็นมา พุทธศิลป์ และพุทธคุณ โดย หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ เป็นพระเกจิอาจารย์ผู้เปี่ยมด้วยเมตตาบารมี เป็นที่เคารพศรัทธาของพุทธศาสนิกชนทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ 4 วัตถุมงคลที่ท่านอธิษฐานจิตปลุกเสกล้วนเป็นที่กล่าวข...

เปิดตำนาน หลวงพ่อเงิน ปี 15 วัดบางคลาน: เจาะลึก 5 ความลับ ตำหนิ และราคา 2568-2569 ที่นักสะสมต้องรู้

 เปิดตำนาน หลวงพ่อเงิน ปี 15 วัดบางคลาน: เจาะลึก 5 ความลับ ตำหนิ และราคา 2568-2569 ที่นักสะสมต้องรู้ พิจิตร (เมืองชาละวัน) – ในทำเนียบเครื่องรางของขลังไทย นามของ " หลวงพ่อเงิน พุทธโชติ " แห่งวัดบางคลาน คือจุดสูงสุดแห่งความศรัทธา ความศักดิ์สิทธิ์ของท่านขจรขจายจน "กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์" ต้องเสด็จมาฝากตัวเป็นศิษย์ ทว่าด้วยมูลค่าของ "รูปหล่อรุ่นแรก ปี 2460" ที่พุ่งทะยานสู่หลักหลายสิบล้านบาท จึงเป็นปฐมเหตุให้ "หลวงพ่อเงิน ปี 15" ถือกำเนิดขึ้นในฐานะ "รุ่น 2" ที่สมบูรณ์แบบที่สุด ทั้งในเชิงพุทธศิลป์และพิธีกรรม บทความนี้จะพาทุกท่านสวมวิญญาณนักอนุรักษ์และนักวิเคราะห์ แกะรอย 5 ความลับในก้อนโลหะผสมปี 2515 ว่าทำไมจึงทรงอานุภาพและมีมูลค่าสูงทะลุหลักแสนในปัจจุบัน! เจาะลึก 5 ความลับ "หลวงพ่อเงิน ปี 15" : มรดกแห่งศรัทธาที่วิทยาศาสตร์และไสยเวทย์มาบรรจบกัน ในระบบนิเวศของวงการเครื่องรางของขลังไทย นามของ "หลวงพ่อเงิน พุทธโชติ" แห่งวัดบางคลาน ถูกสถาปนาไว้บนจุดสูงสุดของทำเนียบเกจิอาจารย์ระดับตำนาน ความศักดิ์สิทธิ์ของท่านขจรขจายถึงข...

เจาะตำนาน "พระกริ่งวัดสุทัศน์" ของสมเด็จพระสังฆราช (แพ)

  เจาะตำนาน "พระกริ่งวัดสุทัศน์": จักรพรรดิแห่งโลหะธาตุและสถาปัตยกรรมทางจิตวิญญาณของสมเด็จพระสังฆราช (แพ) ในบรรดาสุดยอดสรรพวัตถุมงคลแห่งสยาม ไม่มีปรากฏการณ์พุทธศิลป์ใดที่จะรวบรวมความซับซ้อนของโลหะวิทยา ความลึกซึ้งของโหราศาสตร์จักรวาล และความเข้มขลังของพุทธเวทได้สมบูรณ์แบบเท่ากับ "พระกริ่งวัดสุทัศน์" ซึ่งสถาปนาโดย สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (แพ ติสฺสเทโว) พระองค์ผู้ทรงเป็น "จักรพรรดิแห่งการสร้างพระเนื้อโลหะ" ที่เปลี่ยนสสารไร้วิญญาณให้กลายเป็นอัครประติมากรรมที่เปี่ยมด้วยพลังอำนาจท้าทายกาลเวลา เครดิตภาพ :  https://www.thairath.co.th/horoscope/belief/2838525 1. ปาฏิหาริย์จากวิกฤต: เมื่อ "พระเครื่อง" คือ "เครื่องมือทางการแพทย์ทางเลือก" จุดกำเนิดของพระกริ่งวัดสุทัศน์ไม่ใช่เรื่องของพาณิชย์ศิลป์ แต่คือความกตัญญูและปาฏิหาริย์ท่ามกลางวิกฤตสาธารณสุข ในช่วงปี พ.ศ. 2438-2439 ที่อหิวาตกโรคระบาดหนัก สมเด็จพระวันรัต (แดง) พระอุปัชฌาย์ของสมเด็จฯ (แพ) อาพาธหนักจนอยู่ในขั้นวิกฤต สมเด็จฯ (แพ) ทรงอาราธนาพระกริ่งเก่าลงแช่น้ำทำน้ำพระพุทธมนต์ตาม...