เปิดตำนาน "พระกริ่ง จ.ป.ร. ๒๕๑๓" วัดราชบพิธฯ: รุ่นปืนแตก! พิธีจักรพรรดิที่ฟ้าดินต้องจารึก
หากจะกล่าวถึงพระกริ่งสายวัดหลวงที่มีพิธีกรรมยิ่งใหญ่ที่สุดในยุคกึ่งพุทธกาล หนึ่งในนั้นต้องมี "พระกริ่ง จ.ป.ร. ปี ๒๕๑๓" ของวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ติดอยู่ในทำเนียบอันดับต้นๆ อย่างแน่นอน นี่คือวัตถุมงคลที่ครบเครื่องทั้ง "ศาสตร์" แห่งพุทธศิลป์ และ "ศิลป์" แห่งพุทธาคม จนได้รับฉายาอันน่าเกรงขามว่า "รุ่นปืนแตก"
วาระ ๑๐๐ ปีแห่งการสถาปนา: พระบารมีปกเกล้า
พระกริ่งรุ่นนี้จัดสร้างขึ้นในโอกาสฉลองครบรอบ ๑๐๐ ปี แห่งการสถาปนาวัดราชบพิธฯ (วัดประจำรัชกาลที่ ๕) ในปี พ.ศ. ๒๕๑๓ ความยิ่งใหญ่เริ่มตั้งแต่ปฐมบท เมื่อ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ ๙) ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณเสด็จพระราชดำเนินประกอบพิธีถึง ๓ วาระ:
ทรงประกอบพิธีเททองหล่อ
ทรงเจิมเทียนชัยในพิธีพุทธาภิเษก
เสด็จฯ ในวันฉลองสมโภช
พระองค์ทรงเททองผสมชนวนโลหะศักดิ์สิทธิ์และแผ่นยันต์ ๑๐๘ นะปถมัง ๑๔ จากพระคณาจารย์ทั่วประเทศ ลงในเบ้าหลอมด้วยพระองค์เอง ทำให้เนื้อหามวลสารเข้มขลังบริสุทธิ์ถึงขีดสุด
สุดยอดงานศิลป์ โดย "นายช่างเกษม"
ความงดงามของพระกริ่งรุ่นนี้ รังสรรค์โดย นายช่างเกษม มงคลเจริญ บรมครูช่างศิลป์แห่งยุค ผู้ฝากฝีมือไว้ในพระกริ่งยอดนิยมระดับประเทศมากมาย พุทธลักษณะจึงมีความวิจิตร อ่อนช้อย แต่แฝงด้วยอำนาจ โดยที่ฐานด้านหน้าประดิษฐานพระปรมาภิไธยย่อ "จ.ป.ร." อันเป็นมงคลสูงสุด
พิธีพุทธาภิเษก ๓ วัน ๓ คืน: การรวมตัวของ "เทพเจ้า" ทั่วสยาม
สิ่งที่ทำให้พระกริ่งรุ่นนี้เป็น "ตำนาน" คือพิธีมหาพุทธาภิเษกที่รวมพระอริยสงฆ์ระดับปรมาจารย์ถึง ๑๐๘ รูป จากทั่วประเทศ ทั้งสายคามวาสี (พระบ้าน) และ อรัญวาสี (พระป่าสายกรรมฐาน) ซึ่งหาได้ยากยิ่งที่จะมารวมตัวกันได้มากขนาดนี้ อาทิ:
หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี
หลวงปู่เงิน วัดดอนยายหอม
หลวงพ่อแพ วัดพิกุลทอง
พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร
หลวงปู่แหวน สุจิณโณ
หลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่ (ในสมัยนั้นท่านยังหนุ่มและพลังจิตกล้าแข็งมาก) ฯลฯ ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันนั่งปรกปลุกเสกตลอด ๓ วัน ๓ คืน จนวัตถุมงคลเปี่ยมด้วยพุทธานุภาพเต็มเปี่ยม
อาถรรพ์ "รุ่นปืนแตก": เรื่องจริงที่ไม่ได้อิงนิยาย
หลังจบพิธี ทหารจากกรมรักษาดินแดนและกระทรวงกลาโหม ซึ่งตั้งอยู่ใกล้วัด ได้พากันมาเช่าบูชา ด้วยความอยากรู้อยากเห็นตามประสาชายชาทหาร จึงมีการนำพระกริ่งเลี่ยมพลาสติกไปผูกไว้กับธงชาติแล้วชักขึ้นเหนือศีรษะ เพื่อทำการ "ลองของ"
นัดแรก: สับไกปืน... เสียงเงียบกริบ (กระสุนด้าน)
นัดที่สอง: ผู้ทดลองตรวจสอบปืนแล้วยิงใหม่... เสียงเงียบกริบเช่นเดิม
นัดที่สาม: ด้วยความโมโห จึงหันกระบอกปืนขึ้นฟ้าแล้วกดไกทันที... "ตู้ม!!" เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว แรงระเบิดทำให้ปากกระบอกปืนฉีกขาดเสียหาย (ปืนแตก) สร้างความตกตะลึงแก่สักขีพยานทุกคน
เหตุการณ์นี้กลายเป็นข่าวครึกโครมหน้าหนึ่งในสมัยนั้น จนเป็นที่มาของฉายา "พระกริ่งรุ่นปืนแตก" อันลือลั่น
บทสรุปสำหรับนักสะสม
ปัจจุบัน พระกริ่ง จ.ป.ร. ๒๕๑๓ ยังคงเป็นที่เสาะหาของนักสะสมที่เน้น "พุทธคุณนำหน้า" ด้วยบารมีของรัชกาลที่ ๕, รัชกาลที่ ๙ และ ๑๐๘ เกจิอาจารย์ ทำให้พระรุ่นนี้ดีเด่นรอบด้าน ทั้งเมตตามหานิยม เจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน และที่สำคัญคือ "มหาอุด แคล้วคลาด" แบบเชื่อขนมกินได้ ใครมีไว้ครอบครองถือว่าเป็นมงคลแก่ชีวิตอย่างที่สุด

ความคิดเห็น