สิงห์เฒ่าแห่งเมืองสุพรรณ: ตำนาน "หลวงพ่อมุ่ย วัดดอนไร่" และเหรียญเสาร์ห้าหยุดมัจจุราช
หากเอ่ยถึงดินแดนแห่งขุนแผน เมืองสุพรรณบุรี นอกจากจะเป็นอู่ข้าวอู่น้ำแล้ว ยังเป็น "อู่วิชา" ที่สืบทอดไสยเวทย์มายาวนาน และหนึ่งในเกจิอาจารย์ยุคหลังกึ่งพุทธกาลที่ชาวสุพรรณยกย่องให้เป็นดั่ง "เทพเจ้า" ผู้มีวาจาสิทธิ์และตบะบารมีแก่กล้าที่สุดรูปหนึ่ง คงหนีไม่พ้น “พระครูสุวรรณวุฒาจารย์” หรือ “หลวงพ่อมุ่ย พุทธรักขิโต” แห่งวัดดอนไร่ อ.สามชุก
เครดิตภาพ : https://www2.g-pra.com/auctionc/view.php?aid=8450682
วัตถุมงคลของท่าน ไม่ใช่เพียงเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ แต่คือ "เครื่องรางช่วยชีวิต" ที่มีประสบการณ์เล่าขานกันปากต่อปาก ทั้งคมดาบที่ฟันไม่เข้า (ถึงขั้นดาบหัก) ฟ้าผ่ากลางทุ่งนาแต่รอดตายปาฏิหาริย์ หรืออุบัติเหตุรถยับเยินแต่คนขับไร้รอยขีดข่วน นี่คือเรื่องจริงที่ทำให้ชื่อของ "หลวงพ่อมุ่ย" ขจรขจายไปทั่วลุ่มน้ำท่าจีน
ปฐมบท: เฉียดความตายสู่ร่มกาสาวพัสตร์
หลวงพ่อมุ่ย ถือกำเนิดเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2432 ในครอบครัวชาวนา บิดาชื่อนายเหมือน มารดาชื่อนางชัง ชีวิตในวัยหนุ่มของท่านไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แม้จะเคยบวชเรียนมาแล้วหนึ่งครั้งนานถึง 10 พรรษา แต่เมื่อลาสิกขาออกมาเพื่อเตรียมเข้าพิธีวิวาห์ตามความต้องการของญาติ กลับเกิดเหตุการณ์พลิกผัน
ท่านล้มป่วยอย่างกะทันหันด้วยโรคประหลาด อาการสาหัสเจียนตาย จนแทบไม่มีหวังรอด ในวินาทีแห่งความเป็นความตายนั้น ท่านได้ตั้งสัจจะอธิษฐานว่า "หากรอดตายไปได้ จะขอบวชอุทิศชีวิตให้พระศาสนาตลอดไป"
และปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้น... ท่านรอดชีวิตราวกับปาฏิหาริย์ และได้กลับมาอุปสมบทครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2465 ณ พัทธสีมาวัดดอนบุปผาราม โดยมี พระครูธรรมสารรักษา (หลวงพ่ออ้น) เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับฉายา "พุทธรักขิโต" ผู้ได้รับการรักษาโดยพุทธองค์
เส้นทางจอมขมังเวทย์: ศิษย์เอก "เล่มครึ่ง" ของหลวงปู่ศุข
ความเก่งกาจของหลวงพ่อมุ่ย ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย แต่เกิดจากการใฝ่รู้และออกธุดงค์ศึกษาวิชากับปรมาจารย์ระดับประเทศ
หลวงพ่ออ้น วัดดอนบุปผาราม: พระอุปัชฌาย์ของท่าน ผู้เป็นครูบาอาจารย์ต้นแบบ (อาจารย์เดียวกับหลวงพ่อนุ่ม วัดนางใน)
