ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

พระกริ่งชินบัญชร หลวงปู่ทิม อิสสริโก วัดละหารไร่


พระกริ่งชินบัญชร 

หลวงปู่ทิม อิสสริโก วัดละหารไร่


พระกริ่งชินบัญชร หลวงปู่ทิม อิสสริโก วัดละหารไร่ วัตถุมงคลยอดนิยม "พระกริ่งชินบัญชร" ผลงานของ "หลวงปู่ทิม อิสสริโก" วัดละหารไร่ จ.ระยอง เป็นพระเครื่องที่มีการเช่าหากันในราคาที่สูงมากอยู่ในขณะนี้ นอกเหนือจาก "พระชุดผงพรายกุมาร" และเหรียญยอดนิยมของหลวงปู่ทิม

"พระกริ่งชินบัญชร" ของหลวงปู่ทิมประกอบพิธีเททองหล่อที่ลานวัดละหารไร่ ตรงกับบริเวณที่ตั้งของศาลาภาวนาภิรัตในปัจจุบัน เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ.2517 ตรงกับวันอาทิตย์ ขึ้น 14 ค่ำ เดือน 6 ปีขาล เวลา 08.49 น.ลัคนาสถิตเทวีแห่งฤกษ์วางฤกษ์ พอได้เวลา 06.45 น. หลวงปู่ทิมเป็นผู้จุดเทียนชัยด้วยตัวหลวงปู่เอง พระสงฆ์ 9 รูป เจริญพระพุทธมนต์แล้วสวดคาถาจุดเทียนชัย (ฤกษ์ในการจุดเทียนชัย)

การหล่อพระกริ่งชินบัญชรหลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ ครั้งนั้นอยู่ในช่วงฤดูฝนและเป็นระยะที่มีฝนตก แต่ในเวลาที่เททองหล่อพระชุดชินบัญชรนี้บริเวณวัดละหารไร่กลับไม่มีฝนตกเลย ทั้งที่รอบนอกห่างจากวัดไปไม่เท่าไร มีฝนตกหนักมากจวบจนเททองหล่อพระกริ่งเสร็จ ฝนจึงตกลงมาอย่างหนัก ผู้คนทั่วไปเห็นความมหัศจรรย์นี้ ผู้คนที่มาจึงเริ่มหาใบจองพระในครั้งนั้น
รูปหลวงปู่ทิม อิสสริโก วัดละหารไร่
ประวัติพระกริ่งชินบัญชร วัตถุประสงค์การสร้างพระชุดชินบัญชรเป็นที่ระลึกแก่ผู้ที่จะร่วมบริจาคเงินสำหรับ ซ่อมสร้างถาวรวัตถุในวัดละหารไร่ ซึ่งกำลังชำรุดทรุดโทรม โดยเฉพาะพระอุโบสถซึ่งสร้างด้วยไม้ พระประธานซึ่งปั้นด้วยดินดิบโดยฝีมือของหลวงปู่ทิมกำลังพัง พื้นอุโบสถที่เป็นดินดิบแบบแข็งกะเทาะ พื้นเจิ่งนองไปด้วยน้ำ มีเพียงอุโบสถซึ่งกำลังก่อสร้างแต่ยังไม่แล้วเสร็จ หลวงปู่ทิมเป็นเจ้าอาวาสวัดละหารไร่มาตั้งแต่หนุ่มๆ เพราะท่านบวชตั้งแต่อายุ 23 ปี และเป็นเจ้าอาวาสมานานหลายสิบปี

