ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

เปิดตำนาน "พระร่วงนั่งซุ้มเรือนแก้ว" กรุบ้านละหาร (บ้านทหาร) สุพรรณบุรี

 พระร่วงนั่งซุ้มเรือนแก้ว กรุบ้านทหารจังหวัดสุพรรณบุรี


เครดิตภาพ:https://uauction2.uamulet.com/AuctionDetail.aspx?bid=35&qid=42848

เปิดตำนาน "พระร่วงนั่งซุ้มเรือนแก้ว" กรุบ้านละหาร (บ้านทหาร) สุพรรณบุรี: เพชรน้ำเอกเนื้อสนิมแดง ศิลปะลพบุรีที่ซ่อนกายใต้ถุนเรือน

หากเอ่ยถึงเมืองสุพรรณบุรี นักสะสมมักนึกถึงพระผงสุพรรณหรือพระมเหศวร แต่ทว่าในดินแดนยุทธหัตถีแห่งนี้ ยังมี "ของกายสิทธิ์" อีกหนึ่งแขนงที่ซ่อนเร้นกายมานานนับพันปี นั่นคือ "พระร่วงนั่งซุ้มเรือนแก้ว เนื้อชินตะกั่วสนิมแดง" แห่งกรุบ้านละหาร (หรือที่บางท่านเรียก กรุบ้านทหาร) ต.บ้านกร่าง อ.ศรีประจันต์ วัตถุมงคลที่เปี่ยมด้วยมนต์ขลังแห่งศิลปะลพบุรี ซึ่งอุบัติขึ้นอย่างปาฏิหาริย์ใต้ผืนดินธรรมดา

ปฐมบทแห่งการค้นพบ: นิมิตฝันและไหโบราณใต้ถุนเรือน

ย้อนกลับไปเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๓ ณ บ้านของ นายสงวน ชาวบ้านตำบลบ้านกร่าง ได้เกิดเหตุบังเอิญที่เป็นจุดเริ่มต้นของตำนาน เมื่อนายสงวนสังเกตเห็น "ก้อนอิฐโบราณ" โผล่พ้นดินขึ้นมาบริเวณใต้ถุนบ้าน ด้วยเกรงว่าลูกหลานจะเดินสะดุดหกล้ม จึงตัดสินใจนำเสียมมาขุดออก

แต่ยิ่งขุดลึก ยิ่งพบความอัศจรรย์ เมื่อปลายเสียมกระทบเข้ากับ "กระปุกสังคโลกโบราณ" ภายในบรรจุพระร่วงนั่งซุ้มเรือนแก้วเนื้อตะกั่วสนิมแดงแดงจัดจ้านจำนวนกว่า ๖๐ องค์ และพระร่วงยืนอีก ๒ องค์ ด้วยใจที่เปี่ยมกุศล เขาจึงแจกจ่ายให้ญาติพี่น้องไปบูชาจนหมด

เรื่องราวยังไม่จบเพียงเท่านี้ เมื่อ ลูกสาวของนายสงวน เกิดนิมิตฝันประหลาดว่า "ยังมีสมบัติล้ำค่าฝังอยู่ใต้ถุนบ้านอีกมหาศาล" นายสงวนจึงตัดสินใจเปิดหน้าดินขุดค้นอย่างจริงจังอีกครั้ง และสิ่งที่ปรากฏก็ทำเอาชาวบ้านกร่างต้องตะลึง เมื่อพบพระร่วงนั่งซุ้มเรือนแก้วและพระนาคปรก พิมพ์ต่างๆ อีกนับพันองค์ รวมไปถึงพระพุทธรูปสัมฤทธิ์ศิลปะลพบุรีองค์เขื่องอีก ๑ องค์ นอนสงบนิ่งรอเวลาที่จะขึ้นมาประกาศศักดา

พุทธศิลป์อลังการ: ศิลปะลพบุรีในแผ่นดินสุพรรณ

พระร่วงนั่งซุ้มเรือนแก้ว กรุบ้านละหาร มีพุทธศิลป์ที่โดดเด่นและแตกต่างจากพระกรุอื่นในสุพรรณบุรีอย่างสิ้นเชิง โดยเป็นศิลปะ "ลพบุรีบริสุทธิ์" ที่แผ่อิทธิพลเข้ามา

  • พิมพ์ทรง: มีสัณฐานคล้าย "ใบเสมา" องค์พระประทับนั่งปางสมาธิราบบนฐานบัวเม็ด (อาสนะ) ภายในซุ้มเรือนแก้ว

