ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ถอดรหัสอักขระศักดิ์สิทธิ์ สู่พุทธคุณอมตะ หลวงพ่อเชิญ วัดโคกทอง

พระปิดตายันต์ยุ่งหลวงพ่อเชิญ
วัดโคกทองจังหวัดพระนครศรีอยุธยา


ขอขอบคุณภาพจาก:http://uauction2.uamulet.com/AuctionDetail.aspx?bid=422&qid=48516



พระปิดตายันต์ยุ่ง หลวงพ่อเชิญ
พระปิดตายันต์ยุ่ง หลวงพ่อเชิญ นับเป็นวัตถุมงคลประเภทหนึ่งที่ได้รับความนิยมและเป็นที่แสวงหาอย่างกว้างขวางในวงการพระเครื่องไทย โดยมีความเชื่อมโยงอย่างลึกซึ้งกับหลวงพ่อเชิญ ปุญฺญสิริ แห่งวัดโคกทอง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ลักษณะเด่นของพระเครื่องชุดนี้คือการผสมผสานพุทธศิลป์ของ "พระปิดตา" ซึ่งหมายถึงพระพุทธรูปในปางปิดพระเนตร เข้ากับ "ยันต์ยุ่ง" อันหมายถึงอักขระเลขยันต์ที่สลับซับซ้อนพันเกี่ยวกันทั่วองค์พระ ความสนใจและการเสาะหาพระปิดตารุ่นนี้สะท้อนให้เห็นถึงความศรัทธาในพุทธคุณและบารมีของหลวงพ่อเชิญ รวมถึงเอกลักษณ์อันโดดเด่นของยันต์ยุ่งที่เชื่อกันว่าเปี่ยมด้วยอานุภาพ การปรากฏของพระเครื่องรุ่นนี้ในตลาดซื้อขายและเวทีการประมูลจำนวนมาก ย่อมบ่งชี้ถึงความต้องการที่ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง ทั้งจากผู้ศรัทธาและนักสะสม
ชื่อเสียงของหลวงพ่อเชิญในฐานะพระเกจิอาจารย์ผู้เปี่ยมด้วยเมตตาและวิทยาคม เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งเสริมให้วัตถุมงคลที่ท่านสร้างและอธิษฐานจิตปลุกเสกเป็นที่เคารพศรัทธา อิทธิวัตถุมงคลต่างๆ ที่ท่านสร้างขึ้นนั้นเชื่อกันว่ามีพุทธานุภาพสูงส่งในทุกด้านและคงความอมตะตลอดกาล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "ยันต์ยุ่ง" ซึ่งเป็นลักษณะเด่นของพระปิดตารุ่นนี้ ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ผู้คนให้ความสนใจและเชื่อมั่นในพุทธคุณ การผสมผสานระหว่างรูปพระปิดตาอันเป็นสัญลักษณ์แห่งการสำรวมระวัง กับยันต์ยุ่งที่สื่อถึงความเข้มขลังซับซ้อนของอักขระ ยิ่งเสริมให้พระปิดตารุ่นนี้มีเอกลักษณ์และความน่าสนใจเป็นพิเศษ