พระพุทธลักษณะของพระกริ่งชินบัญชรนั้นได้ถอดแบบมาจากพระกริ่งใหญ่ของจีนซึ่งมี อายุราว 800-1,000 ปี ลักษณะเป็นพระไภษัชคุรุไวฑูรยประภาพุทธเจ้าประทับนั่งบนโพธิบัลลังก์บัว 2 ชั้น ด้านหลังไม่มีบัว พระหัตถ์ซ้ายทรงถือหม้อยาอัคตะ พระหัตถ์ขวาทรงวางอยู่เหนือพระ ชานุ ขัดสมาธิเพชร พระเกศาเป็นเม็ดกลมๆ จัดว่าสวยงามพอสมควรใต้ฐานปิดด้วยแผ่นทองคำ เงิน หรือทองแดง พระทุกองค์จะมีหมายเลขกำกับและตอกโค้ดไว้ที่ด้านหลังองค์พระเหมือน กันทุกองค์

ตอนที่พระกริ่งชินบัญชรออกมาใหม่ๆ ผู้จองต่างผิดหวังที่พระออกมาไม่ค่อยสวย พระกริ่งที่ออกให้บูชาองค์ละ 300 บาทเมื่อออกแล้ว เลยมีผู้นำมาคืน เมื่อหลวงปู่ทิมทราบท่านกลับบอกว่า อีกหน่อยพลิกแผ่นดินหาก็ไม่เจอ เมื่อกาลเวลาผ่านไปไม่กี่ปีก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าคำบอกของหลวงปู่ท่านเป็น จริงแล้ว

พระชุดชินบัญชรเททองเสร็จเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2517 แล้วได้นำกลับไปตกแต่งที่โรงหล่อเสร็จแล้วจึงนำกลับไปถวายแด่หลวงปู่ทิม โดยท่านปลุกเสกอีก 7 วัน 7 คืน จากนั้นจึงนำไปดอกโค้ด ซึ่งพระชุดชินบัญชรแบ่งออกได้ดังนี้

1.พระกริ่งชินบัญชร เนื้อทองคำ สร้างจำนวน 13 องค์ ทุกองค์จะตอกเลขไทยตั้งแต่ 1-13 ไว้ที่ใต้ฐานมีโค้ดตราศาลาอยู่และปิดก้นด้วยแผ่นทองคำ ด้านหลังตอกโค้ดตัวนะเล็กๆ ไว้ทุกองค์ 2.พระกริ่งชินบัญชรก้นเงิน คือมีแผ่นเงินไว้ที่ฐานตอกโค้ดศาลาและตอกโค้ดตัวนะที่ด้านหลัง โดยพระกริ่งก้นเงินแบ่งออกเป็น 3 ชนิด คือ ชุดก้นเงินแจกกรรมการ สร้างจำนวน 195 องค์ ด้านหลังตอกโค้ดตัวนะใต้ฐานมีแผ่นเงินตอกโค้ดศาลาชุดนี้ไม่ได้ตอกหมายเลข กำกับ พระกริ่งชินบัญชรก้นเงินอีกจำนวน 195 องค์ เหมือนชุดแรกทุกอย่าง แค่ตอกหมายเลข 1-195 ไว้ที่ด้านหลัง ซึ่งพระชุดนี้ถวายวัดเจ้าเจ็ดในนามพระอาจารย์ ทองเจือ เพื่อช่วยหาปัจจัย เสร้างวัดเจ้าเจ็ด อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา

2.พระกริ่งชินบัญชรก้นเงิน เนื้อพิเศษ จำนวน 16 องค์ พระชุดนี้ก้นหุ้มเงิน บุ๋มเป็นท้องกระทะ ผู้ที่ร่วมทำด้วยเห็นหุ้มก้นแบบนี้สวยดี จึงเอาพระกริ่งตีก้นเงินหุ้มไว้ใช้เองอีกประมาณ 20 องค์ รวมพระนี้ก้นเงินและก้นหุ้มเงินมีจำนวนทั้งสิ้น 406 องค์

3.พระกริ่งชินบัญชรก้นทองแดง จะปิดแผ่นทองแดงไว้ใต้ฐานและตอกหมายเลข 2-2595 มีจำนวนทั้งสิ้น 2,595 องค์ เลข 95 ด้านท้ายมาจากอายุหลวงปู่ทิม พระก้นทอง แดงทุกองค์ตอกโค้ดตัวนะไว้ด้านหลัง

