ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ตำนานแปรงทองเหลืองขัดตัว: "เหรียญนั่งพาน" หลวงพ่อยิด วัดหนองจอก พุทธคุณเหนียว ยิงไม่ออก ฟันไม่เข้า

 

ตำนานแปรงทองเหลืองขัดตัว: "เหรียญนั่งพาน" หลวงพ่อยิด วัดหนองจอก พุทธคุณเหนียว ยิงไม่ออก ฟันไม่เข้า

หากเอ่ยถึงพระเกจิอาจารย์ในยุคหลังปี 2500 ที่มีจิตตานุภาพแก่กล้าถึงขั้น "ปลุกเสกปลัดขิกจนบินได้" และมีผิวหนังคงกระพันดุจเหล็กไหล จนสามารถ "ใช้แปรงทองเหลืองขัดตัว" จนแปรงบานแต่ผิวหนังไม่ระคายเคือง... ชื่อของ “หลวงพ่อยิด จันทสุวัณโน” (พระครูนิยุตธรรม์สุนทร) แห่งวัดหนองจอก จ.ประจวบคีรีขันธ์ คือที่สุดแห่งตำนานที่ชาวกุยบุรีและนักเลงพระทั่วไทยต่างก้มกราบด้วยความศรัทธา

วันนี้เราจะพาไปเจาะลึกวัตถุมงคลพิมพ์นิยมที่เปี่ยมด้วยความหมายมงคล นั่นคือ “เหรียญนั่งพาน หลวงพ่อยิด”

ปฐมบท: จอมขมังเวทย์...สู่ร่มกาสาวพัสตร์

หลวงพ่อยิด ถือกำเนิดเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2476 ชีวิตของท่านโลดโผนและเข้มขลังมาตั้งแต่วัยหนุ่ม ท่านได้ฝากตัวเป็นศิษย์ของ หลวงพ่อหวล วัดนาพรม (น้าชาย) และที่สำคัญคือท่านได้สืบทอดวิชาจาก "หลวงพ่อทองศุข วัดโตนดหลวง" ปรมาจารย์ด้านคงกระพันชาตรีอันดับหนึ่งของเมืองเพชร

ในช่วงชีวิตฆราวาส ท่านเคยเป็นอาจารย์สักยันต์ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง ลูกศิษย์ที่ได้รับการสักยันต์จากท่านล้วน "หนังเหนียว" จนบางคนนำไปใช้ในทางที่ผิด ท่านจึงเลิกสักและหันหน้าเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์อีกครั้งในปี พ.ศ. 2518 ณ วัดเกาะหลัก และได้จาริกธุดงค์จนมาพบป่าไผ่อันเงียบสงบ ซึ่งต่อมาท่านได้เนรมิตให้กลายเป็น "วัดหนองจอก" อันรุ่งเรือง

อภินิหาร "สรงน้ำปีละครั้ง" และ "สัจจบารมี"

ความมหัศจรรย์ที่ทำให้หลวงพ่อยิดเป็นที่กล่าวขวัญ คือวัตรปฏิบัติอันเคร่งครัด ท่านจะ สรงน้ำเพียงปีละ 1 ครั้ง (ในงานสรงน้ำประจำปี) เท่านั้น แต่ร่างกายท่านกลับไม่มีกลิ่นกายและสะอาดผุดผ่องอยู่เสมอ

ไฮไลท์ที่ทำเอาศิษย์ตะลึงทั้งลานวัด คือการอนุญาตให้ลูกศิษย์ใช้ "แปรงทองเหลือง" (ชนิดที่ใช้ขัดพื้นปูน) มาขัดถูทำความสะอาดตามร่างกายท่านอย่างแรง จนขนแปรงทองเหลืองบานงอ แต่ผิวหนังของหลวงพ่อกลับ แดงระเรื่อเพียงเล็กน้อย ไร้รอยถลอกหรือเลือดแม้แต่หยดเดียว! นี่คือประจักษ์พยานแห่ง "ขันติบารมี" และวิชาคงกระพันขั้นสูงสุด

หลวงพ่อมักสอนเสมอว่า:

“การปลุกเสกวัตถุมงคลให้ขลัง จะต้องมีสมาธิและสัจจะ... หากใครนำไปบูชา จะต้องเป็นผู้มีสัจจะด้วย ของจึงจะขลัง”

เจาะลึก: เหรียญนั่งพาน (พิมพ์นิยมแห่งความสุข)

ในบรรดาวัตถุมงคลของท่าน นอกจาก "ปลัดขิก" อันลือลั่นแล้ว “เหรียญนั่งพาน” ถือเป็นเหรียญหลักที่ลูกศิษย์นิยมเก็บสะสม

  • พุทธศิลป์: เป็นเหรียญรูปทรงเสมา ด้านหน้าเป็นรูปหลวงพ่อยิดนั่งสมาธิเต็มองค์บน "พานแว่นฟ้า" ซึ่งมีนัยยะหมายถึง การรองรับสิ่งดีงาม การยกชีวิตให้สูงส่ง และการขจัดปัดเป่าโรคภัย (นั่งพานชนะมาร)

