ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ตำนานจักรพรรดิแห่งบูรพา: เจาะลึก "พระกริ่งชินบัญชร" หลวงปู่ทิม อิสริโก

 ตำนานจักรพรรดิแห่งบูรพา: เจาะลึก "พระกริ่งชินบัญชร"
 หลวงปู่ทิม อิสริโก

ในบรรดาวัตถุมงคลสายภาคตะวันออก หากจะกล่าวถึง "ที่สุด" แห่งความปรารถนาของนักสะสม คงหนีไม่พ้น “พระกริ่งชินบัญชร” ของ หลวงปู่ทิม อิสริโก แห่งวัดละหารไร่ จ.ระยอง วัตถุมงคลที่ไม่ได้มีดีเพียงแค่พุทธศิลป์ที่แปลกตา แต่ยังเปี่ยมไปด้วยประวัติการสร้างที่เข้มขลัง และ "อมตะวาจา" ของหลวงปู่ที่กาลเวลาได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นความจริงทุกประการ


เครดิตรูปภาพ : gpra.com

ปฐมบทแห่งพิธีกรรม: ฤกษ์ผานาทีพลิกชะตา

ย้อนกลับไปเมื่อวันอาทิตย์ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2517 (ขึ้น 14 ค่ำ เดือน 6 ปีขาล) ณ ลานวัดละหารไร่ บริเวณที่เป็นที่ตั้งของศาลาภาวนาภิรัตในปัจจุบัน ได้เกิดพิธีเททองหล่อพระครั้งประวัติศาสตร์ขึ้น โดยมี นายช่างสมร รัชระวัง ช่างหล่อฝีมือเอกแห่งยุค เป็นผู้ดำเนินการควบคุมการหล่อ

พิธีเริ่มขึ้นในเวลา 08.49 น. ซึ่งถือเป็น "ราชาฤกษ์" หลวงปู่ทิมเป็นประธานในพิธีเททองด้วยตนเอง วัตถุประสงค์หลักคือการระดมทุนเพื่อบูรณะปฏิสังขรณ์ถาวรวัตถุภายในวัด โดยเฉพาะ พระอุโบสถไม้ ที่กำลังชำรุดทรุดโทรมอย่างหนัก ให้กลับมาวิจิตรงดงามดังเดิม

พุทธศิลป์จากแดนมังกรสู่บ้านค่าย

เอกลักษณ์ของพระกริ่งชินบัญชร คือความงดงามที่แปลกตา ไม่เหมือนพระกริ่งทั่วไปในยุคนั้น โดยถอดแบบมาจาก "พระกริ่งใหญ่ของจีน" (ต้ากริ่ง) สมัยราชวงศ์ถัง ซึ่งมีอายุกว่า 1,000 ปี

ลักษณะองค์พระ: เป็นรูปจำลองของ พระไภษัชคุรุไวฑูรยประภาพุทธเจ้า (พระพุทธเจ้าแพทย์) ประทับนั่งขัดสมาธิเพชร

รายละเอียด: ประทับบนฐานบัว 2 ชั้น (บัวรอบ) แต่จุดสังเกตสำคัญคือ ด้านหลังจะไม่มีบัว พระหัตถ์ซ้ายถือหม้อยา (บาตรน้ำมนต์) พระหัตถ์ขวาวางพาดเหนือพระชานุ (เข่า) ในลักษณะมารวิชัย พระเกศาเป็นเม็ดกลมเดินวนขวา

บัญชีทรัพย์สวรรค์: การจำแนกเนื้อหามวลสาร

ความพิเศษของพระกริ่งชินบัญชร คือการตอกโค้ดและหมายเลขกำกับที่ชัดเจน ซึ่งถือเป็นมาตรฐานสากลในการสะสม โดยแบ่งแยกประเภทได้ดังนี้:

1. เนื้อทองคำ (จักรพรรดิแห่งชุด)

จำนวนสร้าง: เพียง 13 องค์

เอกลักษณ์: ใต้ฐานปิดด้วยแผ่นทองคำ ตอกเลขไทย ๑-๑๓ (1-13) บริเวณใต้ฐานมี โค้ดตราศาลา และด้านหลังองค์พระตอก โค้ดตัว “นะ” (ในเม็ดงา) ทุกองค์ ถือเป็นที่สุดแห่งความหายาก

2. เนื้อก้นเงิน (ราชันย์รอง)

พระกริ่งชุดนี้ฐานปิดด้วยแผ่นเงิน แบ่งย่อยออกเป็น 3 ประเภท รวมจำนวนทั้งสิ้น 406 องค์ ได้แก่:

2.1 ชุดแจกกรรมการ: สร้าง 195 องค์ ด้านหลังตอกโค้ดตัว “นะ” ใต้ฐานแผ่นเงินตอก โค้ดศาลา (รุ่นนี้ ไม่ตอกหมายเลข กำกับ)

2.2 ชุดตอกหมายเลข: สร้าง 195 องค์ รายละเอียดเหมือนชุดกรรมการทุกประการ แต่เพิ่มการตอก หมายเลข ๑-๑๙๕ ไว้ที่ด้านหลัง

2.3 ชุดก้นเงินเนื้อพิเศษ (ก้นถ้วย/ก้นกระทะ): สร้างเพียง 16 องค์ เกิดจากการนำก้นเงินมาตีหุ้มฐานแบบก้นกระทะ ซึ่งดูเข้มขลังและแปลกตา ทำให้ผู้ร่วมสร้างขอทำเพิ่มไว้ใช้กันเองอีกประมาณ 20 องค์

3. เนื้อก้นทองแดง (ยอดนิยมมหาชน)

จำนวนสร้าง: 2,595 องค์ (เลข 95 มาจากอายุของหลวงปู่ทิมในขณะนั้น)

เอกลักษณ์: ใต้ฐานปิดแผ่นทองแดง ตอก โค้ดตัว “นะ” ที่ด้านหลัง และตอกหมายเลขกำกับตั้งแต่ ๒-๒๕๙๕

4. เนื้อพิเศษและแบบอื่นๆ

นอกจาก 3 เนื้อหลัก ยังมีพระกริ่งแบบพิเศษ เช่น พระกริ่งอุดผงพรายกุมาร (ก้นอุดผง) หรือ พระกริ่งเนื้อนวโลหะก้นหุ้มทองคำ ซึ่งมีจำนวนน้อยมาก ทำกันเองในหมู่ศิษย์ใกล้ชิด และยังมี "พระชัยวัฒน์ชินบัญชร" ที่สร้างขึ้นในพิธีเดียวกันอีกด้วย

จาก "พระดำๆ" สู่ "ตำนานพลิกแผ่นดินหา"

เรื่องราวที่เล่าขานกันไม่รู้จบ คือเหตุการณ์หลังพิธีเสร็จสิ้น เมื่อศิษยานุศิษย์และผู้สั่งจองได้เห็นองค์พระกริ่งเป็นครั้งแรก ต่างพากัน "ส่ายหน้า" ด้วยความผิดหวัง

เนื่องจากการหล่อโบราณทำให้ผิวพระออกมา ดำ มอมแมม และดูไม่เรียบร้อย ไม่สวยงามแวววาวเหมือนพระปั๊มโรงงาน จนมีเสียงบ่นหนาหู บางคนถึงกับไม่อยากรับพระ ทั้งที่ราคาจองตอนนั้นเพียงองค์ละ 300 บาท

เมื่อเรื่องนี้รู้ถึงหูหลวงปู่ทิม ท่านกลับยิ้มอย่างเมตตาและกล่าววาจาสิทธิ์ที่ดังก้องมาจนถึงปัจจุบันว่า:

"อย่าตกใจไปเลย... อีกหน่อยพลิกแผ่นดินหาก็ไม่เจอ"

บทสรุป: คุณค่าที่เหนือกว่ากาลเวลา

วาจาของหลวงปู่ทิมกลายเป็นความจริงอย่างน่าอัศจรรย์ จากพระที่เคยถูกมองข้ามเพราะความ "ไม่สวย" ในวันวาน กลับกลายเป็นงานพุทธศิลป์สุดคลาสสิกที่มีเสน่ห์ดึงดูดใจ

ปัจจุบัน "พระกริ่งชินบัญชร" ไม่ใช่เพียงแค่วัตถุมงคล แต่คือ "เพชรน้ำเอก" แห่งวงการพระเครื่อง สนนราคาเช่าหาพุ่งทะยานจากหลักร้อยสู่ หลักล้านบาท ในองค์ที่สวยสมบูรณ์ และที่สำคัญคือ "หาของแท้ได้ยากยิ่ง" สมดังคำที่ท่านได้ลั่นวาจาไว้จริงๆ

บทความพระเครื่องแนะนำ : พระกริ่งราชาฤกษ์ ปี ๒๕๑๗

ความคิดเห็น

บทความยอดนิยม

ตำนานพระกริ่งรุ่นทิ้งทวน: มรดกพุทธคุณหลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่