"พระกริ่งชินบัญชร" ของหลวงปู่ทิมยังมีแบบพิเศษต่างๆ อีก เช่น ก้นอุดผงพรายกุมาร แต่พระมีจำนวนน้อย ทำเอาไว้ใช้กันเองในหมู่ลูกศิษย์ อย่างไรก็ตามพระกริ่งชินบัญชรเป็นพระที่มีสนนราคาเล่นหาสูงมาก นักสะสมพระเครื่องมือใหม่จึงต้องศึกษาดูให้ดีก่อน หรือปรึกษาบุคคล ที่มีความเชี่ยวชาญ



ก่อนที่จะตัดสินใจจ่ายเงิน เพราะเงินแท้ต้องคู่ควรกับพระแท้เท่านั้น!!!
คอลัมน์ มุมพระเก่า
อภิญญา www.khaosod

www.luangporngoen.com www.ศูนย์จองพระเครื่อง.com

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

พระลือโขง กรุวัดกู่เหล็ก ลำพูน องค์แชมป์กรุ โดยพรรค คูวิบูลย์ศิลป์

เครดิตภาพ: thairath.co.th พระเครื่ององค์แรกคือ พระลือโขงหรือพระฤาโขง สุดยอดพระเครื่องเมืองเหนือที่มีชื่อเสียงมาก ด้านความอลังการของ พุทธศิลป์หริภุญไชย ที่มีอิทธิพลศิลปะพม่า (พุกาม) ผสม..... พระสมเด็จอรหัง พิมพ์เล็ก หลังจาร วัดมหาธาตุ กทม. องค์คะแนน ของซุป เตาปูน. ลักษณะเป็นพระพิมพ์เนื้อดินเผาขนาดเขื่อง (ใหญ่กว่าพระคง, พระลือ) องค์พระประทับนั่งปางมารวิชัยภายในซุ้มเรือนแก้ว เหนือฐานบัว 2 ชั้น พระพักตร์ ปรากฏรายละเอียด หู ตา จมูก ปาก ครบสมบูรณ์ และชัดเจน อ่อนช้อยงดงาม เหมือนแย้มยิ้ม ..... ระยะแรกที่พบพระ ในกรุ วัดกู่เหล็ก ซึ่งตั้งอยู่ด้านหลังวัดประตูลี้ (ที่พบพระฤา, พระเลี่ยง) ชาวถิ่นคิดว่าเป็น รูปจำลองพระนางจามเทวี จึงนิยมเรียกกันว่า "พระนางจามเทวี ซุ้มเรือนแก้ว"..... แต่จำนวนพระมีน้อยมาก เพราะถูกนักนิยมพระเจ้าถิ่นเช่าตัดตอนเก็บไว้หมด ทำให้พระไม่แพร่หลาย ไม่ค่อยมีใครได้เห็นพระแท้องค์จริงมากนัก มีแต่เสียงร่ำลือถึงความงดงามว่าเทียบเคียงกับ พระรอด..... กระทั่งราวๆปี 2511 ก็มีการค้นพบพระพิมพ์นี้จากที่เดิมอีกครั้งใหญ่ แต่คัดแล้วได้พระสภาพสมบูรณ์เพียงแค่หลัก