หลวงพ่อเชิญ ปุญฺญสิริ: พระเถระผู้เป็นที่เคารพแห่งวัดโคกทอง

หลวงพ่อเชิญ ปุญฺญสิริ หรือ พระมงคลวราจารย์ เป็นพระเถระผู้มีคุณูปการต่อพระพุทธศาสนาและเป็นที่เคารพศรัทธาของพุทธศาสนิกชนอย่างกว้างขวาง ชีวประวัติ วัตรปฏิบัติ และการสืบทอดวิทยาคมของท่านเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้วัตถุมงคลของท่านเป็นที่ต้องการ
ก. ชีวประวัติ: ชาติภูมิ การบรรพชาอุปสมบท และเส้นทางธรรม
หลวงพ่อเชิญ มีนามเดิมว่า เชิญ กุฎีสุข เกิดเมื่อวันศุกร์ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2450 ณ บ้านดงตาล ตำบลโผงเผง อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง 1 ท่านได้เริ่มต้นการศึกษาเบื้องต้นกับเจ้าอธิการขาบ วัดฤาไชย จนมีความรู้ความสามารถในการอ่านเขียน จากนั้นด้วยความเป็นเด็กดี ขยันหมั่นเพียร และเฉลียวฉลาด หลวงพ่อขาบจึงนำไปฝากเป็นศิษย์ของพระครูบวรสังฆกิจ (เพิ่ม) วัดโคกทอง เจ้าคณะแขวงเสนา ท่านได้บรรพชาเป็นสามเณรเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2466 โดยมีหลวงพ่อเพิ่มเป็นพระอุปัชฌาย์ 1
ต่อมาท่านได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ ณ พัทธสีมาวัดโคกทอง เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2470 โดยมีหลวงพ่อขาบ วัดฤาไชย เป็นพระอุปัชฌาย์, หลวงพ่อเพิ่ม วัดโคกทอง เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระปลัดแจ่ม วัดโคกทอง เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า "ปุญฺญสิริ"  หลวงพ่อเชิญมีความมุ่งมั่นในการศึกษาพระธรรมวินัย จนสามารถสอบได้นักธรรมชั้นเอกในปี พ.ศ. 2478  ท่านได้อุทิศตนรับใช้พระพุทธศาสนาและพัฒนาวัดโคกทองมาโดยตลอด จนกระทั่งมรณภาพอย่างสงบเมื่อวันที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2543 สิริอายุได้ 92 ปี 284 วัน พรรษา 73  การมีอายุยืนยาวและครองเพศบรรพชิตมาอย่างยาวนานเช่นนี้ ในหมู่ผู้ศรัทธามักมองว่าเป็นเครื่องบ่งชี้ถึงบุญบารมีและพลังจิตที่สั่งสมมา ซึ่งย่อมส่งผลต่อความศักดิ์สิทธิ์ของวัตถุมงคลที่ท่านสร้างขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัตถุมงคลที่สร้างในปัจฉิมวัย

การศึกษาเล่าเรียนวิทยาคมจากครูบาอาจารย์ผู้ทรงคุณธรรมและมีชื่อเสียง เป็นปัจจัยสำคัญที่เสริมสร้างความเข้มขลังศักดิ์สิทธิ์ให้แก่วัตถุมงคล หลวงพ่อเชิญได้มีโอกาสศึกษาธรรมและพุทธาคมจากพระเกจิอาจารย์หลายรูป ได้แก่:
หลวงพ่อเพิ่ม วัดโคกทอง: พระอุปัชฌาย์และอาจารย์องค์แรกผู้ถ่ายทอดความรู้พื้นฐานและดูแลท่านมาตั้งแต่เยาว์วัย 
หลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติ: ในปี พ.ศ. 2473 หลวงพ่อเพิ่มได้พาหลวงพ่อเชิญไปฝากตัวเป็นศิษย์ แม้ในขณะนั้นหลวงพ่อกลั่นจะชราภาพมากแล้วก็ตาม 
หลวงปู่กล้าย วัดหงส์รัตนาราม: ในปี พ.ศ. 2482 เมื่อหลวงพ่อเชิญเดินทางไปรักษาอาการอาพาธทางตาที่กรุงเทพฯ ท่านได้พักที่วัดหงส์รัตนารามและได้รับการแนะนำวิชาจากหลวงปู่กล้าย
หลวงพ่อจง พุทฺธสโร วัดหน้าต่างนอก: ท่านได้ไปศึกษาด้านกรรมฐานกับหลวงพ่อจง 
นอกจากนี้ ในเอกสารบางแหล่ง (เช่น คำอธิบายสินค้าจากผู้ขาย) ยังมีการกล่าวถึงว่าหลวงพ่อเชิญเป็นศิษย์ผู้สืบทอดพุทธาคมจาก หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า และ หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค  การได้ศึกษาจากครูบาอาจารย์หลายท่าน ซึ่งแต่ละท่านก็มีชื่อเสียงและวิทยาคมที่โดดเด่นแตกต่างกันไป ย่อมทำให้หลวงพ่อเชิญได้รับการถ่ายทอดสรรพวิชาอันหลากหลาย อันเป็นที่มาของความเชื่อมั่นในพุทธคุณอันครอบคลุมของวัตถุมงคลที่ท่านสร้างขึ้น

