เปิดตำนาน "พระกริ่ง จ.ป.ร. 2513" มหาจักรพรรดิพุทธาภิเษก 100 ปี วัดราชบพิธฯ สัญลักษณ์แห่งพุทธจักรและอาณาจักร
ปฐมบทแห่งความศักดิ์สิทธิ์และเกียรติภูมิ 100 ปี พระอารามหลวง
ในปริมณฑลแห่งพุทธศิลป์ไทย การสร้างปูชนียวัตถุในวาระกึ่งศตวรรษหรือหนึ่งศตวรรษ มิใช่เพียงพิธีกรรมตามขนบ แต่คือการสถาปนา "มรดกแห่งศรัทธา" ที่รวมเป็นหนึ่งเดียวระหว่างพุทธจักรและอาณาจักร วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม พระอารามหลวงชั้นเอกประจำรัชกาลที่ 5 คือสถานที่แห่งปฐมบทสำคัญนี้
ในโอกาสครบรอบ 100 ปีแห่งการสถาปนาพระอารามในปี พ.ศ. 2513 สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (วาสน์ วาสโน) ซึ่งต่อมาได้รับการสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 18 ได้มีดำริจัดสร้าง พระกริ่ง จปร 2513 เพื่อเป็นราชสักการะและเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจพสกนิกร นำมาซึ่งมหันตพิธีที่เปี่ยมด้วยตบะบารมีและเกียรติภูมิอันสูงส่งที่สุดรุ่นหนึ่งในประวัติศาสตร์รัตนโกสินทร์
เครดิตภาพ : https://www.web-pra.com/shop/panya/show/1359757
อัตลักษณ์พฤติมานวิทยา: การจำลองความอมตะจาก "นาลันทา"
ความวิจิตรของพระกริ่งรุ่นนี้เกิดจากการรังสรรค์โดย นายช่างเกษม มงคลเจริญ ปฏิมากรชั้นครูผู้ยกระดับมาตรฐานพุทธศิลป์ไทย โดยในเชิง "พฤติมานวิทยา" (Iconography) พระกริ่งรุ่นนี้มีอัตลักษณ์อันทรงคุณค่าดังนี้:
- ธรรมจักรกัปปวัตนสูตร: จำลองแบบมาจาก "พระพุทธรูปปางปฐมเทศนา ศิลปะสมัยคุปตะ" แห่งมหาวิทยาลัยนาลันทา ประเทศอินเดีย ยุคทองแห่งสุนทรียภาพที่ทั่วโลกยอมรับ
- นัยแห่งความอมตะ: การเลือกพุทธรูปต้นแบบจากนาลันทาที่รอดพ้นจากภัยสงครามและการทำลายล้างมาได้ราวปาฏิหาริย์ สื่อถึง "ความเป็นอมตะแห่งพระสัทธรรม" และ "ความแคล้วคลาดปราศจากอภันตราย" ซึ่งเป็นหัวใจหลักของประสบการณ์ ปืนแตก ในเวลาต่อมา
- ธรรมจักรมุทรา: การวางพระหัตถ์ในลักษณะหมุนกงล้อแห่งธรรม สะท้อนถึงปัญญาญาณและการประกาศสัจธรรมอันยิ่งใหญ่
- สัญลักษณ์แห่งอำนาจ: ฐานด้านหลังประดิษฐานพระปรมาภิไธยย่อ "จ.ป.ร." และใต้ฐานปิดทับด้วยแผ่นโลหะปั๊ม "ตราพระเกี้ยว" บนพานแว่นฟ้าล้อมรอบด้วยฉัตร 5 ชั้น อันเป็นเครื่องหมายประจำพระองค์รัชกาลที่ 5
มหันตพิธีพุทธาภิเษก: 3 วัน 3 คืน "กรณีพิเศษยิ่ง" ภายใต้บารมีธรรมราชา
การจัดสร้างพระกริ่ง จปร 2513 ดำเนินอย่างประณีตต่อเนื่องถึง 9 เดือน โดยมีลำดับเหตุการณ์ที่กลายเป็นตำนานดังนี้:
- มีนาคม 2513 (วาระที่ 1): พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีเททองเป็นปฐมฤกษ์ ณ ลานวัดราชบพิธฯ ทรงเททองหล่อเนื้อทองคำและทองชนวนด้วยพระองค์เอง
- มกราคม 2514 (วาระที่ 2 และ 3): รัชกาลที่ 9 เสด็จฯ มาทรงจุดเทียนชัยในวันที่ 29 มกราคม และเสด็จฯ มาทรงประกอบพิธีดับเทียนชัยในเวลาเที่ยงคืนของวันที่ 31 มกราคม พร้อมทรงพระสุหร่ายและเจิมปูชนียวัตถุ
- เกียรติภูมิอันสูงสุด: การที่องค์พระประมุขเสด็จฯ มาทรงประกอบพิธีถึง 3 วาระในวัตถุมงคลชุดเดียว ถือเป็น "กรณีพิเศษยิ่ง" (Gorn-nee-pi-sed-ying) ที่หาได้ยากยิ่งในประวัติศาสตร์ และเป็นการประจุพลังแห่งเทวราชาลงสู่เนื้อโลหะอย่างสมบูรณ์
- มวลสารศักดิ์สิทธิ์: ใช้แผ่นยันต์ 108 และ นะปถมัง 14 นะ จากพระเกจิทั่วประเทศ หลอมรวมตามตำรับนวโลหะโบราณสายวัดสุทัศน์ฯ
การรวมตัวของสุดยอด 108 พระคณาจารย์: พลังจิตสายวิปัสสนาและวิทยาคม
