บันทึกประวัติศาสตร์แห่งแผ่นดิน: เหรียญเสมา "อนุสรณ์มหาราช" 3 รอบ
กับพิธีพุทธาภิเษกที่ "รวมอรหันต์" ไว้มากที่สุด!
ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 มีวัตถุมงคลเพียงไม่กี่รุ่นที่ได้รับการยอมรับว่า "ดีนอก ดีใน และดีที่สุด" ทั้งเจตนาการสร้างและพิธีกรรม หนึ่งในนั้นคือเหรียญขนาดจิ๋วแต่แจ๋วที่ข้าราชการไทยต่างแสวงหา นั่นคือ “เหรียญอนุสรณ์มหาราช ครบ 3 รอบ ปี 2506”
เหรียญนี้ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องระลึกถึงวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 3 รอบ (36 พรรษา) ในวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2506 เท่านั้น แต่ยังเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่จารึกการรวมตัวของ "สุดยอดพระเกจิอาจารย์ยุคกึ่งพุทธกาล" ครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของสยามประเทศ
พุทธศิลป์แห่งความจงรักภักดี
รูปลักษณ์ของเหรียญถูกออกแบบเป็น ทรงเสมา (รูปอาร์มหรือโล่) ขนาดกะทัดรัด (1.8 x 1.6 ซ.ม.) ด้านหน้าอัญเชิญพระบรมรูปครึ่งพระองค์ ผินพระพักตร์เบื้องซ้าย ทรงเครื่องแบบเต็มยศ สื่อถึงบารมีแห่งพระมหากษัตริย์ผู้ทรงธรรม เนื้อหาส่วนใหญ่ที่พบเห็นคือ เนื้ออัลปาก้า (สีเงินวาว) ซึ่งมีความทนทานและสวยงาม แต่ในวงการระดับสูงยังมีการเล่นหา เนื้อทองคำ และ เนื้อเงิน ซึ่งหายากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร
ตำนาน "โค้ด สว" และตุ้งติ้ง
จุดชี้ขาดความนิยมของเหรียญรุ่นนี้ อยู่ที่การตอกโค้ด
บล็อกนิยม: จะมีการตอกโค้ดอักษร "สว" (ย่อมาจาก "เสาวภา" หรือสัญลักษณ์ที่เกี่ยวเนื่องกับสมเด็จพระสังฆราชองค์ประธานในยุคนั้นตามความเชื่อบางกระแส)
ตุ้งติ้ง: เดิมทีเหรียญนี้ถูกแจกจ่ายพร้อม "แพรแถบ" และตัวกลัดแบบ "ตุ้งติ้ง" สำหรับประดับบนเครื่องแบบข้าราชการ ทหาร ตำรวจ และลูกเสือ หากใครเก็บรักษาไว้ได้ครบชุด (เหรียญ+ตุ้งติ้ง+สภาพผิวเดิม) ถือว่ามี "ของดี" ที่ทรงมูลค่าทางจิตใจและราคา
พิธีกรรมหยุดโลก: 2 วาระแห่งความศักดิ์สิทธิ์
ความ "ขลัง" ของเหรียญรุ่นนี้ อยู่ที่พิธีมหาพุทธาภิเษก ณ พระอุโบสถ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ซึ่งจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ถึง 2 วาระ เพื่อให้มั่นใจว่าพุทธคุณจะเปี่ยมล้นที่สุด
วาระที่ 1: 29-30 พฤศจิกายน 2506 วาระที่ 2: 5-7 เมษายน 2507 (ปลุกเสกข้ามวันข้ามคืน 3 วัน 3 คืน)
ไฮไลท์สำคัญอยู่ที่ช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 8 เมษายน 2507 เวลา 06.00 น. ก่อนดับเทียนชัย พระคณาจารย์ทุกรูปได้ร่วมใจกัน "นั่งปรกบริกรรมเงียบ" (อธิษฐานจิตโดยไม่สวดออกเสียง) เป็นเวลา 30 นาที เพื่อรวบรวมพลังจิตขั้นสูงสุดฝากไว้ในเหรียญ ก่อนที่เสียงฆ้องชัยและสังข์จะดังกึกก้องกังวาน เป็นสัญญาณแห่งความสำเร็จ
เครดิตภาพ : https://www.prathaprachan-mag.com/post/386967
ทำเนียบ "กองทัพธรรม" ผู้ปลุกเสก
หากไล่เรียงรายชื่อพระเกจิที่มาร่วมงาน ท่านอาจต้องขนลุก เพราะนี่คือการรวมตัวของ "เทพเจ้า" ประจำจังหวัดต่างๆ ทั่วไทย อาทิ:
สายอยุธยา: หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก (เทพเจ้าแห่งความเมตตาและคงกระพัน)
สายนครปฐม: หลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม และ หลวงพ่อเต๋ คงทอง วัดสามง่าม (เจ้าตำรับกุมารทองอันดับ 1)
สายใต้: หลวงพ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ วัดสวนขัน และ หลวงพ่อทิม วัดช้างให้ (ผู้สร้างตำนานหลวงปู่ทวดอันลือลั่น)
สายเหนือ: ครูบาวัง วัดบ้านเด่น (เทพเจ้าแห่งเมืองตาก)
สายอีสาน & กรรมฐาน: หลวงพ่อบัว วัดป่าบ้านตาด (พระธรรมวิสุทธิมงคล หรือ หลวงตามหาบัว ซึ่งหาได้ยากยิ่งที่ท่านจะเมตตามาร่วมพิธีปลุกเสกวัตถุมงคล) และ หลวงพ่อทบ วัดชนแดน (เทพเจ้าแห่งเพชรบูรณ์)
สายตะวันออก: หลวงพ่อหอม วัดชากหมาก จ.ระยอง
บทสรุป: "ของดีหลักพัน พุทธคุณหลักล้าน"
ในปัจจุบัน เหรียญอนุสรณ์มหาราช ครบ 3 รอบ ยังถือเป็น "ของดีราคาเบา" ที่ชาวบ้านและนักสะสมหน้าใหม่ยังพอเอื้อมถึง (หลักพันต้นๆ ในสภาพสวย) แต่หากมองถึงรายนามผู้ปลุกเสกและเจตนาการสร้างแล้ว นี่คือเหรียญที่ "Over Value" (คุ้มค่าเกินราคา) ไปมาก
สำหรับข้าราชการ นี่คือเหรียญแห่งความก้าวหน้า สำหรับประชาชนทั่วไป นี่คือเหรียญแห่งสิริมงคลคุ้มครองภัย ฟันธงได้เลยว่า... หากท่านกำลังมองหาพระเครื่องสักองค์เพื่อเป็นมรดกให้ลูกหลาน หรือแขวนเดี่ยวเพื่อความอุ่นใจ "เหรียญเสมา 3 รอบ" คือคำตอบที่ท่านจะไม่ผิดหวังครับ


ความคิดเห็น