พระกรุเจดีย์เล็ก วัดใหม่อมตรส (บางขุนพรหม) พิมพ์ยืนประทานพร เนื้อผงพุทธคุณ

 พระกรุเจดีย์เล็ก วัดใหม่อมตรส (บางขุนพรหม) พิมพ์ยืนประทานพร เนื้อผงพุทธคุณ พระกรุเจดีย์เล็ก วัดใหม่อมตรส:เมื่อปี พ.ศ.2500 พระครูอมรคณาจารย์ (เส็ง) เจ้าอาวาสวัดใหม่อมตรส ได้ประกอบพิธีเปิดกรุเจดีย์องค์ใหญ่ เพื่อนำ พระสมเด็จ ที่ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ปลุกเสก ออกมาให้ประชาชนเช่าบูชา เนื่องจากที่ผ่านมาได้มีคนร้ายไปแอบขุดเจาะเจดีย์ใหญ่องค์นี้เพื่อขโมยพระสมเด็จอยู่เป็นประจำ พระกรุเจดีย์เล็ก วัดใหม่อมตรส:จากการที่ได้นำ พระสมเด็จ ให้ประชาชนเช่าบูชา ทำให้ทางวัดมีรายได้ขึ้นมาจำนวนหนึ่งจึงได้นำมาบูรณะปฏิสังขรณ์บริเวณวัด เมื่อปี พ.ศ.๒๕๐๘ โดยได้ว่าจ้างให้ช่างรับเหมา มาปรับปรุงบริเวณรอบองค์เจดีย์ใหญ่ซึ่งมี เจดีย์เล็ก เรียงรายรอบทั้ง ๔ ทิศของเจดีย์องค์ใหญ่ ทิศละ ๒ องค์ ตั้งซ้อนกันอยู่อย่างเป็นระเบียบรวมทั้งหมด ๘ องค์ ซึ่งทางช่างได้รื้อ เจดีย์เล็ก ทั้งหมดออก ทำให้ช่างรับเหมาพบ กรุพระเครื่องจำนวนหนึ่งในเจดีย์เล็กรวมอยู่กับอัฐิ จึงได้เก็บพระเครื่องซ่อนไว้ไม่ให้ทางวัดทราบ คงมอบแต่อัฐิให้เท่านั้น ต่อมาช่างรับเหมาได้นำพระที่พบนี้ไปขายแก่เซียนพระคนหนึ่งในสนามพระ ทำให้ พระเครื่องกรุเจดีย์เล็ก เ

เหรียญพระมหาพุทธพิมพ์ ปี 2461 วัดไชโยวรวิหาร

เหรียญพระมหาพุทธพิมพ์ ปี 2461 วัดไชโยวรวิหาร ที่มา:คอลัมน์ พันธุ์แท้พระเครื่อง ราม วัชรประดิษฐ์ เหรียญพระมหาพุทธพิมพ์ ปี 2461 วัดไชโยวรวิหาร เหรียญ พระเครื่องในประเทศไทยนั้นมีการสร้างกันมากมายทั้งเหรียญพระพุทธและเหรียญ พระสงฆ์ ด้วยวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกันไปตามเจตนารมณ์ของผู้จัดสร้าง อาทิ พระเกจิคณาจารย์จัดสร้างขึ้นเพื่อแจกจ่ายลูกศิษย์ลูกหา หรือเพื่อหาทุนทรัพย์บูรณปฏิสังขรณ์ศาสนวัตถุต่างๆ ฯลฯ บางทีก็เป็นฆราวาสที่สร้างถวายวัดเพื่อการต่างๆ แต่อย่างไรก็ตามวัตถุประสงค์หลักก็คือ การสืบสานพระพุทธศาสนา เหรียญพระเครื่องจึงเกิดขึ้นมากมายมาแต่ครั้งโบราณกาลจวบจนปัจจุบัน ดังนั้นการที่จะคัดเลือกเหรียญระดับยอดนิยมจึงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ อย่างเช่น เหรียญพระมหาพุทธพิมพ์ วัดไชโยวรวิหาร ครับผม

