ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

หนึ่งเดียวในแผ่นดิน: "พระกริ่งพุทธชินสีห์ 7 รอบ" (ปี 2499) ในหลวงทรงเททอง ยอดวัตถุมงคลวัดบวรฯ

หนึ่งเดียวในแผ่นดิน: "พระกริ่งพุทธชินสีห์ 7 รอบ" (ปี 2499) ในหลวงทรงเททอง ยอดวัตถุมงคลวัดบวรฯ

ในแผ่นดินรัตนโกสินทร์ หากจะกล่าวถึง "พระกริ่ง" ที่เปี่ยมด้วยบารมีสูงสุด ทั้งทางโลกและทางธรรม และเป็นที่ใฝ่ฝันของนักสะสมระดับประเทศ หนึ่งในนั้นต้องมีชื่อของ “พระกริ่งพระพุทธชินสีห์” หรือที่วงการเรียกขานว่า “พระกริ่ง 7 รอบ วัดบวรฯ” ปี 2499

นี่คือพระกริ่งรุ่นประวัติศาสตร์ที่ "เงินล้าน" อาจหาซื้อได้ แต่ "วาสนา" เท่านั้นที่จะนำพาให้ได้ครอบครอง เพราะนี่คือพระกริ่งรุ่นเดียวที่ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ทรงเททองหล่อด้วยพระองค์เองในขณะทรงผนวช!



ขอขอบคุณภาพจาก:https://siamrath.co.th/n/46949

ปฐมบท: พระพุทธชินสีห์ ผู้ชนะราชสีห์

ต้นแบบของพระกริ่งรุ่นนี้คือ "พระพุทธชินสีห์" พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองพิษณุโลก (สร้างพร้อมพระพุทธชินราช) ซึ่งปัจจุบันประดิษฐาน ณ วัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพฯ พระพุทธรูปองค์นี้มีความสำคัญยิ่งต่อราชวงศ์จักรี โดยเฉพาะในสมัยรัชกาลที่ 4 (ขณะทรงผนวช) ทรงเคารพศรัทธามาก ถึงขนาดทูลขอรัชกาลที่ 3 เพื่ออัญเชิญมาเป็นพระประธาน และทรงบรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่พระเศียรด้วยพระองค์เอง

ตำนาน ๒๔๙๙: "ภูมิพโลภิกขุ" ทรงเททอง

ความเข้มขลังของพระกริ่งรุ่นนี้ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2499 เนื่องในวโรกาสฉลองพระชนมายุครบ 7 รอบ (84 พรรษา) ของ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ (ม.ร.ว.ชื่น นพวงศ์) พระราชอุปัชฌายาจารย์ของในหลวงรัชกาลที่ 9

ในพิธีอันเป็นมหามงคลฤกษ์นี้ ทางวัดได้กราบบังคมทูลอาราธนา "พระภิกษุพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" (พระฉายา ภูมิพโล) ซึ่งกำลังทรงผนวชและประทับอยู่ที่พระตำหนักปั้นหยา วัดบวรนิเวศวิหาร เสด็จฯ ลงพระอุโบสถเพื่อทรงประกอบพิธีเททองหล่อ "พระพุทธชินสีห์จำลอง" แทนองค์สมเด็จพระสังฆราชฯ (ซึ่งทรงประชวร)

ภาพประวัติศาสตร์ที่ "พระราชาในร่มกาสาวพัสตร์" ทรงถือสายสิญจน์เททองลงเบ้าด้วยพระหฤทัยที่ตั้งมั่น ได้กลายเป็นตำนานความศักดิ์สิทธิ์ที่เล่าขานสืบต่อกันมา

5 ความวิเศษ: ทำไมต้อง "พระกริ่ง 7 รอบ"?