หลวงพ่อเชิญได้อุทิศตนในการพัฒนาวัดโคกทองมาอย่างต่อเนื่อง โดยได้ช่วยงานหลวงพ่อเพิ่มในการบูรณะพัฒนาวัดเป็นเวลาหลายปี 1 ท่านได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งสำคัญทางสงฆ์หลายตำแหน่ง เช่น รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดโคกทอง (พ.ศ. 2491) ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดโคกทอง (พ.ศ. 2492) เป็นเจ้าคณะตำบลกุฎีและเป็นพระกรรมวาจาจารย์ (พ.ศ. 2505) และเป็นพระอุปัชฌาย์ (พ.ศ. 2509)
ในด้านสมณศักดิ์ ท่านได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ตามลำดับดังนี้ 1:
พ.ศ. 2474: พระสมุห์ (ฐานานุกรมของพระครูบวรสังฆกิจ (เพิ่ม))
พ.ศ. 2478: พระปลัด (ฐานานุกรมของพระครูบวรสังฆกิจ (เพิ่ม))
5 ธันวาคม พ.ศ. 2511: พระครูสัญญาบัตรเจ้าคณะตำบล ชั้นตรี ที่ "พระครูวิชัยประสิทธิคุณ"
พ.ศ. 2517: พระครูสัญญาบัตรเจ้าคณะตำบล ชั้นโท ในราชทินนามเดิม
พ.ศ. 2522: พระครูสัญญาบัตรเจ้าคณะตำบล ชั้นเอก ในราชทินนามเดิม
5 ธันวาคม พ.ศ. 2539: พระราชาคณะยกที่ "พระมงคลวราจารย์" การได้รับสมณศักดิ์ที่สูงขึ้นตามลำดับ ควบคู่ไปกับการศึกษาพระธรรมวินัยจนแตกฉาน (นักธรรมชั้นเอก) และการเป็นผู้นำในการพัฒนาวัด ย่อมสะท้อนถึงคุณธรรม ความรู้ความสามารถ และการเป็นที่ยอมรับในหมู่คณะสงฆ์และพุทธศาสนิกชน ซึ่งเป็นปัจจัยเสริมบารมีและความน่าเชื่อถือในวัตถุมงคลของท่าน

หลวงพ่อเชิญ วัดโคกทอง ได้รับการยกย่องว่าเป็นพระเกจิอาจารย์ผู้มีวิชาความรู้มากซึ่งหาได้ยากในยุคปัจจุบัน วัตถุมงคลต่างๆ ที่ท่านสร้างและปลุกเสกขึ้นนั้นเชื่อกันว่ามีพุทธานุภาพสูงส่งในทุกๆ ด้าน และจะคงความอมตะศักดิ์สิทธิ์ตลอดไป