  • พุทธคุณ: ครบเครื่องแบบ "ทูอินวัน" คือ

    1. เหนียว: ตามสายวิชาหลวงพ่อทองศุข วัดโตนดหลวง แคล้วคลาด คงกระพัน

    2. เมตตา: มหาเสน่ห์ โชคลาภ ตามแบบฉบับเจ้าตำรับปลัดขิกบิน

อนาคตไกล: ของดีราคาเบาที่ต้องรีบเก็บ

ปัจจุบัน แม้หลวงพ่อยิดจะละสังขารไปแล้วตั้งแต่ปี 2538 แต่ชื่อเสียงของท่านไม่เคยจางหาย เหรียญนั่งพาน ยังเป็นของดีที่ราคายังไม่ข้ามกำแพงสูงนัก (หลักร้อยปลายถึงพันต้น ในเนื้อทองแดง) เมื่อเทียบกับพุทธคุณที่ "เหนียวระดับตำนาน"

ใครที่มองหาพระเครื่องสายเหนียว แขวนแล้วอุ่นใจ แถมมีเมตตามหานิยม "เหรียญนั่งพาน หลวงพ่อยิด" คือคำตอบที่คุ้มค่าที่สุดในชั่วโมงนี้ครับ

ความคิดเห็น

บทความยอดนิยม

ตำนานพระกริ่งรุ่นทิ้งทวน: มรดกพุทธคุณหลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่

พระกริ่งหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ วัดบ้านไร่ รุ่นทิ้งทวน พ.ศ. ๒๕๓๖: การศึกษาเชิงลึก พระกริ่งหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ วัดบ้านไร่ รุ่น "ทิ้งทวน" ที่จัดสร้างขึ้นในปีพุทธศักราช ๒๕๓๖ ถือเป็นวัตถุมงคลสำคัญอีกรุ่นหนึ่งของพระเทพวิทยาคม (คูณ ปริสุทฺโธ) อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา 1 พระกริ่งรุ่นนี้นอกจากจะมีความงดงามทางพุทธศิลป์แล้ว ยังแฝงไว้ด้วยเรื่องราวความเป็นมาที่น่าสนใจ ทั้งในด้านเจตนาการจัดสร้าง มวลสารที่ใช้ และพิธีกรรมพุทธาภิเษกอันเข้มขลัง ทำให้เป็นที่ปรารถนาของศิษยานุศิษย์และนักสะสมวัตถุมงคลโดยทั่วไป รายงานฉบับนี้จะทำการศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับพระกริ่งรุ่นทิ้งทวนในแง่มุมต่างๆ อย่างละเอียด เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่สนใจ เครดิตภาพ:  https://www.thaprachan.com/   เปิดกรุพระกริ่งทิ้งทวน ๒๕๓๖: ความเป็นมา พุทธศิลป์ และพุทธคุณ โดย หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ เป็นพระเกจิอาจารย์ผู้เปี่ยมด้วยเมตตาบารมี เป็นที่เคารพศรัทธาของพุทธศาสนิกชนทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ 4 วัตถุมงคลที่ท่านอธิษฐานจิตปลุกเสกล้วนเป็นที่กล่าวข...

พระกริ่งเชียงตุง 2486 วัดสุทัศน์

พระกริ่งเชียงตุง 2486 วัดสุทัศน์ ขอบคุณภาพจาก แดน ท่าพระจันทร์ สมเด็จพระสังฆราช(แพ) องค์อมตะเถราจารย์แห่งสำนักวัดสุทัศน์เทพวราราม ซึ่งเป็นองค์ปรมาจารย์ในเรื่องการสร้างพระกริ่งแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ท่านได้สถาปนาพระกริ่งรุ่นแรก เทพโมลี พ.ศ.2441 จนถึงรุ่นสุดท้าย เชียงตุง พ.ศ.2486 รวมเวลาได้ 45 ปี

เปิดตำนาน "พระกริ่งปวเรศ" แห่งวัดบวรนิเวศวิหาร

  เปิดตำนาน "พระกริ่งปวเรศ" แห่งวัดบวรนิเวศวิหาร: เจาะลึก 5 ความลับสุดยอดแห่งพุทธศิลป์ที่โลกต้องจารึก ในปฐมบทแห่งพุทธศิลป์ไทยและแวดวงเครื่องรางชั้นสูง หากจะระบุถึงวัตถุมงคลที่เป็น "ที่สุด" ของความปรารถนาและได้รับการยกย่องให้เป็น "Holy Grail" หรือจักรพรรดิแห่งพระกริ่งทั้งปวง คงไม่มีนามใดเทียบเทียม "พระกริ่งปวเรศ" แห่งวัดบวรนิเวศวิหารได้ ด้วยอรรถปริศนาแห่งจำนวนการจัดสร้างที่ลี้ลับ ผนวกกับพุทธานุภาพที่เล่าขานสืบต่อกันมานับศตวรรษ ส่งผลให้มูลค่าการเช่าบูชาในปัจจุบันทะยานสู่หลักสิบล้านบาท กลายเป็นประติมากรรมทางจิตวิญญาณที่ก้าวข้ามกาลเวลาและทรงพลังอำนาจอย่างที่สุด เครดิตภาพ :  https://www.thairath.co.th/lifestyle/amulet/2477902 1. ประจักษ์พยานแห่ง "ไภษัชยคุรุ": เมื่อพุทธศิลป์ทำหน้าที่เป็น "หมอยา" แห่งจิตวิญญาณ พระกริ่งปวเรศไม่ใช่เพียงรูปหล่อโลหะขนาดเล็ก แต่คือการบูรณาการคติความเชื่อแบบมหายาน (วัชรยาน) เข้าสู่หัวใจของสยามประเทศ โดยจำลองพุทธลักษณะของ "พระไภษัชยคุรุไวฑูรยประภาตถาคต" บรมครูแห่งการแพทย์ผู้ตั้งมหาปณิธาน 12 ประ...