พระกริ่งราชาฤกษ์ เจ้าคุณศรี ประหยัด วัดสุทัศน์ กรุงเทพฯ

 พระกริ่งราชาฤกษ์ เจ้าคุณศรี ประหยัด วัดสุทัศน์ กรุงเทพฯ พระกริ่งรุ่นนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จมาในการพิธีและทรงเจิมสรรพสิ่งของในพิธีแล้วทรงพระสุหร่ายจากนั้นเสด็จลงเททองในพิธีแล้วทรงจุดเทียนชัยพิธีปลุกเสกและท่านเจ้าคุณศรีได้กล่าว ปรารภขึ้นว่าปีนี้เป็นปีปีพ.ศ 2517 มีฤกษ์ยามที่เป็นมงคลเหมาะแก่การประกอบพิธีหล่อพระและทำเครื่องรางของขลัง พระกริ่งราชาฤกษ์ จึงถือกำเนิดขึ้นในวันที่ 2 พฤศจิกายนพ.ศ๒๕๑๗จำนวน 200 องค์แต่งสวยทุกองค์ด้วยฝีมือช่างคนเดียวกันทุกองค์พระกริ่งรุ่นนี้เป็นพระกริ่ง 1 ใน 3 รุ่นหลังของท่านที่สร้างในปีพ.ศ 2517 พระกริ่งราชาฤกษ์ ท่านเจ้าคุณได้กำหนดฤกษ์เททองในการสถาปนาเป็นองค์พระคือราชาฤกษ์อันเป็นอุดมมงคลเลิศด้วยเห็นว่าการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จมาในการพิธีนี้เป็นมงคลอันสูงสุดส่วนแม่พิมพ์ของพระกริ่งรุ่นนี้ได้แบบอย่างพระกริ่ง 79 ของสมเด็จแพใช้ชนวนพระกริ่งรุ่นเก่าของวัดสุทัศน์รวมถึงพระยันต์ของพระเกจิยุคก่อนพศ 2500 และหลังพ.ศ 2500 ที่ท่านได้รวบรวมไว้แต่ในอดีต และพระยันต์ของท่านที่ได้ลงไว้เป็นส่วนผสมสำหรับเททองหล่อ พระกริ่ง ในคราวนี้ พระกริ่ง ที่สร้างในปีพ.ศ๒๕๑๗นี้เ

หลวงปู่ ม่น วัดเนินตามาก ชลบุรี

พระครูสุจิณธรรมวิมล หรือ หลวงปู่ม่น ธัมมจิณโณ อดีตพระเกจิอาจารย์ชื่อ ดังวัดเนินตามาก ต.โคกเพลาะ อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี นามเดิม นายม่น นามสกุล วิญญาณ เกิดเมื่อวันเสาร์ ขึ้น 7 ค่ำ เดือน 5 ปีจอ ตรงกับวันที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2453 โยมบิดาชื่อ มา โยมมารดาชื่อ แดง มีพี่น้องรวมกัน 3 คน คือ 1.นางเทียม เอมเปีย 2.หลวงปู่ม่น 3.นางย้อย โบราณ ในวัยเยาว์ โยมบิดามารดา นำไปฝากเรียนกับพระที่วัดใกล้บ้าน ศึกษาอักขระสมัย เนื่องจากท่านเป็นผู้มีจิตใจอ่อน โยน โอบอ้อมอารี สนใจใฝ่เรียน มีความพยายามและอดทนเป็นเยี่ยม ทำให้พระอาจารย์ได้ถ่ายทอดวิชาความรู้ให้อย่างเต็มกำลัง จนมีความรู้ความเชี่ยวชาญในด้านต่างๆ เช่น ด้านอักษร การแพทย์แผนโบราณ และการช่าง เนื่องจากท่านเป็นบุตรชายคนเดียว จึงถือเป็นหลักของครอบครัว ขยันขันแข็ง ประกอบสัมมาอาชีพช่วยเหลือโยมบิดามารดาทำให้ครอบครัวมีฐานะมั่นคงในเวลาต่อมา มีที่นาทำกินเป็นของตนเองจำนวนพอสมควร จนกระทั่งอายุได้ 29 ปี ท่านจึงได้ขอบรรพชาอุปสมบท ในวันเสาร์ขึ้น 2 ค่ำ เดือน 5 ตรงกับวันที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2481 ณ พัทธสีมาวัดโคกเพลาะ ต.โคกเพลาะ อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี ม