ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ลายพระหัตถ์แห่งธรรมราชา: พุทธศิลป์สุโขทัยในยุคทองแห่งความรุ่งเรือง

 พระพุทธรูปสุโขทัย: สุนทรียะแห่งศรัทธาในพุทธศิลป์อันบริสุทธิ์



พระพุทธรูปสุโขทัย
ซึ่งรุ่งเรืองในช่วงพุทธศตวรรษที่ 19-20 ถือเป็นยุคทองแห่งศิลปกรรมไทยที่สะท้อนความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาอย่างลึกซึ้ง  การสร้างสรรค์พระพุทธรูปในยุคนี้ได้รับอิทธิพลเริ่มแรกมาจากพระพุทธรูปของศรีลังกา  ดังเช่นความเชื่อที่ว่า "พระพุทธสิหิงค์" คือพระพุทธรูปองค์แรกที่ได้รับการอัญเชิญจากประเทศลังกาสู่ประเทศไทย และได้เป็นต้นแบบสำคัญในการสร้างพุทธศิลปะสืบต่อมา  อย่างไรก็ตาม ช่างศิลป์ไทยในสมัยสุโขทัยไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการรับอิทธิพลเท่านั้น แต่ยังได้ผสานจินตนาการอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตน เพื่อรังสรรค์พุทธศิลปะที่ฉีกแนวคิดเดิมๆ จนก่อเกิดเป็นพระพุทธรูปที่งามสง่าและได้รับการยกย่องว่าเป็นศิลปะอันบริสุทธิ์ 

พระพุทธรูปสุโขทัย: มรดกแห่งความบริสุทธิ์ทางศิลปะและพลังแห่งศรัทธา 

ความเฟื่องฟูของการสร้างพระพุทธรูปสุโขทัยนั้น สันนิษฐานว่าเริ่มต้นอย่างเด่นชัดในสมัยของพระยาลิไท  พระองค์ทรงมีพระปรีชาสามารถและสนพระทัยในการศึกษาพระพุทธศาสนาอย่างลึกซึ้ง จนสามารถนิพนธ์วรรณกรรมทางศาสนาที่สำคัญอย่าง "ไตรภูมิพระร่วง" และทรงได้รับการถวายสมัญญานามว่า "พระมหาธรรมราชา" ซึ่งสะท้อนถึงการใช้หลักธรรมเป็นเครื่องมือในการแผ่ขยายพระราชอำนาจ  ในรัชสมัยของพระองค์ จึงมีการสร้างปูชนียสถานและศาสนวัตถุทางพุทธศาสนาขึ้นเป็นจำนวนมาก  หนึ่งในตัวอย่างอันโดดเด่นคือ พระศรีศากยมุนี พระพุทธรูปหล่อสำริดขนาดใหญ่ ซึ่งเดิมประดิษฐาน ณ วิหารหลวง วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ กลางเมืองสุโขทัย ก่อนที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชจะทรงโปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญมาเป็นพระประธานในพระอุโบสถวัดสุทัศนเทพวราราม กรุงเทพมหานคร ตราบจนปัจจุบัน 

เมื่อศรัทธาหล่อหลอมศิลป์: กำเนิดพระพุทธรูปสุโขทัยงามล้ำเหนือกาลเวลา

เอกลักษณ์อันโดดเด่นของพระพุทธรูปสุโขทัย ปรากฏผ่านพุทธลักษณะที่สำคัญหลายประการ ได้แก่:

พระเกศ: ทำเป็นลักษณะเปลวเพลิงสูง 

พระศก: เป็นขมวดก้นหอยขนาดเล็ก 

พระพักตร์: มีลักษณะเป็นรูปไข่หรือที่เรียกว่า "หน้านาง"  พระเนตรหลุบต่ำ สื่อถึงพระเมตตาอันเปี่ยมล้นต่อผู้ที่ได้พบเห็น 