เซียนพระรุ่นเก่าต่างยกย่องให้พระกริ่งรุ่นนี้เป็น "จักรพรรดิแห่งพระกริ่งยุคกึ่งพุทธกาล" ด้วยเหตุผล 5 ประการที่เป็นที่สุด:

  1. หนึ่งเดียวในโลก: เป็นพระกริ่งรุ่นเดียวที่เททองโดย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (ขณะทรงผนวช)

  2. บารมีสังฆราช: สร้างเพื่อบูชาคุณ สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 13 ผู้ทรงสมณศักดิ์สูงส่ง

  3. ศิษย์บูชาครู: เป็นการสร้างโดยลูกศิษย์ (ในหลวง) ถวายแด่พระอุปัชฌาย์ (สมเด็จพระสังฆราช)

  4. รวมใจแผ่นดิน: เป็นจุดรวมใจระหว่าง ประมุขแห่งศาสนจักร และ ประมุขแห่งอาณาจักร ไว้ในวัตถุมงคลชิ้นเดียว

  5. ต้นแบบศักดิ์สิทธิ์: จำลองรูป พระพุทธชินสีห์ พระพุทธรูปสำคัญที่มีพุทธลักษณะงดงามและศักดิ์สิทธิ์ที่สุดองค์หนึ่งของไทย

เจาะลึกพิมพ์ทรง: "พระหน้าคน"

ลักษณะของพระกริ่ง 7 รอบ ปี 2499 มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่เรียกว่า "พระกริ่งหน้าคน" (คล้ายคนจริง)

  • ขนาด: หน้าตักกว้างประมาณ 1.7 ซม.

  • พุทธศิลป์: จำลองย่อส่วนจากพระพุทธชินสีห์ได้สมจริง พระพักตร์เอิบอิ่ม เม็ดพระศกชัดเจน

  • ก้น: เป็นก้นอุดกริ่ง รอยอุดมักจะถูกตะไบจนเรียบเนียนสนิทไปกับฐาน

บทสรุป: สมบัติผลัดกันชม

ด้วยจำนวนการสร้างที่น้อยนิดเพียง 500 องค์ เท่านั้น! ทำให้ พระกริ่งพุทธชินสีห์ 7 รอบ กลายเป็นตำนานที่หายากยิ่งกว่างมเข็ม ใครมีไว้ครอบครองต่างหวงแหนประดุจไข่ในหิน สนนราคาว่ากันที่ "หลักแสนกลางถึงหลักล้าน" (ตามสภาพความสวย)

หากท่านมีโอกาสได้พบเห็น ขอให้ได้ชื่นชมบารมี เพราะนี่คือวัตถุมงคลที่บันทึกหน้าประวัติศาสตร์ที่งดงามที่สุดของพุทธศาสนาและสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยไว้ด้วยกัน

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ตำนานพระกริ่งรุ่นทิ้งทวน: มรดกพุทธคุณหลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่

พระกริ่งหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ วัดบ้านไร่ รุ่นทิ้งทวน พ.ศ. ๒๕๓๖: การศึกษาเชิงลึก พระกริ่งหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ วัดบ้านไร่ รุ่น "ทิ้งทวน" ที่จัดสร้างขึ้นในปีพุทธศักราช ๒๕๓๖ ถือเป็นวัตถุมงคลสำคัญอีกรุ่นหนึ่งของพระเทพวิทยาคม (คูณ ปริสุทฺโธ) อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา 1 พระกริ่งรุ่นนี้นอกจากจะมีความงดงามทางพุทธศิลป์แล้ว ยังแฝงไว้ด้วยเรื่องราวความเป็นมาที่น่าสนใจ ทั้งในด้านเจตนาการจัดสร้าง มวลสารที่ใช้ และพิธีกรรมพุทธาภิเษกอันเข้มขลัง ทำให้เป็นที่ปรารถนาของศิษยานุศิษย์และนักสะสมวัตถุมงคลโดยทั่วไป รายงานฉบับนี้จะทำการศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับพระกริ่งรุ่นทิ้งทวนในแง่มุมต่างๆ อย่างละเอียด เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่สนใจ เครดิตภาพ:  https://www.thaprachan.com/   เปิดกรุพระกริ่งทิ้งทวน ๒๕๓๖: ความเป็นมา พุทธศิลป์ และพุทธคุณ โดย หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ เป็นพระเกจิอาจารย์ผู้เปี่ยมด้วยเมตตาบารมี เป็นที่เคารพศรัทธาของพุทธศาสนิกชนทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ 4 วัตถุมงคลที่ท่านอธิษฐานจิตปลุกเสกล้วนเป็นที่กล่าวข...

