พระกริ่งหลังปิ วัดสุทัศน์ กรุงเทพ
เจาะตำนาน "พระกริ่งหลังปิ" วัดสุทัศน์: ทายาทสายเลือดมังกร ผสมชนวนสังฆราชแพแบบ "หมดหน้าตัก"
หากเอ่ยถึง "สำนักตักศิลาแห่งพระกริ่งเมืองสยาม" ย่อมหนีไม่พ้น วัดสุทัศนเทพวราราม และหากท่านกำลังมองหาพระกริ่งที่มีเชื้อสายของ สมเด็จพระสังฆราช (แพ) แบบเข้มข้นในราคาที่ยังพอเอื้อมถึง ต้องยกให้ "พระกริ่งหลังปิ" (รุ่นปี ๒๕๐๖-๒๕๐๘) คือที่สุดแห่งตัวเลือกที่เซียนพระรุ่นเก่ายอมรับ
ปฐมบทแห่งศรัทธา: ทายาทธรรมรุ่นสุดท้าย
พระกริ่งรุ่นนี้จัดสร้างโดย สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เสงี่ยม) ผู้เป็นศิษย์ก้นกุฏิและผู้สืบทอดวิชาโดยตรงจากสมเด็จพระสังฆราช (แพ) ท่านสร้างขึ้นเพื่อบูชาพระคุณอาจารย์ โดยถอดพิมพ์มาจาก "พระกริ่งจาตุรงค์มณี" (บางตำราเรียกกริ่งหน้าอินเดียพิมพ์หนึ่ง) ของท่านเจ้าคุณศรีฯ (สนธิ์)
พุทธลักษณะอันโดดเด่น: องค์พระประทับนั่งขัดสมาธิเพชร ปางมารวิชัย พระหัตถ์ซ้ายทรงถือ "วชิระ" (อาวุธแห่งพระอินทร์ หรือสัญลักษณ์แห่งปัญญาญาณ) ซึ่งมีรูปทรงคล้าย "หัวปลี" อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว งดงามด้วยพุทธศิลป์ที่ลงตัวและเข้มขลัง
มวลสารระดับตำนาน: เทหมดหน้าตัก "ชนวนสังฆราชแพ"
ความพิเศษที่ทำให้พระกริ่งหลังปิเป็นที่เสาะหา คือ "เนื้อหา" นี่คือพระกริ่งรุ่นสุดท้ายที่ได้รับการกล่าวขานว่า "ทุ่มเทชนวนเก่าผสมมากที่สุด" สมเด็จฯ เสงี่ยม ท่านได้นำชนวนศักดิ์สิทธิ์ที่เก็บรักษาไว้ตั้งแต่สมัยสมเด็จพระสังฆราช (แพ) และท่านเจ้าคุณศรีฯ (สนธิ์) ลงมาจากพระตำหนักด้วยองค์เอง อีกทั้งยังได้รับชนวนเพิ่มเติมจาก ท่านเจ้าคุณแป๊ะ (พระคนสนิทของสมเด็จสังฆราชแพ) มาร่วมหลอมรวม
สูตรนวโลหะเต็มสูตร: เนื้อเดิมจะเป็น "สีนาก" (สีจำปา) แต่เมื่อถูกสัมผัสหรือผ่านกาลเวลา จะ "กลับดำ" มันวาว ประกายเงางามดั่ง "ปีกแมลงทับ" ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของนวโลหะตระกูลวัดสุทัศน์ขนานแท้ ผิวตามซอกจะมีคราบผิวไฟสีแดงระเรื่อติดอยู่ บ่งบอกถึงความเดิมและคลาสสิก
พิธีกรรมเหนือโลก: จารอักขระข้ามปี พิธีจักรพรรดิ
ก่อนจะเข้าพิธีพุทธาภิเษกใหญ่ สมเด็จฯ เสงี่ยม ได้ส่งพระกริ่งไปให้พระคณาจารย์ผู้ทรงวิทยาคมลงเหล็กจารที่ก้นพระเป็นรายองค์ ซึ่งแต่ละรูปล้วนเป็นตำนาน:
หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี
หลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม
หลวงพ่อเนื่อง วัดจุฬามณี
หลวงปู่ดู่ วัดสะแก (จารยันต์กอหญ้า อันลือลั่น)
และพิธีพุทธาภิเษกใหญ่ ณ พระอุโบสถวัดสุทัศน์ จัดขึ้นเมื่อวันที่ ๖-๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๐๘ (๓ วัน ๓ คืน) โดยรวมเกจิอาจารย์ยุคกึ่งพุทธกาลมาร่วมปรกปลุกเสกอย่างคับคั่ง
การเปิดกรุรอบสอง: จากปี ๐๘ สู่ตำนานปี ๒๖
พระกริ่งจำนวนหนึ่งถูกเก็บรักษาไว้ในพระอุโบสถและบางส่วนยังติดอยู่กับก้านชนวน จนกระทั่งสมเด็จฯ เสงี่ยม มรณภาพ ทาง มูลนิธิอัฏฐมราชานุสรณ์ ได้นำพระที่เหลือออกมาตัดแต่ง ตอกโค้ด "ปิ" (ย่อมาจาก ปิยมหาราช หรือ สมเด็จป๋า แล้วแต่การตีความในยุคนั้น แต่หลักๆ คือโค้ดประจำรุ่น) และนำไปให้ หลวงพ่อเนื่อง วัดจุฬามณี ปลุกเสกซ้ำอีกครั้งในปี ๒๕๒๖ ก่อนเปิดให้ประชาชนเช่าบูชา
บทสรุป: พระกริ่งหลังปิ คือพระดีนอก (พิธีใหญ่ มวลสารเยี่ยม) และดีใน (เจตนาบริสุทธิ์) ใครมีงบไม่ถึงพระกริ่งยุคสมเด็จสังฆราชแพหลักล้าน รุ่นนี้คือหน่อเนื้อเชื้อไขเดียวกันที่พุทธคุณไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันแม้แต่น้อย

ความคิดเห็น