  • พุทธลักษณะ: องค์พระล่ำสัน บึกบึน พระอุระกว้าง พระอุทร(ท้อง)พลุ้ยเล็กน้อย ดูเข้มขลังดุดัน ทรงเครื่องภูษาราชวัตร สวมอุณหิส (มงกุฎเทริด) และกรองศอ (สร้อยคอ) กำไลรัดต้นแขน ครบเครื่องเรื่องความอลังการ

  • รูปทรงพิเศษ: เป็นพระที่ "ต้อ" (เตี้ยล่ำ) และมีฐานหนากว้าง ทำให้สามารถ "วางตั้งได้" โดยไม่ต้องพิง

  • เนื้อหา: เป็นเนื้อชินตะกั่วที่ผ่านกาลเวลานับร้อยปี จนเกิดปฏิกิริยาเป็น "สนิมแดง" (แดงลูกหว้า หรือ แดงเปลือกมังคุด) ปกคลุมทั่วองค์ บางองค์มีไขขาวแทรกซึม สวยงามซึ้งตา

พุทธคุณ: มหาอุดและคงกระพันชาตรี

ขึ้นชื่อว่า "พระร่วงรางปืน" หรือ "พระศิลปะลพบุรี" ย่อมเป็นที่รู้กันในหมู่นักเลงพระว่า "เหนียว" เป็นที่สุด พระร่วงนั่งซุ้มเรือนแก้ว กรุบ้านละหาร ก็เช่นกัน ได้รับการกล่าวขานถึงประสบการณ์ด้าน คงกระพันชาตรี แคล้วคลาด และมหาอุด อย่างโชกโชน เหมาะสำหรับชายชาตรี ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ หรือผู้ที่ต้องการเกราะคุ้มกันภัย

บทสรุปตลาดพระ 

ปัจจุบัน พระเครื่อง พระร่วงนั่งซุ้มเรือนแก้ว กรุบ้านละหาร สภาพสวยสมบูรณ์ที่มีสนิมแดงจัดๆ เริ่มหายากขึ้นทุกวัน เนื่องจากจำนวนที่พบแม้จะดูเหมือนมากในตอนแรก (หลักพันองค์) แต่ด้วยความนิยมและประสบการณ์ที่ประจักษ์ ทำให้พระกระจายไปอยู่ในรังของนักสะสมชั้นนำจนหมด จัดเป็น "พระดีนอกสายตาที่ราคาเริ่มขยับ" ใครมีไว้ครอบครองจงเก็บรักษาให้ดี เพราะนี่คือมรดกทางศิลปะและพุทธคุณแห่งลุ่มน้ำท่าจีน

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ตำนานพระกริ่งรุ่นทิ้งทวน: มรดกพุทธคุณหลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่

พระกริ่งหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ วัดบ้านไร่ รุ่นทิ้งทวน พ.ศ. ๒๕๓๖: การศึกษาเชิงลึก พระกริ่งหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ วัดบ้านไร่ รุ่น "ทิ้งทวน" ที่จัดสร้างขึ้นในปีพุทธศักราช ๒๕๓๖ ถือเป็นวัตถุมงคลสำคัญอีกรุ่นหนึ่งของพระเทพวิทยาคม (คูณ ปริสุทฺโธ) อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา 1 พระกริ่งรุ่นนี้นอกจากจะมีความงดงามทางพุทธศิลป์แล้ว ยังแฝงไว้ด้วยเรื่องราวความเป็นมาที่น่าสนใจ ทั้งในด้านเจตนาการจัดสร้าง มวลสารที่ใช้ และพิธีกรรมพุทธาภิเษกอันเข้มขลัง ทำให้เป็นที่ปรารถนาของศิษยานุศิษย์และนักสะสมวัตถุมงคลโดยทั่วไป รายงานฉบับนี้จะทำการศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับพระกริ่งรุ่นทิ้งทวนในแง่มุมต่างๆ อย่างละเอียด เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่สนใจ เครดิตภาพ:  https://www.thaprachan.com/   เปิดกรุพระกริ่งทิ้งทวน ๒๕๓๖: ความเป็นมา พุทธศิลป์ และพุทธคุณ โดย หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ เป็นพระเกจิอาจารย์ผู้เปี่ยมด้วยเมตตาบารมี เป็นที่เคารพศรัทธาของพุทธศาสนิกชนทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ 4 วัตถุมงคลที่ท่านอธิษฐานจิตปลุกเสกล้วนเป็นที่กล่าวข...