หลวงพ่ออิ่ม วัดหัวเขา: ปรมาจารย์ผู้เข้มขลัง บททดสอบแรกที่หลวงพ่ออิ่มมอบให้คือ "นั่งสมาธิให้ตัวลอยพ้นปากหลุม" หลวงพ่อมุ่ยทำสำเร็จ จนหลวงพ่ออิ่มถ่ายทอดวิชาให้จนหมดสิ้น
หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า: ตำนานเล่าขานที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือเมื่อหลวงพ่ออิ่มพาหลวงพ่อมุ่ยไปฝากตัวเป็นศิษย์หลวงปู่ศุข (พระอาจารย์ของกรมหลวงชุมพรฯ) หลังจากร่ำเรียนอยู่นาน เมื่อกลับมา ชาวบ้านถามหลวงพ่ออิ่มว่าได้วิชาอะไรมาบ้าง ท่านตอบด้วยความเมตตาและยกย่องศิษย์เอกว่า:
“ฉันน่ะ... ได้มาแค่ครึ่งเล่ม แต่ท่านมุ่ยเขาหนุ่มกว่า เขาได้มาถึงเล่มครึ่ง”
คำพูดนี้การันตีได้ว่า หลวงพ่อมุ่ยคือผู้สืบทอดสรรพวิชาสายมะขามเฒ่าได้อย่างแตกฉานที่สุดรูปหนึ่งในยุคนั้น
ปาฏิหาริย์ปลุกเสก: พระดิ้นได้-บาตรสะเทือน
เอกลักษณ์การปลุกเสกของหลวงพ่อมุ่ย เป็นที่กล่าวขวัญถึงความ "ดุดัน" และ "เข้มขลัง" ผู้เฒ่าผู้แก่แถววัดดอนไร่ยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า เวลาท่านนั่งปรกปลุกเสกวัตถุมงคลในบาตร ท่านจะเพ่งกระแสจิตจนพระในบาตรวิ่งวนและกระทบกันเสียงดังสนั่นลั่นโบสถ์ ราวกับมีชีวิต นี่คืออำนาจแห่ง "เตโชกสิณ" (กสิณไฟ) และพลังจิตขั้นสูงที่หาผู้เทียบเคียงได้ยาก
เจาะลึกวัตถุมงคล: เหรียญเสาร์ห้า ปี 2516 (จักรพรรดิแห่งยุคปลาย)
หนึ่งในวัตถุมงคลที่ได้รับความนิยมสูงสุดและราคาพุ่งทะยานอย่างต่อเนื่อง คือ “เหรียญเสาร์ห้า หลวงพ่อมุ่ย เนื้อทองแดงรมดำ ปี พ.ศ. 2516”
วาระมหามงคล: สร้างและปลุกเสกในวัน "เสาร์ห้า" (วันเสาร์ ขึ้น/แรม 5 ค่ำ เดือน 5) ซึ่งตามตำราโหราศาสตร์เชื่อว่าเป็นวันที่ "แข็ง" และ "แรง" ที่สุด เหมาะแก่การปลุกเสกเครื่องรางของขลังทางด้านคงกระพันชาตรีและมหาอุตม์
พุทธศิลป์: เป็นเหรียญรูปไข่ แกะพิมพ์ได้สวยงามคมชัด ใบหน้าหลวงพ่อดูเมตตาแต่แฝงด้วยอำนาจ ด้านหลังบรรจุยันต์ครูที่เป็นเอกลักษณ์
ค่านิยม: ปัจจุบัน เหรียญสภาพสวยแชมป์ รมดำเดิมๆ เต็มๆ (ผิวปีกแมลงทับ) เป็นที่ต้องการอย่างมากในหมู่นักสะสม ทั้งสายตรงสุพรรณบุรีและส่วนกลาง สนนราคาเล่นหาก้าวข้ามหลักพันปลายไปสู่หลักหมื่น (ธนบัตรสีเทาหลายใบ) มานานแล้ว และกราฟราคามีแต่ทิศทางขาขึ้น
สรุป: หลวงพ่อมุ่ย วัดดอนไร่ คือตำนานที่ยังมีลมหายใจในความทรงจำของศิษย์ พระเครื่องของท่านโดยเฉพาะ "เหรียญเสาร์ห้า ปี 16" คือเพชรน้ำเอกที่เปี่ยมด้วยพุทธคุณครบเครื่อง ทั้งแคล้วคลาด คงกระพัน และเมตตา สำหรับนักสะสมที่มองหา "พระดี อนาคตไกล และพึ่งพาพุทธคุณได้จริง" นี่คือของวิเศษที่คุณต้องมีไว้ครอบครอง... ก่อนที่ราคาจะ "พลิกแผ่นดินหา" เหมือนคำร่ำลือ!
ความคิดเห็น