เจาะตำนาน "พระกริ่งสุตาธิการี" ปี ๒๖: หลวงพ่อทองอยู่ วัดใหม่หนองพะอง... สหธรรมิกหนึ่งเดียวที่ "หลวงปู่โต๊ะ" ไว้วางใจ

เจาะตำนาน "พระกริ่งสุตาธิการี" ปี ๒๖: หลวงพ่อทองอยู่ วัดใหม่หนองพะอง... สหธรรมิกหนึ่งเดียวที่ "หลวงปู่โต๊ะ" ไว้วางใจ เจาะตำนาน "พระกริ่งสุตาธิการี" ปี ๒๖: หลวงพ่อทองอยู่ วัดใหม่หนองพะอง... สหธรรมิกหนึ่งเดียวที่ "หลวงปู่โต๊ะ" ไว้วางใจ ในจักรวาลพระกริ่งยุคหลังปี ๒๕๐๐ หากจะเฟ้นหาพระกริ่งที่ "ครบเครื่อง" ที่สุด ทั้งพิธีกรรม ชนวนมวลสาร และบารมีผู้ปลุกเสก "พระกริ่งสุตาธิการี ปี ๒๕๒๖" คือเพชรน้ำเอกที่เซียนพระรุ่นเก่ายกนิ้วให้ เพราะนี่ไม่ใช่พระกริ่งธรรมดา แต่คือผลงานระดับมาสเตอร์พีซที่รวม "๓ อรหันต์แห่งศาสตร์พุทธาคมและโลหะธาตุ" ไว้ด้วยกัน การรวมตัวของ ๓ พยัคฆ์แห่งวงการ ความยิ่งใหญ่ของพระกริ่งรุ่นนี้ (สร้างเพียง ๙๙๙ ชุด) เกิดจากการผนึกกำลังของบุคคลระดับตำนาน ๓ ท่าน: องค์ประธานสายจิต: หลวงพ่อทองอยู่ วัดใหม่หนองพะอง พระเถระผู้ทรงอภิญญา เจ้าของตำนาน "เพ่งเทียนดับดาว" (กสิณไฟ) ท่านเป็นพระเกจิเพียงรูปเดียวที่ หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี ยกย่องและนิมนต์มาร่วมพิธีเสมอ ถึงขนาดที่ว่าเมื่อหลวงปู่โต๊ะละสังขาร ศิษย์สายวั...

เปิดตำนานพระงาแกะ หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ: เจาะลึก 5 วิธีดูพระแท้ สำหรับนักสะสมมือใหม่ 2567

  เปิดตำนาน "พระงาแกะหลวงพ่อเดิม": เจาะลึก 5 เรื่องจริงที่นักสะสมมือใหม่ต้องรู้ก่อนโดนหลอก เครดิตภาพ :  https://prathaprachan-mag.com/post/374813 ในโลกของเครื่องรางไทย หากจะหาวัตถุมงคลใดที่หลอมรวมระหว่าง "ธรรมชาติ" และ "จิตวิญญาณ" ได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด ย่อมหนีไม่พ้น "พระงาแกะของหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ" เทพเจ้าแห่งเมืองสี่แควผู้สำเร็จวิชาคชศาสตร์อย่างถ่องแท้ ท่านมีความผูกพันกับช้างอย่างลึกซึ้งจนยากจะแยกออก และความผูกพันนี้เองที่ก่อกำเนิด "Masterpiece" ที่นักสะสมทั่วประเทศต่างถวิลหา แต่ท่ามกลางความเลื่อมใส ปัญหาสิ่งเทียมเลียนแบบกลับทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ สำหรับนักสะสมรุ่นใหม่ที่ต้องการเข้าสู่เส้นทางนี้ การใช้อารมณ์นำความรู้คือความเสี่ยงที่สุด วันนี้เราจะมาเจาะลึก 5 เรื่องจริงที่จะเปลี่ยนคุณจากมือใหม่ให้กลายเป็นผู้ที่ "ดูเป็น" ด้วยสายตาของนักวิเคราะห์ 1: "จากเศษงาเหลือใช้ สู่ความยั่งยืนแห่งพุทธศิลป์" ในยุคที่หลวงพ่อเดิมสร้างวัดวาอาราม ท่านต้องใช้ช้างเป็นกำลังหลักในการลากไม้ผ่านป่าเขาลำเนาไพร และเมื่อท่านสร้าง "...