เจาะตำนาน "พระกริ่งสุตาธิการี" ปี ๒๖: หลวงพ่อทองอยู่ วัดใหม่หนองพะอง... สหธรรมิกหนึ่งเดียวที่ "หลวงปู่โต๊ะ" ไว้วางใจ

เจาะตำนาน "พระกริ่งสุตาธิการี" ปี ๒๖: หลวงพ่อทองอยู่ วัดใหม่หนองพะอง... สหธรรมิกหนึ่งเดียวที่ "หลวงปู่โต๊ะ" ไว้วางใจ เจาะตำนาน "พระกริ่งสุตาธิการี" ปี ๒๖: หลวงพ่อทองอยู่ วัดใหม่หนองพะอง... สหธรรมิกหนึ่งเดียวที่ "หลวงปู่โต๊ะ" ไว้วางใจ ในจักรวาลพระกริ่งยุคหลังปี ๒๕๐๐ หากจะเฟ้นหาพระกริ่งที่ "ครบเครื่อง" ที่สุด ทั้งพิธีกรรม ชนวนมวลสาร และบารมีผู้ปลุกเสก "พระกริ่งสุตาธิการี ปี ๒๕๒๖" คือเพชรน้ำเอกที่เซียนพระรุ่นเก่ายกนิ้วให้ เพราะนี่ไม่ใช่พระกริ่งธรรมดา แต่คือผลงานระดับมาสเตอร์พีซที่รวม "๓ อรหันต์แห่งศาสตร์พุทธาคมและโลหะธาตุ" ไว้ด้วยกัน การรวมตัวของ ๓ พยัคฆ์แห่งวงการ ความยิ่งใหญ่ของพระกริ่งรุ่นนี้ (สร้างเพียง ๙๙๙ ชุด) เกิดจากการผนึกกำลังของบุคคลระดับตำนาน ๓ ท่าน: องค์ประธานสายจิต: หลวงพ่อทองอยู่ วัดใหม่หนองพะอง พระเถระผู้ทรงอภิญญา เจ้าของตำนาน "เพ่งเทียนดับดาว" (กสิณไฟ) ท่านเป็นพระเกจิเพียงรูปเดียวที่ หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี ยกย่องและนิมนต์มาร่วมพิธีเสมอ ถึงขนาดที่ว่าเมื่อหลวงปู่โต๊ะละสังขาร ศิษย์สายวั...

เปิดตำนานพระงาแกะ หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ: เจาะลึก 5 วิธีดูพระแท้ สำหรับนักสะสมมือใหม่ 2567

  เปิดตำนาน "พระงาแกะหลวงพ่อเดิม": เจาะลึก 5 เรื่องจริงที่นักสะสมมือใหม่ต้องรู้ก่อนโดนหลอก เครดิตภาพ :  https://prathaprachan-mag.com/post/374813 ในโลกของเครื่องรางไทย หากจะหาวัตถุมงคลใดที่หลอมรวมระหว่าง "ธรรมชาติ" และ "จิตวิญญาณ" ได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด ย่อมหนีไม่พ้น "พระงาแกะของหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ" เทพเจ้าแห่งเมืองสี่แควผู้สำเร็จวิชาคชศาสตร์อย่างถ่องแท้ ท่านมีความผูกพันกับช้างอย่างลึกซึ้งจนยากจะแยกออก และความผูกพันนี้เองที่ก่อกำเนิด "Masterpiece" ที่นักสะสมทั่วประเทศต่างถวิลหา แต่ท่ามกลางความเลื่อมใส ปัญหาสิ่งเทียมเลียนแบบกลับทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ สำหรับนักสะสมรุ่นใหม่ที่ต้องการเข้าสู่เส้นทางนี้ การใช้อารมณ์นำความรู้คือความเสี่ยงที่สุด วันนี้เราจะมาเจาะลึก 5 เรื่องจริงที่จะเปลี่ยนคุณจากมือใหม่ให้กลายเป็นผู้ที่ "ดูเป็น" ด้วยสายตาของนักวิเคราะห์ 1: "จากเศษงาเหลือใช้ สู่ความยั่งยืนแห่งพุทธศิลป์" ในยุคที่หลวงพ่อเดิมสร้างวัดวาอาราม ท่านต้องใช้ช้างเป็นกำลังหลักในการลากไม้ผ่านป่าเขาลำเนาไพร และเมื่อท่านสร้าง "...