ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

เจาะตำนาน "พระกริ่งวัดสุทัศน์" ของสมเด็จพระสังฆราช (แพ)

 

เจาะตำนาน "พระกริ่งวัดสุทัศน์": จักรพรรดิแห่งโลหะธาตุและสถาปัตยกรรมทางจิตวิญญาณของสมเด็จพระสังฆราช (แพ)

ในบรรดาสุดยอดสรรพวัตถุมงคลแห่งสยาม ไม่มีปรากฏการณ์พุทธศิลป์ใดที่จะรวบรวมความซับซ้อนของโลหะวิทยา ความลึกซึ้งของโหราศาสตร์จักรวาล และความเข้มขลังของพุทธเวทได้สมบูรณ์แบบเท่ากับ "พระกริ่งวัดสุทัศน์" ซึ่งสถาปนาโดย สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (แพ ติสฺสเทโว) พระองค์ผู้ทรงเป็น "จักรพรรดิแห่งการสร้างพระเนื้อโลหะ" ที่เปลี่ยนสสารไร้วิญญาณให้กลายเป็นอัครประติมากรรมที่เปี่ยมด้วยพลังอำนาจท้าทายกาลเวลา

เครดิตภาพ : https://www.thairath.co.th/horoscope/belief/2838525

1. ปาฏิหาริย์จากวิกฤต: เมื่อ "พระเครื่อง" คือ "เครื่องมือทางการแพทย์ทางเลือก"

จุดกำเนิดของพระกริ่งวัดสุทัศน์ไม่ใช่เรื่องของพาณิชย์ศิลป์ แต่คือความกตัญญูและปาฏิหาริย์ท่ามกลางวิกฤตสาธารณสุข ในช่วงปี พ.ศ. 2438-2439 ที่อหิวาตกโรคระบาดหนัก สมเด็จพระวันรัต (แดง) พระอุปัชฌาย์ของสมเด็จฯ (แพ) อาพาธหนักจนอยู่ในขั้นวิกฤต

สมเด็จฯ (แพ) ทรงอาราธนาพระกริ่งเก่าลงแช่น้ำทำน้ำพระพุทธมนต์ตามตำนานพระกริ่งปวเรศ ทันทีที่สมเด็จพระวันรัตฉันน้ำนั้น อาการอาพาธที่ไร้ทางรักษาในยุคนั้นกลับหายสนิทอย่างน่าอัศจรรย์ เหตุการณ์นี้คือจุดเปลี่ยนผ่านทางความคิด (Paradigm Shift) ครั้งยิ่งใหญ่:

"พระกริ่งไม่ใช่เพียงรูปเคารพ แต่คือ Spiritual-Medical Instrument ที่จำลองรูปของ 'พระไภษัชยคุรุไวฑูรยประภาราชตถาคต' พระพุทธเจ้าแพทย์ผู้ปัดเป่าโรคภัย เสียงกริ่งที่ดังกังวานคือสัญลักษณ์ของการตื่นรู้ (Awakening) และการขับไล่สิ่งอัปมงคล"

--------------------------------------------------------------------------------

2. อัลเคมีแห่งสยาม: ความลับ "นวโลหะ" 9 ชนิด และปรากฏการณ์ "กลับดำ"

หัวใจที่ทำให้พระกริ่งสำนักนี้ขึ้นสู่จุดสูงสุดคือ "ตำรับนวโลหะ" (Navaloha) น้ำหนักรวม 45 บาท ซึ่งเป็นการผสมโลหะตามหลักตรัยยางค์และธาตุวิทยาเพื่อให้เกิดความสมดุลทั้งทางกายภาพและจิตวิญญาณ

โลหะศักดิ์สิทธิ์

น้ำหนัก (บาท)

นัยยะทางวิทยาศาสตร์และพุทธเวท (Nai-ya)

ชิน (Lead/Tin)

1

ช่วยลดจุดหลอมเหลว ทำให้โลหะไหลเข้ารูปพิมพ์ได้คมชัด

จ้าวน้ำเงิน (Antimony)