พระกริ่งหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ วัดบ้านไร่ รุ่นทิ้งทวน พ.ศ. ๒๕๓๖: การศึกษาเชิงลึก พระกริ่งหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ วัดบ้านไร่ รุ่น "ทิ้งทวน" ที่จัดสร้างขึ้นในปีพุทธศักราช ๒๕๓๖ ถือเป็นวัตถุมงคลสำคัญอีกรุ่นหนึ่งของพระเทพวิทยาคม (คูณ ปริสุทฺโธ) อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา 1 พระกริ่งรุ่นนี้นอกจากจะมีความงดงามทางพุทธศิลป์แล้ว ยังแฝงไว้ด้วยเรื่องราวความเป็นมาที่น่าสนใจ ทั้งในด้านเจตนาการจัดสร้าง มวลสารที่ใช้ และพิธีกรรมพุทธาภิเษกอันเข้มขลัง ทำให้เป็นที่ปรารถนาของศิษยานุศิษย์และนักสะสมวัตถุมงคลโดยทั่วไป รายงานฉบับนี้จะทำการศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับพระกริ่งรุ่นทิ้งทวนในแง่มุมต่างๆ อย่างละเอียด เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่สนใจ เครดิตภาพ:  https://www.thaprachan.com/   เปิดกรุพระกริ่งทิ้งทวน ๒๕๓๖: ความเป็นมา พุทธศิลป์ และพุทธคุณ โดย หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ เป็นพระเกจิอาจารย์ผู้เปี่ยมด้วยเมตตาบารมี เป็นที่เคารพศรัทธาของพุทธศาสนิกชนทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ 4 วัตถุมงคลที่ท่านอธิษฐานจิตปลุกเสกล้วนเป็นที่กล่าวข...

เปิดตำนานพระงาแกะ หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ: เจาะลึก 5 วิธีดูพระแท้ สำหรับนักสะสมมือใหม่ 2567

  เปิดตำนาน "พระงาแกะหลวงพ่อเดิม": เจาะลึก 5 เรื่องจริงที่นักสะสมมือใหม่ต้องรู้ก่อนโดนหลอก เครดิตภาพ :  https://prathaprachan-mag.com/post/374813 ในโลกของเครื่องรางไทย หากจะหาวัตถุมงคลใดที่หลอมรวมระหว่าง "ธรรมชาติ" และ "จิตวิญญาณ" ได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด ย่อมหนีไม่พ้น "พระงาแกะของหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ" เทพเจ้าแห่งเมืองสี่แควผู้สำเร็จวิชาคชศาสตร์อย่างถ่องแท้ ท่านมีความผูกพันกับช้างอย่างลึกซึ้งจนยากจะแยกออก และความผูกพันนี้เองที่ก่อกำเนิด "Masterpiece" ที่นักสะสมทั่วประเทศต่างถวิลหา แต่ท่ามกลางความเลื่อมใส ปัญหาสิ่งเทียมเลียนแบบกลับทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ สำหรับนักสะสมรุ่นใหม่ที่ต้องการเข้าสู่เส้นทางนี้ การใช้อารมณ์นำความรู้คือความเสี่ยงที่สุด วันนี้เราจะมาเจาะลึก 5 เรื่องจริงที่จะเปลี่ยนคุณจากมือใหม่ให้กลายเป็นผู้ที่ "ดูเป็น" ด้วยสายตาของนักวิเคราะห์ 1: "จากเศษงาเหลือใช้ สู่ความยั่งยืนแห่งพุทธศิลป์" ในยุคที่หลวงพ่อเดิมสร้างวัดวาอาราม ท่านต้องใช้ช้างเป็นกำลังหลักในการลากไม้ผ่านป่าเขาลำเนาไพร และเมื่อท่านสร้าง "...

พระกริ่งเชียงตุง 2486 วัดสุทัศน์

พระกริ่งเชียงตุง 2486 วัดสุทัศน์ ขอบคุณภาพจาก แดน ท่าพระจันทร์ สมเด็จพระสังฆราช(แพ) องค์อมตะเถราจารย์แห่งสำนักวัดสุทัศน์เทพวราราม ซึ่งเป็นองค์ปรมาจารย์ในเรื่องการสร้างพระกริ่งแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ท่านได้สถาปนาพระกริ่งรุ่นแรก เทพโมลี พ.ศ.2441 จนถึงรุ่นสุดท้าย เชียงตุง พ.ศ.2486 รวมเวลาได้ 45 ปี