พระวรกาย: สร้างขึ้นตามคติที่ว่าพระพุทธองค์ได้ตรัสรู้แล้ว จึงอยู่ในรูปของพระสงฆ์ฝ่ายลังกาวงศ์  มีลักษณะผ่อนคลายและปล่อยวาง ไม่เน้นกล้ามเนื้อ แสดงถึงความสบาย  รูปทรงโดยรวมดูชะลูดสง่างาม  มีการเน้นกล้ามเนื้อที่พระนาภี (ท้อง) เพียงเล็กน้อยให้ดูพองาม 

พระกร: ทั้งสองข้างแสดงปางมารวิชัย  ทอดวางลงบนพระเพลา (ตัก) อย่างอ่อนช้อย  นิ้วพระหัตถ์มีความงดงาม ไม่แข็งกระด้าง 

การซ้อนของพระเพลา: มีลักษณะงอนขึ้นเล็กน้อยและรับกันอย่างสมดุลทั้งสองข้าง 

สังฆาฏิ: ทอดยาวลงมาเสมอพระนาภี  ปลายสังฆาฏิแตกเป็นริ้วคล้ายเขี้ยวตะขาบ 

ฐานองค์พระ: ส่วนใหญ่มักทำเป็นลักษณะฐานเชียง 

ความงดงามเหล่านี้มิได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เกิดจากความตั้งใจของนายช่างประติมากรรมผู้รังสรรค์ผลงานด้วยความประณีตบรรจง  แสดงให้เห็นถึงศรัทธาอันแท้จริงในองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า  พวกเขาได้สอดแทรกจิตวิญญาณลงในผลงานแต่ละชิ้น  ส่งผลให้พระพุทธรูปสุโขทัยมีความงดงามอ่อนช้อยราวกับมีชีวิตชีวา  ซึ่งเป็นพุทธลักษณะเฉพาะตนที่สามารถก่อให้เกิดศรัทธาและความปีติยินดีแก่ผู้ที่ได้มาสัมผัสและพบเห็นได้อย่างน่าอัศจรรย์ 



ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ตำนานพระกริ่งรุ่นทิ้งทวน: มรดกพุทธคุณหลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่

พระกริ่งหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ วัดบ้านไร่ รุ่นทิ้งทวน พ.ศ. ๒๕๓๖: การศึกษาเชิงลึก พระกริ่งหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ วัดบ้านไร่ รุ่น "ทิ้งทวน" ที่จัดสร้างขึ้นในปีพุทธศักราช ๒๕๓๖ ถือเป็นวัตถุมงคลสำคัญอีกรุ่นหนึ่งของพระเทพวิทยาคม (คูณ ปริสุทฺโธ) อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา 1 พระกริ่งรุ่นนี้นอกจากจะมีความงดงามทางพุทธศิลป์แล้ว ยังแฝงไว้ด้วยเรื่องราวความเป็นมาที่น่าสนใจ ทั้งในด้านเจตนาการจัดสร้าง มวลสารที่ใช้ และพิธีกรรมพุทธาภิเษกอันเข้มขลัง ทำให้เป็นที่ปรารถนาของศิษยานุศิษย์และนักสะสมวัตถุมงคลโดยทั่วไป รายงานฉบับนี้จะทำการศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับพระกริ่งรุ่นทิ้งทวนในแง่มุมต่างๆ อย่างละเอียด เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่สนใจ เครดิตภาพ:  https://www.thaprachan.com/   เปิดกรุพระกริ่งทิ้งทวน ๒๕๓๖: ความเป็นมา พุทธศิลป์ และพุทธคุณ โดย หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ เป็นพระเกจิอาจารย์ผู้เปี่ยมด้วยเมตตาบารมี เป็นที่เคารพศรัทธาของพุทธศาสนิกชนทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ 4 วัตถุมงคลที่ท่านอธิษฐานจิตปลุกเสกล้วนเป็นที่กล่าวข...