พระปิดตายันต์ยุ่งที่สร้างโดยหลวงพ่อเชิญ วัดโคกทอง มีหลายรุ่นและหลายเนื้อหา ซึ่งแต่ละรุ่นก็มีรายละเอียดและประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจ การทำความเข้าใจในรายละเอียดเหล่านี้มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่สนใจศึกษาและสะสม
 พระปิดตายันต์ยุ่ง รุ่นแรก พ.ศ. 2536
พระปิดตายันต์ยุ่ง รุ่นแรก ที่สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2536 ถือเป็นรุ่นที่ได้รับการกล่าวถึงและเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในวงการ
การสร้างและพุทธาภิเษก: แม้รายละเอียดเกี่ยวกับพิธีพุทธาภิเษกโดยละเอียดจะไม่ปรากฏชัดเจนในข้อมูลที่รวบรวมได้ แต่พระรุ่นนี้ได้รับการยอมรับว่าเป็น "รุ่น 1" หรือรุ่นแรกที่สร้างในปี พ.ศ. 2536
เนื้อหา: พระรุ่นนี้มีการจัดสร้างด้วยเนื้อหาที่หลากหลาย ได้แก่:
เนื้อนวโลหะ: เป็นเนื้อที่ได้รับความนิยมและมีการกล่าวถึงบ่อยครั้ง 4 คำว่า "นวโลหะ" หมายถึงโลหะมงคล 9 ชนิด 
เนื้อสัมฤทธิ์: มีการบันทึกว่าพระรุ่นแรกปี 2536 นี้มีการสร้างด้วยเนื้อสัมฤทธิ์ด้วยเช่นกัน
เนื้อผงพุทธคุณ: นอกจากเนื้อโลหะแล้ว ยังมีการสร้างพระปิดตายันต์ยุ่งรุ่นแรกปี 2536 ด้วยเนื้อผงพุทธคุณอีกด้วย 
เนื้อทองเหลือง: มีข้อมูลระบุถึงการสร้างพระปิดตาปี 2536 ด้วยเนื้อทองเหลือง 

ลักษณะทางกายภาพ รายละเอียดยันต์ และขนาด:

คงเอกลักษณ์ของ "ยันต์ยุ่ง" คือมีเส้นยันต์สลับซับซ้อนทั่วองค์พระ

มักได้รับการบรรยายว่ามีสภาพ "พระสวยมากเดิมๆ"

ขนาดของพระรุ่น ๑ เนื้อทองเหลือง ระบุไว้ที่ 1.5 x 2 เซนติเมตร ส่วนพระปิดตายันต์ยุ่งอีกองค์ (ซึ่งอาจเป็นตัวอย่างทั่วไปของพระยันต์ยุ่ง ไม่ได้ระบุว่าเป็นของหลวงพ่อเชิญโดยตรงในบางแหล่ง) มีขนาดหน้าตักกว้าง 1.8 เซนติเมตร สูง 2.0 เซนติเมตร

โค้ดและเครื่องหมายที่เป็นที่รู้จัก:

มีการกล่าวถึง "โค้ดใต้ฐาน" ในพระปิดตายันต์ยุ่งโดยทั่วไป แต่สำหรับพระปิดตายันต์ยุ่งหลวงพ่อเชิญรุ่นปี 2536 โดยเฉพาะนั้น รายละเอียดเกี่ยวกับโค้ดที่ชัดเจน เช่น "โค้ด นะ" ยังไม่เป็นที่ยืนยันแน่ชัดจากแหล่งข้อมูลปฐมภูมิทั้งหมดที่มีอยู่ แม้จะเป็นหัวข้อที่นักสะสมให้ความสนใจก็ตาม 6

กล่องเดิมจากวัด: การมีกล่องเดิมจากวัดมักถูกกล่าวถึงว่าเป็นส่วนหนึ่งของพระแท้และสมบูรณ์


เสน่ห์อันยั่งยืนแห่งมรดกศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อเชิญ

พระปิดตายันต์ยุ่ง หลวงพ่อเชิญ วัดโคกทอง ยังคงเป็นวัตถุมงคลที่ได้รับความนิยมและเป็นที่แสวงหาอย่างต่อเนื่องในหมู่ผู้ศรัทธาและนักสะสมพระเครื่อง การศึกษาชีวประวัติ วัตรปฏิบัติ และสายวิทยาคมของหลวงพ่อเชิญ 1 ประกอบกับความเข้าใจในความหมายและพุทธคุณของพระปิดตาและยันต์ยุ่ง ช่วยให้เห็นคุณค่าและความสำคัญของพระเครื่องชุดนี้ได้อย่างลึกซึ้ง