พิธีมหาพุทธาภิเษกนี้คือการ "ประชุมสุดยอด" ของพระอริยสงฆ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด โดยเฉพาะการปรากฏตัวของ สายพระป่า (ศิษย์สายอาจารย์มั่น) ซึ่งปกติจะปลีกวิเวกและไม่ค่อยเข้าร่วมพิธีในเมืองหลวง แต่ด้วยบารมีธรรมของสมเด็จพระสังฆราช (วาสน์) และความสำคัญของพระอารามหลวง ท่านเหล่านี้จึงมาร่วมประจุพลังจิตบริสุทธิ์:
- สายวิปัสสนากรรมฐาน: หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี, หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน, อาจารย์อ่อน ญาณสิริ และ อาจารย์วัน อุตฺตโม
- สายวิทยาคมภาคกลาง: หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี, หลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม, หลวงพ่อเต๋ วัดสามง่าม, หลวงปู่เทียม วัดกษัตราธิราช และ หลวงพ่อนอ วัดกลางท่าเรือ
- สายใต้และตักศิลาเขาอ้อ: พระอาจารย์นำ วัดดอนศาลา, หลวงพ่อนอง วัดทรายขาว และ พ่อท่านพรหม วัดพลานุภาพ
- สายภาคเหนือและตะวันตก: หลวงพ่อเกษม เขมโก, หลวงพ่อแดง วัดเขาบันไดอิฐ และ หลวงพ่อนารถ วัดศรีโลหะราษฎร์บำรุง
มหัศจรรย์ "รุ่นปืนแตก": พลังมหาอุดและอานุภาพแห่งความอมตะ
สมญานาม "รุ่นปืนแตก" มิได้เกิดขึ้นเพียงเพราะชื่อเรียก แต่เป็นประสบการณ์เชิงประจักษ์ในยุคสงครามเย็น มีการทดลองยิงวัตถุมงคลชุดนี้ (รวมถึงเหรียญและพระหูยาน จปร) ในระยะประชิด แต่ปืนกลับไม่สามารถลั่นกระสุนได้ และแรงดันดินปืนทำให้ลำกล้องระเบิดแตกกระจาย สะท้อนพลัง "มหาอุด" อันแก่กล้า
นอกจากนี้ยังมีประสบการณ์ "ยางบอน" หรือความคงกระพันชาตรีขั้นสูง ที่เกิดขึ้นกับเจ้าหน้าที่ในเหตุการณ์ตะลุมบอน โดยที่คมมีดและกระสุนไม่สามารถชำแรกลงสู่ผิวหนังได้ ทิ้งไว้เพียงรอยเขียวช้ำเท่านั้น อานุภาพเหล่านี้สอดคล้องกับนัยยะของ "พระพุทธรูปนาลันทา" ต้นแบบที่เป็นสัญลักษณ์แห่งความรอดพ้นและการเป็นอมตะนั่นเอง
โครงสร้างการจัดสร้างและคู่มือการสะสม (Collectors' Guide 2567-2568)
ข้อมูลการจัดสร้างที่บันทึกไว้อย่างชัดเจนและวิเคราะห์ราคาเช่าบูชาปัจจุบัน:
ประเภท/เนื้อโลหะ | จำนวนการสร้าง | รายละเอียดทางเทคนิค/สถานะราคา |
เนื้อทองคำ | 1,000 องค์ | น้ำหนักทองคำ 24.04 กรัม (ราคาหลักแสนกลางขึ้นไป) |
เนื้อนวโลหะ | 5,000 องค์ | พิมพ์ยอดนิยม "นวกลับดำ" (ราคา 9,500 - หมื่นต้น) |
พระชัยวัฒน์นวโลหะ | 2,513 องค์ | จำนวนสร้างเท่ากับ ปีพุทธศักราช (ราคาหลักพันกลาง) |
เหรียญทองแดง | 100,000 เหรียญ | พิมพ์ปืนแตก สภาพคล่องสูง (หลักร้อยถึงพันต้น) |
[Expert Insight] จุดพิจารณา "นวโลหะกลับดำ" (Nava Klab Dam): เสน่ห์ของเนื้อนวโลหะรุ่นนี้คือปฏิกิริยาออกซิเดชันและอุณหพลศาสตร์ในขณะเทหล่อ ทำให้ผิวโลหะมีการ "กลับดำ" เงางาม หรือมีประกายรุ้งตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นจุดสังเกตเก๊-แท้ที่สำคัญ ราคาพระกริ่ง จปร ที่มีผิวกลับดำสนิทมักจะสูงกว่าผิวทั่วไป และต้องพิจารณาความคมชัดของ "โค้ดตราพระเกี้ยว" ใต้ฐานเป็นสำคัญ
บทสรุป: มรดกแห่งศรัทธาที่ควรค่าแก่การครอบครอง
พระกริ่ง จปร 2513 คือบทพิสูจน์แห่งความศักดิ์สิทธิ์ที่หลอมรวมสถาบันกษัตริย์ สถาบันสงฆ์ และวิศวกรรมพุทธศิลป์เข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยพุทธคุณที่ครอบคลุมทุกมิติจากพลังจิตของ 108 พระคณาจารย์ และประวัติศาสตร์การสร้างที่โปร่งใส ชัดเจน ทำให้พระรุ่นนี้เป็นหนึ่งในสินทรัพย์ทางศรัทธาที่นักสะสมระดับมือโปรต้องมีไว้ในครอบครองเพื่อความเป็นสิริมงคลและปกป้องภยันตรายทั้งปวง

ความคิดเห็น