ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ตำนานเหรียญสี่เหลี่ยมยอดนิยมเมืองปทุม! เจาะลึก "เหรียญปั๊มรูปเหมือน หลวงปู่เทียน วัดโบสถ์"

ตำนานเหรียญสี่เหลี่ยมยอดนิยมเมืองปทุม! เจาะลึก "เหรียญปั๊มรูปเหมือน หลวงปู่เทียน วัดโบสถ์" (ออกวัดบ่อเงิน) ปี ๒๔๙๐ ของดีปีลึก พุทธคุณครอบจักรวาล

หากเอ่ยถึง "เทพเจ้าแห่งเมืองปทุมธานี" ผู้เป็นที่พึ่งทางใจของชาวบ้านร้านตลาด ไปจนถึงทหารหาญในสมรภูมิ ชื่อของ "หลวงปู่เทียน ปุปผธัมโม" (พระครูบวรธรรมกิจ) อดีตเจ้าอาวาสวัดโบสถ์ อ.สามโคก จ.ปทุมธานี ย่อมสถิตอยู่ในใจของศิษยานุศิษย์ตลอดกาล ด้วยกิตติศัพท์ความเข้มขลังที่เลื่องลือมาตั้งแต่ยุคสงครามอินโดจีน

ขอบคุณภาพจาก: https://www.matichon.co.th/weekly/column/article_98847

ฉบับนี้เราจะพาท่านผู้อ่านย้อนรอยไปทำความรู้จักกับหนึ่งในวัตถุมงคลที่ "หายาก" และ "ทรงคุณค่า" ที่สุดรุ่นหนึ่งของท่าน นั่นคือ เหรียญปั๊มรูปเหมือน พิมพ์สี่เหลี่ยม ปี พ.ศ. ๒๔๙๐ ซึ่งแม้จะออกที่วัดบ่อเงิน แต่เปี่ยมไปด้วยพุทธคุณและบารมีของหลวงปู่เทียนอย่างเต็มเปี่ยม

ปฐมบทแห่งศรัทธา : อริยสงฆ์เชื้อสายรามัญ

หลวงปู่เทียน ท่านเป็นพระเถระเชื้อสายรามัญโดยกำเนิด เกิดเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๑๙ เป็นผู้ใฝ่รู้มาตั้งแต่เยาว์วัย ทั้งอักขระวิธี ภาษาไทย ภาษามอญ และคณิตศาสตร์ ท่านอุปสมบทเมื่ออายุ ๒๐ ปี และได้ฝากตัวเป็นศิษย์ศึกษาวิชาอาคมและพระธรรมวินัยกับพระอุปัชฌาย์อย่างเคร่งครัด จนมีความรู้แตกฉาน

บารมีของท่านเป็นที่ประจักษ์ชัดในช่วงสงครามอินโดจีน เครื่องรางของขลังที่ท่านสร้างแจกจ่าย ทั้งเสื้อยันต์ ผ้าประเจียด และตะกรุด สร้างปาฏิหาริย์คุ้มครองผู้บูชาให้อยู่รอดปลอดภัย จนชื่อเสียงขจรขจายไปทั่วลุ่มน้ำเจ้าพระยา ท่านดำรงตนเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรให้ชาวปทุมธานีมายาวนาน จนกระทั่งมรณภาพในปี พ.ศ. ๒๕๐๙ สิริอายุ ๙๐ ปี ๗๐ พรรษา (ซึ่งในปีสุดท้ายแห่งชีวิต ท่านยังได้รับพระมหากรุณาธิคุณให้เข้าเฝ้าฯ ถวายพระสมเด็จเนื้อผง แด่ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน อีกด้วย)

ขอบคุณภาพจาก: https://www.matichon.co.th/weekly/column/article_98847

เปิดตำนานเหรียญวัดบ่อเงิน ปี ๒๔๙๐

สำหรับวัตถุมงคลที่นำมาเจาะลึกในวันนี้ คือ เหรียญปั๊มรูปเหมือนหลวงพ่อเทียน ปี พ.ศ. ๒๔๙๐ จัดสร้างขึ้นเพื่อแจกเป็นที่ระลึกแก่ผู้มีจิตศรัทธา ในงานผูกพัทธสีมา วัดบ่อเงิน อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี

แม้จะเป็นเหรียญฝากกรุ (ออกวัดอื่น) แต่ด้วยเจตนาการสร้างที่บริสุทธิ์ และทันยุคที่หลวงปู่เทียนกำลังเรืองเวทย์วิทยาคม ทำให้เหรียญรุ่นนี้กลายเป็น "เพชรน้ำงาม" ที่นักสะสมสายตรงต่างพลิกแผ่นดินหา