2

แร่หายาก ช่วยเพิ่มความแข็งวาว และป้องกันความเปราะ

เหล็กละลายตัว

3

สัญลักษณ์แห่งความคงกระพัน เพิ่มความแกร่งให้เนื้อพระ

บริสุทธิ์ (ตะกั่วเกรียบ)

4

เพิ่มความหนาแน่นและน้ำหนัก ให้เนื้อนุ่มง่ายต่อการแต่งตะไบ

ปรอทสตุ

5

ทำหน้าที่เป็น Flux (น้ำประสาน) ผสานโลหะต่างชนิดให้เป็นเนื้อเดียว

สังกะสี

6

ทำหน้าที่เป็น Deoxidizer ป้องกันการเกิดฟองอากาศ (Porosity)

ทองแดงบริสุทธิ์

7

โลหะฐาน (Base Metal) ให้สีแดงระเรื่อและนำพาโลหะอื่นหลอมรวม

เงิน

8

Catalyst สำคัญที่ทำให้เกิดปฏิกิริยากลับดำ (Sulfidation)

ทองคำ

9

ป้องกันการกัดกร่อน และเป็นตัวแทนแห่งพุทธบารมีขั้นสูงสุด

The 'Black-Returning' Phenomenon: ในยุคต้น สมเด็จฯ (แพ) ทรงใช้ "เงินพดด้วง" และ "เงินตรายันต์โบราณ" เป็นมวลสารหลัก เมื่อทำปฏิกิริยากับซัลเฟอร์ในอากาศจะเกิดการกลับดำสนิทที่เรียกว่า "สัมฤทธิศักดิ์" (ผิวขาว/เหลืองก่อนกลับดำมันวาวราวปีกแมลงทับ) ส่วนพระรุ่นปี 2483 ที่เนื้อไม่ออกดำสนิทแต่เป็นสีน้ำตาลแดงนั้น เกิดจากการหล่อ "ครอบน้ำมนต์" จำนวนมากในพิธีเดียว ทำให้มวลสารเงินถูกเจือจางลง จนท่านต้องตรัสว่า "ไม่เป็นไร ของฉันขลังก็แล้วกัน"

--------------------------------------------------------------------------------

3. สถาปัตยกรรมอักขระ: พลังเร้นลับของ "ยันต์ 108" และ "นะปถมัง 14"

ก่อนการเททอง แผ่นมวลสารต้องผ่านการจารอักขระด้วยสมาธิระดับอุกฤษฏ์เพื่อแปรสภาพจากสสารกายภาพให้กลายเป็น "สสารทางจิตวิญญาณ" (Spiritual Matter):

  • นะปถมัง 14 ประการ: เกราะป้องกันปฐมภูมิ เช่น นะครอบจักรวาล, นะวชิราวุธ และนะสะท้านดินไหว เพื่อสร้างอาณาเขตศักดิ์สิทธิ์
  • พระยันต์ 108: แผนผังจักรวาลวิทยาที่แบ่งกลุ่มพุทธคุณอย่างเป็นระบบ:
    • กลุ่มจักรพรรดิ: (เช่น ยันต์พระควัมบดี) เพื่ออำนาจบารมีและชัยชนะเหนืออุปสรรค
    • กลุ่มเมตตามหานิยม: (เช่น ยันต์พระลักษณ์หน้าทอง) สำหรับการเจรจาและเสน่ห์เมตตา
    • กลุ่มสะท้อนและปัดเป่า: (เช่น ยันต์พระพุทธเจ้าถอยหลัง, ยันต์พระนารายณ์ถอยหลัง) เพื่อสะท้อนคุณไสยและสิ่งชั่วร้าย

--------------------------------------------------------------------------------

4. กฎแห่งจักรวาล: การควบคุมอุปทานด้วย "กำลังวัน"

ความหายากระดับ Extreme Scarcity ของพระกริ่งวัดสุทัศน์ถูกกำหนดด้วยฤกษ์ยามทางโหราศาสตร์ สมเด็จฯ (แพ) จะทรงเททองเฉพาะใน "วันเพ็ญเดือนสิบสอง" และจำกัดจำนวนตาม "กำลังวัน" อย่างเคร่งครัด:

  • วันอาทิตย์ (6) | วันจันทร์ (15) | วันอังคาร (8) | วันพุธ (17) | วันพฤหัสบดี (19) | วันศุกร์ (21) | วันเสาร์ (10)

ในมุมมองเศรษฐศาสตร์ นี่คือ Severe Supply Constraint ที่สร้างความต้องการมหาศาล เช่น พระกริ่งรุ่นเทพโมลีที่สร้างไม่เกิน 20 องค์ หรือ "พระกริ่ง 79" (รุ่นวันรัต) ที่สร้างเพียง 464 องค์ กลายเป็นสินทรัพย์ทางวัฒนธรรมที่มีมูลค่าพุ่งทะยานไม่หยุด

--------------------------------------------------------------------------------

5. ศิลปะบนรอยตะไบ: "รหัสลับ" และจุดพิจารณาพระแท้

การพิจารณาพระกริ่งวัดสุทัศน์ต้องอาศัย "สายตาของผู้เชี่ยวชาญ" ในการถอดรหัสร่องรอยเชิงช่างโบราณ:

  1. ปริศนา "โอม" ในรุ่นเทพโมลี: ใต้ฐานพระรุ่นแรกนี้มีรอยจารอักขระ "โอม" (หรือ "อุ") ซึ่งมีเส้นสายคล้ายเลข "๑" ไทย ทำให้นักสะสมยุคเก่ามักเข้าใจผิดว่าเป็นหมายเลขลำดับที่ 1 ของรุ่น
  2. รอยจารหงายหน้า (Face-up Inscription): ในรุ่น กริ่ง 79 รอยจารใต้ฐานต้องถูกขีดเขียนในลักษณะหงายหน้าองค์พระขึ้นเท่านั้น นี่คือ Signature ที่ยากจะลอกเลียน
  3. รอย "ตุ๊ดตู่" และรอยตะไบ: เม็ดพระศก (ผม) ที่ตอกด้วยเครื่องมือ "ตุ๊ดตู่" จะทิ้งร่องรอยหลุมที่ขอบไม่สมมาตร 100% ส่วนรอยตะไบของช่างชั้นครูอย่าง อาจารย์หนู (นิรันดร์ แดงวิจิตร) จะมีรอยสิ่วที่ลึกและพลิ้วไหว หรือ ช่างหรัส พัฒนนางกูร ที่เน้นความคมชัดของ "วชิระ" ร่องรอยเหล่านี้ต้องดู "แห้งและทื่อ" ตามอายุของ Patina โลหะ ไม่ใช่ความคมวาวของเครื่องมือสมัยใหม่

--------------------------------------------------------------------------------

บทสรุป: มรดกที่ท้าทายกาลเวลา

พระกริ่งวัดสุทัศน์ของสมเด็จพระสังฆราช (แพ) คือจุดตัดที่สมบูรณ์แบบระหว่างประวัติศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และศรัทธา เป็นงาน "Devotional Fine Art" ที่สอดแทรกภูมิปัญญาในการเอาชนะวิกฤตด้วยพลังแห่งจิตวิญญาณ

ในโลกดิจิทัลที่ทุกอย่างถูกผลิตซ้ำ (Mass Production) ได้อย่างง่ายดาย คุณค่าของพระกริ่งสำนักนี้กลับยิ่งทวีคูณ เพราะนี่คือประจักษ์พยานของความเพียรและกฎเกณฑ์จักรวาลที่เครื่องจักรไม่อาจเลียนแบบได้ คำถามสำคัญคือ: ในวันที่เราพึ่งพาเทคโนโลยีจนหลงลืมรากเหง้า เราจะยังสามารถสร้าง "สสารทางจิตวิญญาณ" ที่มีพลังอำนาจคุ้มครองและเป็นที่ยึดเหนี่ยวใจได้เท่ากับมรดกชิ้นนี้อีกหรือไม่?