รุ่นสำคัญที่เป็นที่รู้จัก ได้แก่ รุ่นแรก พ.ศ. 2536 ซึ่งมีการสร้างด้วยเนื้อหาหลากหลาย เช่น นวโลหะ สัมฤทธิ์ และผงพุทธคุณ 2 รุ่นพระกรุ พ.ศ. 2532 ที่เชื่อกันว่าสร้างด้วยเนื้อนวโลหะ และรุ่น พ.ศ. 2539 พุทธคุณที่เชื่อกันว่ามีอยู่อย่างครบถ้วน ทั้งด้านเมตตามหานิยม โชคลาภ แคล้วคลาด คงกระพัน และมหาอุตม์ เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้พระปิดตารุ่นนี้เป็นที่ต้องการ อย่างไรก็ตาม ผู้สนใจควรศึกษาข้อมูลอย่างรอบด้านและพิจารณาด้วยความรอบคอบในการเช่าบูชา โดยคำนึงถึงความเป็นของแท้เป็นสำคัญ

พระปิดตายันต์ยุ่ง หลวงพ่อเชิญ เป็นตัวอย่างหนึ่งของวัตถุมงคลที่เชื่อมโยงระหว่างความเชื่อดั้งเดิมกับวิถีชีวิตสมัยใหม่ การสืบทอดพุทธศิลป์และวิทยาคมจากโบราณจารย์มาสู่การสร้างสรรค์ของหลวงพ่อเชิญ และการเผยแพร่ผ่านช่องทางต่างๆ ในปัจจุบัน สะท้อนให้เห็นถึงความศรัทธาที่ไม่เสื่อมคลายในพลังอำนาจศักดิ์สิทธิ์ และความปรารถนาที่จะมีเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจเพื่อความสุขความเจริญและความปลอดภัยในชีวิต แม้กาลเวลาจะผ่านไปนับตั้งแต่หลวงพ่อเชิญมรณภาพ แต่ความศรัทธาในบารมีของ

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ตำนานพระกริ่งรุ่นทิ้งทวน: มรดกพุทธคุณหลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่

พระกริ่งหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ วัดบ้านไร่ รุ่นทิ้งทวน พ.ศ. ๒๕๓๖: การศึกษาเชิงลึก พระกริ่งหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ วัดบ้านไร่ รุ่น "ทิ้งทวน" ที่จัดสร้างขึ้นในปีพุทธศักราช ๒๕๓๖ ถือเป็นวัตถุมงคลสำคัญอีกรุ่นหนึ่งของพระเทพวิทยาคม (คูณ ปริสุทฺโธ) อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา 1 พระกริ่งรุ่นนี้นอกจากจะมีความงดงามทางพุทธศิลป์แล้ว ยังแฝงไว้ด้วยเรื่องราวความเป็นมาที่น่าสนใจ ทั้งในด้านเจตนาการจัดสร้าง มวลสารที่ใช้ และพิธีกรรมพุทธาภิเษกอันเข้มขลัง ทำให้เป็นที่ปรารถนาของศิษยานุศิษย์และนักสะสมวัตถุมงคลโดยทั่วไป รายงานฉบับนี้จะทำการศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับพระกริ่งรุ่นทิ้งทวนในแง่มุมต่างๆ อย่างละเอียด เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่สนใจ เครดิตภาพ:  https://www.thaprachan.com/   เปิดกรุพระกริ่งทิ้งทวน ๒๕๓๖: ความเป็นมา พุทธศิลป์ และพุทธคุณ โดย หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ เป็นพระเกจิอาจารย์ผู้เปี่ยมด้วยเมตตาบารมี เป็นที่เคารพศรัทธาของพุทธศาสนิกชนทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ 4 วัตถุมงคลที่ท่านอธิษฐานจิตปลุกเสกล้วนเป็นที่กล่าวข...