พุทธศิลป์และตำหนิสำคัญ (จุดจ่ายตังค์)

ลักษณะของเหรียญมีความโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ แตกต่างจากเหรียญรูปไข่หรือเหรียญเสมาทั่วไป

พิมพ์ทรง: เป็นเหรียญปั๊มรูป "สี่เหลี่ยมผืนผ้า" ขนาดกว้าง ๒ ซ.ม. สูง ๓.๕ ซ.ม. หูในตัว

เนื้อหา: สร้างด้วย เนื้อทองแดง เก่าถึงยุค ผิวแห้งสนิทตามกาลเวลา

ด้านหน้า: ยกขอบนูนรอบเหรียญ ตรงกลางแกะพิมพ์เป็นรูปเหมือนหลวงปู่เทียนครึ่งองค์ หน้าตาคมชัด มีความลึก มีมีติ ด้านล่างระบุอักษรไทยว่า "พระครูบวรธรรมกิจ ๒๔๙๐"

ด้านหลัง: พื้นเรียบ ไม่มีขอบ ตรงกลางประดิษฐานรูปจำลอง พระสมเด็จประทับนั่งปางสมาธิ บนฐาน ๗ ชั้น ภายในซุ้มครอบแก้ว ด้านบนโค้งตามรูปซุ้มระบุข้อความ "ที่ระฤกในการผูกพัทธสีมา" และด้านล่างระบุชื่อวัด "วัดบ่อเงิน"

พุทธคุณ : ครบเครื่องเรื่อง "เมตตา-คงกระพัน"

กล่าวกันว่า พระเครื่องของหลวงปู่เทียนนั้น "เล็กพริกขี้หนู" โดยเฉพาะเหรียญรุ่นนี้ที่รวบรวมพุทธคุณไว้รอบด้าน

เมตตามหานิยม: ด้วยบารมีของหลวงปู่ที่เปี่ยมด้วยความเมตตา ใครเห็นใครรัก ติดต่องานราบรื่น

แคล้วคลาด คงกระพัน: ตามแบบฉบับพระเกจิยุคสงคราม เชื่อขนมกินได้เรื่องความเหนียวและนิรันตราย

บทสรุป: เหรียญปั๊มรูปเหมือนหลวงปู่เทียน วัดบ่อเงิน ปี ๒๔๙๐ จัดเป็นเหรียญหลักร้อยพุทธคุณหลักล้าน (ในอดีต) แต่ปัจจุบันกลายเป็นของหายากที่ราคาขยับขึ้นตามความต้องการ ใครมีไว้ในครอบครองจงเก็บรักษาไว้ให้ดี เพราะนี่คือมรดกทางจิตวิญญาณจากพระอริยสงฆ์ผู้เป็นตำนานแห่งเมืองปทุมธานี

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ตำนานพระกริ่งรุ่นทิ้งทวน: มรดกพุทธคุณหลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่

พระกริ่งหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ วัดบ้านไร่ รุ่นทิ้งทวน พ.ศ. ๒๕๓๖: การศึกษาเชิงลึก พระกริ่งหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ วัดบ้านไร่ รุ่น "ทิ้งทวน" ที่จัดสร้างขึ้นในปีพุทธศักราช ๒๕๓๖ ถือเป็นวัตถุมงคลสำคัญอีกรุ่นหนึ่งของพระเทพวิทยาคม (คูณ ปริสุทฺโธ) อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา 1 พระกริ่งรุ่นนี้นอกจากจะมีความงดงามทางพุทธศิลป์แล้ว ยังแฝงไว้ด้วยเรื่องราวความเป็นมาที่น่าสนใจ ทั้งในด้านเจตนาการจัดสร้าง มวลสารที่ใช้ และพิธีกรรมพุทธาภิเษกอันเข้มขลัง ทำให้เป็นที่ปรารถนาของศิษยานุศิษย์และนักสะสมวัตถุมงคลโดยทั่วไป รายงานฉบับนี้จะทำการศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับพระกริ่งรุ่นทิ้งทวนในแง่มุมต่างๆ อย่างละเอียด เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่สนใจ เครดิตภาพ:  https://www.thaprachan.com/   เปิดกรุพระกริ่งทิ้งทวน ๒๕๓๖: ความเป็นมา พุทธศิลป์ และพุทธคุณ โดย หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ เป็นพระเกจิอาจารย์ผู้เปี่ยมด้วยเมตตาบารมี เป็นที่เคารพศรัทธาของพุทธศาสนิกชนทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ 4 วัตถุมงคลที่ท่านอธิษฐานจิตปลุกเสกล้วนเป็นที่กล่าวข...