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ตำนานพระกริ่งรุ่นทิ้งทวน: มรดกพุทธคุณหลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่

พระกริ่งหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ วัดบ้านไร่ รุ่นทิ้งทวน พ.ศ. ๒๕๓๖: การศึกษาเชิงลึก พระกริ่งหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ วัดบ้านไร่ รุ่น "ทิ้งทวน" ที่จัดสร้างขึ้นในปีพุทธศักราช ๒๕๓๖ ถือเป็นวัตถุมงคลสำคัญอีกรุ่นหนึ่งของพระเทพวิทยาคม (คูณ ปริสุทฺโธ) อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา 1 พระกริ่งรุ่นนี้นอกจากจะมีความงดงามทางพุทธศิลป์แล้ว ยังแฝงไว้ด้วยเรื่องราวความเป็นมาที่น่าสนใจ ทั้งในด้านเจตนาการจัดสร้าง มวลสารที่ใช้ และพิธีกรรมพุทธาภิเษกอันเข้มขลัง ทำให้เป็นที่ปรารถนาของศิษยานุศิษย์และนักสะสมวัตถุมงคลโดยทั่วไป รายงานฉบับนี้จะทำการศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับพระกริ่งรุ่นทิ้งทวนในแง่มุมต่างๆ อย่างละเอียด เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่สนใจ เครดิตภาพ:  https://www.thaprachan.com/   เปิดกรุพระกริ่งทิ้งทวน ๒๕๓๖: ความเป็นมา พุทธศิลป์ และพุทธคุณ โดย หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ เป็นพระเกจิอาจารย์ผู้เปี่ยมด้วยเมตตาบารมี เป็นที่เคารพศรัทธาของพุทธศาสนิกชนทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ 4 วัตถุมงคลที่ท่านอธิษฐานจิตปลุกเสกล้วนเป็นที่กล่าวข...

เปิดตำนาน หลวงพ่อเงิน ปี 15 วัดบางคลาน: เจาะลึก 5 ความลับ ตำหนิ และราคา 2568-2569 ที่นักสะสมต้องรู้

 เปิดตำนาน หลวงพ่อเงิน ปี 15 วัดบางคลาน: เจาะลึก 5 ความลับ ตำหนิ และราคา 2568-2569 ที่นักสะสมต้องรู้ พิจิตร (เมืองชาละวัน) – ในทำเนียบเครื่องรางของขลังไทย นามของ " หลวงพ่อเงิน พุทธโชติ " แห่งวัดบางคลาน คือจุดสูงสุดแห่งความศรัทธา ความศักดิ์สิทธิ์ของท่านขจรขจายจน "กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์" ต้องเสด็จมาฝากตัวเป็นศิษย์ ทว่าด้วยมูลค่าของ "รูปหล่อรุ่นแรก ปี 2460" ที่พุ่งทะยานสู่หลักหลายสิบล้านบาท จึงเป็นปฐมเหตุให้ "หลวงพ่อเงิน ปี 15" ถือกำเนิดขึ้นในฐานะ "รุ่น 2" ที่สมบูรณ์แบบที่สุด ทั้งในเชิงพุทธศิลป์และพิธีกรรม บทความนี้จะพาทุกท่านสวมวิญญาณนักอนุรักษ์และนักวิเคราะห์ แกะรอย 5 ความลับในก้อนโลหะผสมปี 2515 ว่าทำไมจึงทรงอานุภาพและมีมูลค่าสูงทะลุหลักแสนในปัจจุบัน! เจาะลึก 5 ความลับ "หลวงพ่อเงิน ปี 15" : มรดกแห่งศรัทธาที่วิทยาศาสตร์และไสยเวทย์มาบรรจบกัน ในระบบนิเวศของวงการเครื่องรางของขลังไทย นามของ "หลวงพ่อเงิน พุทธโชติ" แห่งวัดบางคลาน ถูกสถาปนาไว้บนจุดสูงสุดของทำเนียบเกจิอาจารย์ระดับตำนาน ความศักดิ์สิทธิ์ของท่านขจรขจายถึงข...