เจาะตำนาน "พระกริ่งสุตาธิการี" ปี ๒๖: หลวงพ่อทองอยู่ วัดใหม่หนองพะอง... สหธรรมิกหนึ่งเดียวที่ "หลวงปู่โต๊ะ" ไว้วางใจ

เจาะตำนาน "พระกริ่งสุตาธิการี" ปี ๒๖: หลวงพ่อทองอยู่ วัดใหม่หนองพะอง... สหธรรมิกหนึ่งเดียวที่ "หลวงปู่โต๊ะ" ไว้วางใจ เจาะตำนาน "พระกริ่งสุตาธิการี" ปี ๒๖: หลวงพ่อทองอยู่ วัดใหม่หนองพะอง... สหธรรมิกหนึ่งเดียวที่ "หลวงปู่โต๊ะ" ไว้วางใจ ในจักรวาลพระกริ่งยุคหลังปี ๒๕๐๐ หากจะเฟ้นหาพระกริ่งที่ "ครบเครื่อง" ที่สุด ทั้งพิธีกรรม ชนวนมวลสาร และบารมีผู้ปลุกเสก "พระกริ่งสุตาธิการี ปี ๒๕๒๖" คือเพชรน้ำเอกที่เซียนพระรุ่นเก่ายกนิ้วให้ เพราะนี่ไม่ใช่พระกริ่งธรรมดา แต่คือผลงานระดับมาสเตอร์พีซที่รวม "๓ อรหันต์แห่งศาสตร์พุทธาคมและโลหะธาตุ" ไว้ด้วยกัน การรวมตัวของ ๓ พยัคฆ์แห่งวงการ ความยิ่งใหญ่ของพระกริ่งรุ่นนี้ (สร้างเพียง ๙๙๙ ชุด) เกิดจากการผนึกกำลังของบุคคลระดับตำนาน ๓ ท่าน: องค์ประธานสายจิต: หลวงพ่อทองอยู่ วัดใหม่หนองพะอง พระเถระผู้ทรงอภิญญา เจ้าของตำนาน "เพ่งเทียนดับดาว" (กสิณไฟ) ท่านเป็นพระเกจิเพียงรูปเดียวที่ หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี ยกย่องและนิมนต์มาร่วมพิธีเสมอ ถึงขนาดที่ว่าเมื่อหลวงปู่โต๊ะละสังขาร ศิษย์สายวั...

เปิดตำนานพระงาแกะ หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ: เจาะลึก 5 วิธีดูพระแท้ สำหรับนักสะสมมือใหม่ 2567

  เปิดตำนาน "พระงาแกะหลวงพ่อเดิม": เจาะลึก 5 เรื่องจริงที่นักสะสมมือใหม่ต้องรู้ก่อนโดนหลอก เครดิตภาพ :  https://prathaprachan-mag.com/post/374813 ในโลกของเครื่องรางไทย หากจะหาวัตถุมงคลใดที่หลอมรวมระหว่าง "ธรรมชาติ" และ "จิตวิญญาณ" ได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด ย่อมหนีไม่พ้น "พระงาแกะของหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ" เทพเจ้าแห่งเมืองสี่แควผู้สำเร็จวิชาคชศาสตร์อย่างถ่องแท้ ท่านมีความผูกพันกับช้างอย่างลึกซึ้งจนยากจะแยกออก และความผูกพันนี้เองที่ก่อกำเนิด "Masterpiece" ที่นักสะสมทั่วประเทศต่างถวิลหา แต่ท่ามกลางความเลื่อมใส ปัญหาสิ่งเทียมเลียนแบบกลับทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ สำหรับนักสะสมรุ่นใหม่ที่ต้องการเข้าสู่เส้นทางนี้ การใช้อารมณ์นำความรู้คือความเสี่ยงที่สุด วันนี้เราจะมาเจาะลึก 5 เรื่องจริงที่จะเปลี่ยนคุณจากมือใหม่ให้กลายเป็นผู้ที่ "ดูเป็น" ด้วยสายตาของนักวิเคราะห์ 1: "จากเศษงาเหลือใช้ สู่ความยั่งยืนแห่งพุทธศิลป์" ในยุคที่หลวงพ่อเดิมสร้างวัดวาอาราม ท่านต้องใช้ช้างเป็นกำลังหลักในการลากไม้ผ่านป่าเขาลำเนาไพร และเมื่อท่านสร้าง "...