เปิดตำนาน "หลวงพ่อสาคร วัดหนองกรับ" : ทายาทพุทธาคมหนึ่งเดียว ผู้สืบสานตำนาน "ผงพรายกุมาร" แห่งภาคตะวันออก

 เปิดตำนาน "หลวงพ่อสาคร วัดหนองกรับ" : ทายาทพุทธาคมหนึ่งเดียว ผู้สืบสานตำนาน "ผงพรายกุมาร" แห่งภาคตะวันออก หากเอ่ยถึง "จักรพรรดิแห่งผงพรายกุมาร" ย่อมต้องนึกถึง หลวงปู่ทิม อิสริโก วัดละหารไร่ แต่เมื่อสิ้นบุญบารมีของท่านแล้ว ผู้ที่ได้รับการยอมรับจากศิษยานุศิษย์ทั่วแผ่นดินว่าเป็น "ตัวจริง" ในการสืบทอดสรรพวิชาและมวลสารศักดิ์สิทธิ์ ก็คือ "พระครูมนูญธรรมวัตร" หรือ " หลวงพ่อสาคร มนุญโญ " แห่งวัดหนองกรับ จ.ระยอง เครดิตภาพ :  https://prathaprachan-mag.com/post/395729 ปฐมบทแห่งศิษย์ก้นกุฏิ: "ท่านสาคร...เขาเรียนของฉันไปหมดแล้ว" นี่คืออมตะวาจาที่ หลวงปู่ทิม เคยกล่าวการันตีไว้แก่ลูกศิษย์ ก่อนที่ท่านจะละสังขาร แสดงให้เห็นถึงความไว้วางใจและการถ่ายทอดวิชาอาคมให้แก่หลวงพ่อสาครจนหมดสิ้น ไม่ว่าจะเป็นวิชาการลบผงพรายกุมารอันลือลั่น วิชาปลุกเสกขุนแผน วิชานะอกแตก หรือวิชาคงกระพันชาตรี หลวงพ่อสาคร ถือกำเนิดเมื่อวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๔๘๑ ณ บ้านหนองกรับ ท่านมีความฝักใฝ่ในไสยเวทย์มาตั้งแต่เยาว์วัย ได้ฝากตัวเป็นศิษย์วัดละหารไร่ ปรนนิบัติรับ...

เปิดตำนาน "หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน": เทพเจ้าแห่งพิจิตร ผู้มีวาจาสิทธิ์และอมตะเถระ ๑๑๑ ปี

 เปิดตำนาน "หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน": เทพเจ้าแห่งพิจิตร ผู้มีวาจาสิทธิ์และอมตะเถระ ๑๑๑ ปี หากเอ่ยถึง "จักรพรรดิแห่งรูปหล่อ" เบอร์หนึ่งของเมืองไทย นามของ "หลวงพ่อเงิน พุทธโชติ" แห่งวัดบางคลาน (วัดหิรัญญาราม) จ.พิจิตร ย่อมเป็นที่สุดที่นักสะสมใฝ่ฝัน ด้วยพุทธคุณที่ครอบจักรวาล ทั้ง "มั่งมีศรีสุข" สมดั่งนามของท่าน และ "คงกระพันชาตรี" ชนิดที่แมลงวันไม่ได้กินเลือด เครดิตภาพ :  https://www.khaosod.co.th/newspaper-column/amulets/news_4913607 ชาติภูมิและตำนาน "พระเถระ ๔ แผ่นดิน" หลวงพ่อเงิน เกิดในสมัยรัชกาลที่ ๑ (ปี พ.ศ. ๒๓๕๑) และมรณภาพในสมัยรัชกาลที่ ๖ (ปี พ.ศ. ๒๔๖๒) สิริอายุยืนยาวถึง ๑๑๑ ปี ท่านเป็นพระอริยสงฆ์ผู้เปี่ยมด้วยเมตตาธรรมและอภิญญาญาณแก่กล้า เกร็ดประวัติที่น่าสนใจคือ ท่านมีความผูกพันกับ "วัดท้ายน้ำ" เป็นอย่างมาก โดยจำพรรษาอยู่ที่นั่นนานกว่าวัดบางคลาน และได้สร้างถาวรวัตถุไว้มากมาย ก่อนจะกลับมาจำพรรษาที่วัดบางคลานในบั้นปลายชีวิต ปาฏิหาริย์เล่าขาน: วาจาสิทธิ์และมหาอุด เรื่องราวความศักดิ์สิทธิ์ของท่านมีมากมาย จากค...