เจาะตำนาน "พระกริ่งสุตาธิการี" ปี ๒๖: หลวงพ่อทองอยู่ วัดใหม่หนองพะอง... สหธรรมิกหนึ่งเดียวที่ "หลวงปู่โต๊ะ" ไว้วางใจ

เจาะตำนาน "พระกริ่งสุตาธิการี" ปี ๒๖: หลวงพ่อทองอยู่ วัดใหม่หนองพะอง... สหธรรมิกหนึ่งเดียวที่ "หลวงปู่โต๊ะ" ไว้วางใจ เจาะตำนาน "พระกริ่งสุตาธิการี" ปี ๒๖: หลวงพ่อทองอยู่ วัดใหม่หนองพะอง... สหธรรมิกหนึ่งเดียวที่ "หลวงปู่โต๊ะ" ไว้วางใจ ในจักรวาลพระกริ่งยุคหลังปี ๒๕๐๐ หากจะเฟ้นหาพระกริ่งที่ "ครบเครื่อง" ที่สุด ทั้งพิธีกรรม ชนวนมวลสาร และบารมีผู้ปลุกเสก "พระกริ่งสุตาธิการี ปี ๒๕๒๖" คือเพชรน้ำเอกที่เซียนพระรุ่นเก่ายกนิ้วให้ เพราะนี่ไม่ใช่พระกริ่งธรรมดา แต่คือผลงานระดับมาสเตอร์พีซที่รวม "๓ อรหันต์แห่งศาสตร์พุทธาคมและโลหะธาตุ" ไว้ด้วยกัน การรวมตัวของ ๓ พยัคฆ์แห่งวงการ ความยิ่งใหญ่ของพระกริ่งรุ่นนี้ (สร้างเพียง ๙๙๙ ชุด) เกิดจากการผนึกกำลังของบุคคลระดับตำนาน ๓ ท่าน: องค์ประธานสายจิต: หลวงพ่อทองอยู่ วัดใหม่หนองพะอง พระเถระผู้ทรงอภิญญา เจ้าของตำนาน "เพ่งเทียนดับดาว" (กสิณไฟ) ท่านเป็นพระเกจิเพียงรูปเดียวที่ หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี ยกย่องและนิมนต์มาร่วมพิธีเสมอ ถึงขนาดที่ว่าเมื่อหลวงปู่โต๊ะละสังขาร ศิษย์สายวั...

เปิดตำนานพระงาแกะ หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ: เจาะลึก 5 วิธีดูพระแท้ สำหรับนักสะสมมือใหม่ 2567

  เปิดตำนาน "พระงาแกะหลวงพ่อเดิม": เจาะลึก 5 เรื่องจริงที่นักสะสมมือใหม่ต้องรู้ก่อนโดนหลอก เครดิตภาพ :  https://prathaprachan-mag.com/post/374813 ในโลกของเครื่องรางไทย หากจะหาวัตถุมงคลใดที่หลอมรวมระหว่าง "ธรรมชาติ" และ "จิตวิญญาณ" ได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด ย่อมหนีไม่พ้น "พระงาแกะของหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ" เทพเจ้าแห่งเมืองสี่แควผู้สำเร็จวิชาคชศาสตร์อย่างถ่องแท้ ท่านมีความผูกพันกับช้างอย่างลึกซึ้งจนยากจะแยกออก และความผูกพันนี้เองที่ก่อกำเนิด "Masterpiece" ที่นักสะสมทั่วประเทศต่างถวิลหา แต่ท่ามกลางความเลื่อมใส ปัญหาสิ่งเทียมเลียนแบบกลับทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ สำหรับนักสะสมรุ่นใหม่ที่ต้องการเข้าสู่เส้นทางนี้ การใช้อารมณ์นำความรู้คือความเสี่ยงที่สุด วันนี้เราจะมาเจาะลึก 5 เรื่องจริงที่จะเปลี่ยนคุณจากมือใหม่ให้กลายเป็นผู้ที่ "ดูเป็น" ด้วยสายตาของนักวิเคราะห์ 1: "จากเศษงาเหลือใช้ สู่ความยั่งยืนแห่งพุทธศิลป์" ในยุคที่หลวงพ่อเดิมสร้างวัดวาอาราม ท่านต้องใช้ช้างเป็นกำลังหลักในการลากไม้ผ่านป่าเขาลำเนาไพร และเมื่อท่านสร้าง "...